blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ทริป 3คืน 5วัน ทำธุระคุ้มในเวลาจำกัด

ภูมิภาค
ทริป 3คืน 5วัน ทำธุระคุ้มในเวลาจำกัด

ผู้ร่วมเดินทาง

| คนเดียว |

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อหนึ่งคน

| 20000 - 34999thb |

ระยะเวลาการเดินทาง

| 4 วัน |

ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง

|

รถไฟ | 

เที่ยวแบบไหน

| ไปด้วยตนเอง |

ชื่อสถานที่หรือภูมิภาคที่ไป

  • Tokyo
  • Ueno
  • Sangenjaya
  • Shibuya
  • Shinjuku

สวัสดีครับ

วันนี้จะมาขอแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับทริปโตเกียวที่เพิ่งจบไปหมาดๆของผมนะครับ
แต่ทริปนี้ไม่ใช่ทริปเที่ยวครับ เป็นทริปไปทำธุระเยี่ยมเยียนเจอเพื่อนๆ และดูคอนเสิร์ต ซึ่งมีเวลาค่อนข้างจำกัด 

ทริปนี้ แรกเริ่มเดิมทีเลยเริ่มต้นมาจากผมอยากกลับไปหาเพื่อนๆที่เคยเล่นดนตรีด้วยกัน สมัยผมไปเรียนดนตรีอยู่ที่ College ที่โตเกียวครับ เพราะตั้งแต่กลับมาทำงานที่ไทยก็ไม่ได้ไปโตเกียวอีกเลยตั้ง 2 ปีได้ ก็หาจังหวะอยู่ครับ ว่าจะไปช่วงเดือนตุลาคม 2018 วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว

แล้วพอเข้าช่วงเดือนกันยายน ปรากฎว่ายูนิตไอดอลคู่ดูโอที่ผมไปรู้จักตอนอยู่ญี่ปุ่นนี่แหละ ประกาศยุบวงครับ หลังจากทำหน้าที่ไอดอลมาเป็นเวลากว่า 11 ปี แงงงง คือยังไม่เคยได้ไปดูแสดงสดเลยสักครั้ง สมัยเรียนอยู่ College ก็ใช้ชีวิตยากจน ทำงานไบโตะ(พาร์ทไทม์)ไปด้วยเรียนไปด้วย แล้วก็ต้องซ้อมดนตรีอีก เงินที่ได้จากงานก็เดือนชนเดือน ไม่มีเวลาและเงินไปดู เลยกะว่าจะต้องไปให้ได้สักครั้ง ก็มาได้ข่าวนี้พอดี แล้วตอนพวกเธอประกาศวัน Last concert โอ้ว มันช่างตรงกับช่วงที่ผมเล็งจะไปญี่ปุ่นพอดี แต่เร็วกว่าหนึ่งสัปดาห์ และไม่ใช่แค่ Last concertเท่านั้น แต่วันถัดไปยังมีคอนที่กึ่งๆเป็นงานขอบคุณพวกเธอจากทางค่าย มีวงไอดอลหลายๆวงมาแสดงพร้อมขอบคุณพวกเธอครับ ซึ่งทั้ง 2 งานนี้ จัดในวันเสาร์ และ อาทิตย์

เลยเป็นที่มาว่าผมต้องไปโตเกียวให้ได้! มีโอกาสได้ดูพวกเธอแสดงตั้ง2วันติดแบบนี้ไม่ไปไม่ได้แล้วแหละ ต้องไปเท่านั้น! ยอมเลื่อนแผนเร็วขึ้นหนึ่งสัปดาห์เลยครับ หะๆ

และเนื่องจากตอนนี้ผมทำอาชีพล่ามภาษาญี่ปุ่นในฐานะพนักงานสัญญาจ้างของบริษัทแห่งนึง แต่ละเดือนทำงานวันไหนบ้างก็แล้วแต่ตารางงานที่ทางบริษัทกำหนดมาให้ วันที่ว่างก็จะรับงานล่ามที่อื่นบ้าง วันหยุดไม่แน่ไม่นอนก็เลยไม่สามารถจองล่วงหน้านานๆได้ครับ

ซึ่งหนนี้ ผมมีวันหยุดรวมเสาร์อาทิตย์ด้วยแค่ 4 วันเท่านั้นเอง ก็คือวันพฤ ศ เสา อา

วันจันทร์ถัดไปต้องทำงานแล้ว แถมเริ่มงาน 8 โมงเช้าอีกต่างหาก

แล้วผมพยายามจะไม่ลางานในวันที่ถูกกำหนดตารางไปแล้วครับ

ดังนั้นผมจะทำอย่างไรให้สามารถใช้ 4วันนี้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยไม่ต้องลางานวันจันทร์

เริ่มการเสิชหาตั๋วเครื่องบินเลยครับ

ปกติผมจะขี้งกหน่อยๆ ดังนั้นผมก็เริ่มจากสายการบิน Low costก่อนเลยครับ แหะ

Air asia ราคาก็ถือว่าโอเคมากเลยสำหรับสายการบินที่บินตรงไปโตเกียวได้ แต่ราคาช่วงจังหวะตุลาคม จริงๆเพิ่มอีกนิดนึงก็ไปสายการบินFull service ได้แล้ว แต่ก็นะ ผมไม่ค่อยว้อนท์เซอร์วิสเท่าไหร่ นอนอย่างเดียวก็ได้ ขอให้ถึงญี่ปุ่นในราคาถูก ฮ่าๆๆ (งก) (งกที่ไหน ต้องเก็บตังค์ไว้ซื้อของที่ระลึกของไอดอลผมต่างหากก หะๆ)

แต่ แต่ แต่ แต่ติดที่เวลาครับ ขาออกนี่โอเคเลย ไฟลท์ XJ600 เครื่องออกจากดอนเมือง เวลา 23:45 ถึงนาริตะ 8:00 ผมสามารถบินคืนวันพุธหลังจากทำงานเสร็จได้ แต่ขากลับ ไฟล์ที่ช้าที่สุดคือ XJ607 ออกจากนาริตะ 20:15 ถึงดอนเมือง 01:25ของวันถัดไป ก็ไปทำงานทันนะ แต่จะดูคอนในวันอาทิตย์ไม่ได้น่ะสิ คอนน่าจะยาวถึง6โมงเย็น ดูคอนจบแล้วไม่มีทางไปนาริตะได้ทัน ก็เลยต้องตัดตัวเลือกนี้ไป

หาไปหามาก็มาลงเอยที่ JAL ครับ ไฟลท์ JL0718 ออกจากสุวรรณภูมิ 23:25 ถึงนาริตะ 7:15 ขากลับไฟลท์ JL0033 ออกจากฮาเนดะ 0:05 ถึงสุวรรณภูมิ 5:05 ดีตรงที่ขากลับกลับจากฮาเนดะนี่แหละครับ คอนวันอาทิตย์แสดงที่ชินจูกุครับ จากชินจูกุไปฮาเนดะนี่ ไม่ถึงชั่วโมงก็ไปถึงแล้วครับ แถมถึงไทยตี 5 นั่งแท็กซี่ไปทำงานทัน 8 โมงเช้าแน่นอน ราคาก็โอเคมากเลย ไม่เกิน 20,000 บาท แถมจังหวะนั้น Air asia ก็ไม่ได้ถูกไปกว่านี้มากเท่าไหร่ อย่างที่บอกไปเมื่อครู่นี้ แพงกว่าหน่อยนึง แต่ได้Full service กับเวลาที่โอเค ก็ถือว่าคุ้มมากละครับสำหรับผม

เอาละครับ ถึงวันพุธผมก็ออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ เลิกงาน 6 โมงเย็นก็ตรงดิ่งไปสุวรรณภูมิเลยครับ ด้วยรถไฟใต้ดิน ต่อบีทีเอส และต่อแอร์พอร์ตลิงค์(สายประหยัดก็งี้) ก็ถึงสนามบินแบบมีเวลาเหลือเฟือครับ ผมว่ากำลังดีไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป

เดี๋ยวนี้ JAL เขามีที่นั่ง Premium Economy ด้วย ไม่รู้มีนานยัง ไม่เคยติดตาม ฮ่าๆ ผมอาจจะหลังเขา  ตอนเดินผ่านนี่ที่นั่งดูพรีเมี่ยมจริงครับ แต่ผมว่า Economy ธรรมดานี่ก็นั่งสบายมากแล้วนะครับสำหรับผม คือรู้สึกกว้างไม่อึดอัด ยืดขาได้ เบาะก็กำลังดี อาจจะเป็นเพราะผมนั่งแต่ Low cost มานาน ฮ่าๆๆ นั่ง Economy แต่ความรู้สึกดั่ง Business ครับ

เนื่องจากเป็นเที่ยวบินตอนกลางคืน ตอนเครื่องบินบินขึ้นฟ้าแล้ว ก็มีของรองท้องเบาๆเสิร์ฟผู้โดยสารทุกท่าน หลังจากนั้นก็พักผ่อนกันนะครับ มาเจอกับมื้อเช้าก่อนเครื่องบินแลนดิ้งประมาณชั่วโมงครึ่งกว่าๆ เป็นข้าวต้มครับ แนวๆโจ๊กแต่ก็ไม่ใช่ ซึ่งอร่อยไปหมดด้วยบรรยากาศน่ะนะ ฮ่าๆ จริงๆผมชอบอาหารที่ทานบนเครื่องบินนะ แต่นั่ง Low cost มานานไง (พูดหลายรอบละ ฮ่าๆ) มันเลยวันเดอร์ฟูลมาก

เอาล่ะ ถึงสนามบินนาริตะเสียที ถึงเร็วกว่ากำหนดด้วยนิดนึงโอ้วว้าว ตอนแรกก็หวั่นๆอยู่นะ ว่าระหว่างบินจะเป็นอะไรมั้ย เพราะช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเจอภัยพายุรุมถล่มตั้งหลายลูก แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรครับ ถึงโดยสวัสดิภาพ ในเวลาประมาณ 7โมงเช้ากว่าๆของญี่ปุ่น

เครื่องที่นั่งมาครับ  อากาศยามเช้าดูครึ้มหน่อยๆ

Day1 : Ueno (Check-in) / ร้านอาหารไทย@Sangenjaya

ผมจองโรงแรมไว้ที่Uenoครับ เป็นDomitoryสไตล์แบบห้องแคปซูล
3 คืน ¥9600 ถูกสุดแล้วในละแวกตัวเมืองที่ผมหาได้ขณะนั้น ผ่านเวบหาที่พักของญี่ปุ่น
ส่วนของโรงแรม ไว้ผมจะรีวิวอีกครั้งในโพสต์ถัดไปนะครับ ตรงนี้ขอข้ามไปก่อน

แต่โรงแรมญี่ปุ่นนี่ทำไมมันเช็คอินช้าจังนะ ฮ่าๆ ของที่นี่เช็คอินได้ตั้งแต่ 4โมงเย็นถึง 5ทุ่ม
เนื่องจากทริปนี้หลักๆคือทำธุระน่ะนะ กระเป๋าเดินทางแบบลากของผมก็เป็นไซส์ที่ถือขึ้นเครื่องได้ มันก็เลยไม่ได้ใหญ่อะไร แต่ก็ขี้เกียจลากง่ะ หะๆ ก็เลยตรงไปโรงแรมก่อนเลยครับ ไปฝากกระเป๋าไว้ก่อน ค่อยมาเช็คอินทีหลัง

3คืนสุดประหยัดที่ Hiromas Hostel in Uenoสวัสดีครับ ต่อเนื่องจากโพสต์ก่อนของผมนะครับ  "ทริป 3คืน5วัน ทำธุระค...

ธุระแรกของผมหลังจากไปฝากกระเป๋าเสร็จก็คือไปรับตั๋วคอนเสิร์ตที่จองไว้นั่นเอง ซึ่งผมจองผ่านเวบจองตั๋วเวบนึง ในขั้นตอนสุดท้ายจะมีช่องทางรับตั๋วให้เลือก ผมเลยเลือกที่จะรับผ่านตู้พิมพ์ตั๋ว?สีเขียวของ Family mart ครับ  ขั้นตอนง่ายและสะดวกมาก เสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย รู้สึกจะ ¥108  ไว้โอกาสหน้าผมมาแนะนำวิธีใช้บริการเจ้าตู้อันนี้อีกครั้งดีกว่า

 
นี่เลยครับ ที่Family Mart สาขาอูเอโนะ

 
เจ้าตู้สีเขียวตู้นี้แหละ  เราก็เอาCodeที่ได้มาทางอีเมลล์ตอนจองตั๋ว มากดๆๆไปตามขั้นตอนของตู้ ตู้จะพิมพ์บาร์โค้ดออกมา เราก็นำบาร์โค้ดอันนี้ไปให้พนักงาน ให้พนักงานพิมพ์ตั๋วตัวจริงออกมาให้ จ่ายค่าธรรมเนียม จบ ได้ตั๋ว เย่!


ตั๋วหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ

เอาล่ะธุระแรกจบแล้ว ถึงเวลาไปเยี่ยมเยียนเพื่อนๆซะหน่อย
ภารกิจวันแรกคือไปเยี่ยมเยียนถิ่นเก่าที่เคยพำนักพักอาศัยเป็นเวลา 2ปีกว่าๆ ที่三軒茶屋(Sangenjaya)ครับ
ไม่ได้ไปมา 2ปี บรรยากาศโดยรวมไม่เปลี่ยน แต่ดูดีๆแล้วพวกร้านๆต่างๆรอบๆดูเปลี่ยนไปเยอะมาก 
ตอนผมอยู่ผมทำงานที่ร้านอาหารไทยที่นี่แหละ เจ้าของเขามีร้านอยู่2สาขาเลยที่Sangenjaya ชื่อร้าน "サイアム・タラート(Siam Talart)" กับ "イサーン・キッチン(Isaan Kitchen)" หะๆ อยู่ใกล้ๆกัน ตอนทำงานก็ทำสลับไปมาทั้งสองร้านเลยเลยครับ แล้วแต่ตารางงานที่เค้ากำหนดให้ ก่อนมาก็สืบมาแล้วว่าวันที่เดินทางไปถึง หัวหน้าร้านที่สนิทจะประจำอยู่สยามตลาด ก็เลยตั้งใจว่ามื้อแรกเมื่อถึงญี่ปุ่นจะมากินที่นี่ครับ  กินอาหารไทยเป็นมื้อแรกที่ประเทศญี่ปุ่น เกร๋ๆ

CR : https://retty.me/area/PRE13/ARE20/SUB2003/100000002852/819477/
       : https://ximg.retty.me/resize/s150x150/-/retty/img_repo/l/01/553431.jpg


ข้าวกะเพราไข่ดาวครับ แหะๆ ราคาก็ราคาคนญี่ปุ่นนะครับจานละ ¥950... ฮ่าๆ แต่อร่อยนาาา ราคานี้คือเป็นเซ็ตอาหารกลางวันนะครับ มีปอเปี๊ยะสดกับซุป แล้วก็สาคู


มีเบียร์ด้วยนะ เบียร์นี่ร้านแถมให้ตามประสาคนกันเอง แต่รูปเบียร์ไม่กล้าลงครับ ถ่ายติดนิดๆในฉากพอ อิ


อะ ร้านแถมให้อีกเมนู บอกอยากกินอะไรบอกมา ผมเลยขอลาบหมูฝีมือแม่ครัวที่ร้านเลยครับ อร่อย
สรุปจ่ายแค่ ¥950 อิ่มพุงกางเลยครับ. (มาญี่ปุ่นแต่มารีวิวอาหารไทย นี่มันอะไรกันนี่ 555)

กินเสร็จก็นั่งอยู่ร้านต่อ คุยกันยาวเลยครับ ถามนั่นนี่สารทุกข์สุขดิบ
ก็ได้เวลาอันสมควรครับ ย้อนกลับไปเช็คอินที่โรงแรม เดินเตร่แถวอูเอโนะนิดๆหน่อยๆแล้วก็พักผ่อนครับ

Day2 : พบปะเพื่อนๆ @Shibuya

ถัดมาวันที่สอง เป็นวันที่ผมไปเจอเจอะกับเพื่อนๆสมัยเรียนครับ
นัดเจอทั้งกลางวัน และเย็น กลางวันไปเจอรุ่นน้องที่เป็นมือแซกโซโฟนมาครับ
ก็ตามประสาคนไม่ได้เจอกันนานอะนะครับ ก็คุยนั่นนี่มากมาย ตรงนี้คงไม่ต้องเล่ารายละเอียด ฮ่าๆ 
แต่ที่จะบอกคือร้านที่ไปกินข้าวนั่งคุยกันมานี่ คุ้มอะ เป็นเซ็ตกลางวัน ¥1,000 


¥1,000 ได้ขนมปังทานไม่อั้น + สลัดจานโต + Drink bar + Pasta 1 จานเพิ่มปริมาณฟรี  คุ้มมั้ยอะ คุ้มสิ หะๆ แต่ผมไม่ได้เพิ่มปริมาณนะ เดี๋ยวนี้ทานได้ไม่มากเท่าไหร่ละ หุหุ  


นี่เลย ผมสั่ง SHRIMP & AOJISO  อร่อยย แต่ แต่ ลืมถ่ายรูปเมนูอื่นๆที่อยู่ในเซ็ตมาอ่า ฮ่าๆๆ แง!

ร้านชื่อ "Cafe La Boheme" ตำแหน่งร้านอยู่กลางๆระหว่าง ชิบูย่ากับฮาราจูกุ สนใจก็ลองคลิกไปดูที่นี่นะครับ
https://tabelog.com/tokyo/A1303/A130301/13001918/?svd=20181005&svt=1200&svps=2&default_yoyaku_condition=1

วันนั้นสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนพอดี แขกเลยน้อย  ทานอร่อยคุยสบาย มีความส่วนตัว (โชคดี)
คุยกันประมาณ 2ชั่วโมงกว่า ยันถึงเวลาร้านปิดรอบกลางวัน
นัดเจอกันอีกครั้งเย็นวันอาทิตย์ ไปร้านที่เพื่อนอีกคนซึ่งเป็นมือกีต้าร์ เป็นHostอยู่ที่ Live Houseในชินจูกุ นัดไปแจมดนตรีกัน
(ซึ่งคนที่จะไปเจอตอนเย็นหลังจากนี้ ก็มีคนนี้ด้วยนี่แหละ หะๆ)

เสร็จแล้วผมมีนัดอีกทีตอน 1ทุ่ม ที่ชิบูย่าอีก คราวนี้ไปเจอกับแก๊งที่เคยเล่นวง แสดงด้วยกันประมาณ 2-3งาน
ก่อนเจอก็ไปทำธุระส่วนตัว ไปร้านหนังสือดนตรีที่กินซ่า ซื้อของจดหมายซองจดหมาย เตรียมเขียนข้อความส่งให้ไอดอลผมที่งานคอน ฮ่าๆ แล้วก็ย้อนกลับมาชิบูย่าอีกที

1ทุ่มแล้วเพื่อนๆก็มากันตามนัด เจอกันก็โอ้วว้าวไปตามระเบียบ ไม่ได้เจอกันตั้ง2ปีกว่า
ร้านนี่ไม่ได้เลือกไว้เลย ก็เลยเดินหากัน สุดท้ายก็มาลงเอยที่ร้านซึ่งค่อนข้างเป็นร้านแสตนดาร์ดสำหรับคนญี่ปุ่นนะ เวลาหาร้านที่ดื่มเหล้าได้ คุยกันได้นานๆ ชื่อร้าน Torikizoku https://www.torikizoku.co.jp สาขาที่ชิบูย่าครับ
ที่ร้านนี้นี่ไม่ได้ถ่ายรูปเลยครับ ขออภัย ฮ่าๆ คุยกันซะเยอะ คุยๆกันว่ากลับมาทำโปรเจคเล่นดนตรีด้วยกันอีกเถอะ!งี้
เจอกัน 3 คน มื้อนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ จำไม่ได้เลย เพราะเพื่อนเลี้ยง บอกไม่เจอกันนาน ถือเป็นการต้อนรับกลับญี่ปุ่น ซึ้ง

ถึงเวลาอันสมควรก็แยกย้ายกันกลับ นึกขึ้นได้อีกทีตอนเพื่อนขึ้นรถไฟไปแล้ว ว่าลืมให้ของฝาก... อะไรกันนี่ตัวฉัน ฮ่าๆ
เพื่อนเลยบอกให้เอาไปให้อีกทีวันอาทิตย์ก็แล้วกัน โถ่ถัง

ก็ย้อนกลับไปอูเอโนะ และก็จบสำหรับDay2

Day3 : LAST LIVE of my idol unit @Shibuya

วันนี้เป็นวันที่เฝ้ารอคอยที่สุด เพราะเป็นวันที่จะได้เจอไอดอลที่ติดตามมานานตัวเป็นๆครั้งแรก
คอนวันนี้เริ่มตอนเย็นที่ชิบูย่า ผมเลยมีเวลาเหลือค่อนข้างเยอะสำหรับวันนี้ ช่วงเช้าผมเลยใช้เวลาเขียนจดหมายถึงไอดอลทั้งสองคน เขียนเสร็จใส่ซองพร้อมของขวัญเล็กๆน้อยๆที่ผมซื้อมาจากไทย อิอิ อ่านในเสตตัสไอจีของพวกเธอ ก็มีเขียนบอกไว้ว่าวันงานจะเตรียม Gift Box ไว้สำหรับให้แฟนๆส่งกำลังใจมาได้ เพราะงั้นสักวันคงต้องถึงมือพวกเค้าแหละ
เสร็จธุระอันนี้ ระหว่างรอไปงานคอนเสิร์ต ผมก็ไปที่Sangenjayaอีกครั้ง ไปร้านขายดนตรีที่เค้ามีห้องซ้อมให้เช่าด้วยครับ ก็ไปซ้อมเปียโนอยู่ที่นี่ชั่วโมงนึง ชั่วโมงละ ¥1,200 เตรียมตัวไว้นิดหน่อยสำหรับไปแจมดนตรีกับเพื่อนๆในวันถัดไป คือกลับไทยไป 2ปี ไม่ได้แสดงสดเลย แถมเน้นทำเพลงซะมากกว่า เลยไม่ค่อยได้แตะเครื่องดนตรีเท่าไหร่ ฝีมือตกเล็กน้อยครับ เหอๆ

และแล้วว ก็ถึงเวลาาา ไปหน้างานก่อนเวลาชั่วโมงนึง

คนก็รวมตัวกันขนาดนี้แว้ววว
ถึงเวลาก็รอเค้าเรียกตามคิวบนตั๋วน่ะนะ เข้าไปแล้วต้องจ่าย Drink charge แยกต่างหากอีก ¥600 ก็เลยแลกเป็นเบียร์แก้วนึง

ใกล้จะเริ่มแว้ววว ได้ตำแหน่งเหมาะมาก คนที่ผมชอบสุดจะยืนซ้ายมือของคนดู ก็เลยเลือกโซนนี้ หะๆ

และแล้วคอนก็เริ่มครับ คือดูแล้วแบบมันซาบซึ้งตรึงใจ อาการแบบบอกไม่ถูก เราอยากเจอวงนี้มานาน แต่ไม่มีโอกาสได้เจอ ได้เจอครั้งแรก มันเลยประทับใจมากๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกเหงานิดๆ ที่วงนี้จะมีแค่พรุ่งนี้อีกวันเดียว วันมะรืนนี้จะไม่มีวงนี้ละ แง!
อันนี้ขออนุญาตไม่ลงรูปก็แล้วกันนะครับ ขอเก็บเป็นภาพประทับใจไว้เป็นการส่วนตัว หะๆ
พวกเธอบอกว่าจะกี่งานกี่งาน 11ปีมานี้ ไม่มีเคยมีคนมาเยอะแบบแน่นขนาดนี้ ที่ผ่านมาไปหลบอยู่ที่ไหนกัน(พูดขำๆนะ) ฮ่าๆๆ แง (สาเหตุนึงที่ยุบวง ก็เป็นเพราะทางค่ายมองว่า วงนี้ขายไม่ดีด้วยครับ เศร้า) รู้สึกผิด เหอๆ

จบงานไปแบบประทับใจ
ก่อนออกก็มีจุดที่ว่า Gift Boxไว้ ผมก็ใส่ของขวัญที่ผมเตรียมมาลงกล่อง แล้วก็ออกมาซื้อเสื้อยืดพิมพ์ลายโลโก้ของวงไว้เป็นที่ระลึกครับ

ก่อนกลับอูเอโนะก็กินข้าวแบบจานด่วนง่ายๆ ที่ชิบูย่า แล้วก็กลับไปพักผ่อนครับ

Day4 : Thanksgiving LIVE / Jam session with friends @Shinjuku

วันนี้เป็นวันที่มีคอนเสิร์ตขอบคุณไอดอลผม เป็นวันสุดท้ายที่จะขึ้นแสดงในฐานะวงนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีวงอื่นๆอีกหลายวงมาร่วมด้วย ซึ่งเริ่มแสดงกันตั้งแต่เที่ยงวันเลยครับที่ชินจูกุ และวันนี้ยังเป็นวันที่ผมต้องเช็คเอาท์ด้วย ตื่นเช้ามาก็จัดกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย เก็บข้าวของ เช็คเอาท์แล้วออกมาเลยครับตั้งแต่ 10 โมง ไม่ต้องทำเรื่องอะไรให้วุ่นวายเลยครับโรงแรมนี้ ถือกระเป๋าเดินออกไปได้เลย ฮ่าๆ
อาหารก็ทานง่ายๆครับ กินข้าวปั้นร้านสะดวกซื้อ แล้วก็มุ่งไปชินจูกุเลย ภารกิจแรกคือต้องหา Coin locker ที่พอเก็บกระเป๋าลากของผมได้ ซึ่งหาไม่ยากเลยครับ ในสถานีรถไฟของชินจูกุมีโซนที่มี locker เรียงกันอยู่เยอะๆอยู่ที่นึง ผมก็ไปฝากไว้ที่นั่นครับ ครั้งละ ¥500 ก็ไม่แพงนา ไม่จำกัดเวลา แต่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าเค้าขอแค่ต้องกลับมาเอาไปภายในวันนั้น 

ฝากของเสร็จก็ตรงไปที่งานเลย ไปล่วงหน้าเช่นเดิม

ก็มีคนมารอเยอะอีกแว้ว

เช่นเดียวกับเมื่อวานนี้ครับ ถึงเวลาก็รอเค้าเรียกตามคิวบนตั๋ว เข้าไปก็ต้องจ่าย Drink charge แยกต่างหากอีก ¥600 ก็เลยแลกเป็นเบียร์แก้วนึง (เบียร์สั่งง่ายที่สุดละ หะๆ)

CR : https://twitter.com/tpalette/status/1048046549576470529?s=12

นี่ครับ ตารางคอนวันนี้ มีกันไปยาวๆเลยตั้งแต่เที่ยงยันเย็น
ที่พีคมากสุดคือก่อนงานแสดงเริ่มครับ เป็นจังหวะที่ทยอยเข้าไปในตัวงานเรื่อยๆ...

CR : https://twitter.com/tpalette/status/1048046549576470529?s=12

มีแอบมาแฝงตัวเป็นสตาฟแจกข้อความด้วยอ่าาาา กรีดดด (เป็นข้อความแจ้งเตือนขอความกรุณางดกระโดดในงาน) ผมเห็นหลายคนไม่รู้ตัวนะ แต่ตัวผมรู้ทัน ได้เจอตัวเป็นๆใกล้ๆครั้งแรก 
จริงๆถือเป็นไอดอลที่เฟรนลี่แล้วก็ใกล้ชิดแฟนๆมากเลยแหละครับ ผมแค่ไม่มีโอกาสมางานก่อนๆแค่นั้นเอง

ถึงเวลางานเริ่ม ก็ตื้นตันกันไป ได้ดูวงอื่นๆด้วย แต่ละวงก็พูดถึงความรู้สึกผูกพันกับไอดอลคู่นี้ ซึ้งๆ
งานนี้ขออนุญาตเก็บภาพความประทับใจไว้เป็นการส่วนตัวนะครับ หะๆ

ก็จบกันไป จากวันพรุ่งนี้ก็จะไม่มีวงนี้อีก
ดีใจมากที่ได้มา ถ้าไม่ได้มานี่คงเสียใจไปยาวๆ อย่างน้อยก็ได้มางานคอนอำลาอะเนอะ โชคดีนะครับทั้งสองคน

เอ้อ ลืมบอกราคาค่าตั๋วของสองงานนี้เลยครับ
งานแรกเมื่อ Day3 ราคาบัตร ¥3,500
งานสุดท้ายใน Day4 ราคาบัตร ¥5,000 ครับ จ่ายไปเรียบร้อยตั้งแต่ตอนอยู่ไทยละ 

จบงานคอนแล้ว ก็เหลือธุระอีกหนึ่ง ก่อนจะบินกลับประเทศไทยในคืนนี้ครับ นั่นก็คือไป Live House ซึ่งอยู่ในชินจูกุเหมือนกันที่มือกีต้าร์เพื่อนผมเป็น Host ประจำร้านอยู่ ซึ่งมีสมาชิกหลักเป็นมือกีต้าร์ เบส และกลอง ที่ร้านมีเปียโนวางไว้ด้วยครับ สำหรับชาวเปียโนก็ไปตัวเปล่า พกไปแค่ฝีมือก็พอครับ แจมได้เลย เอ้ยลืมไป มีค่า Music charge ¥2,000 ด้วยครับ(ราคามาตรฐานครับ)ได้free 1 Drink จ่ายเงินเสร็จ ก็ระบุเครื่องดนตรีประจำตัว ถึงเวลาเค้าเรียกเชิญขึ้นไปแจม ก็ไปแจมกันเลย เปิดโน๊ตเล่นสดๆกันเลยครับตรงนั้น

พอผมกลับไปเอากระเป๋าที่ locker เสร็จก็ตรงไปที่ร้านเลย

ร้านชื่อ "Golden Egg"  http://www.g-egg.info/top.html

CR : http://uda335.com/?p=1049

บรรยากาศในร้านเป็นประมาณนี้ครับ แต่วันที่ผมไปนี่คนน้อยอีกละ เลยได้เล่นเต็มที่หน่อยครับ (โชคดี)
ผมไปถึงได้พักนึง เพื่อนคนที่เป็นมือแซกก็ตามมาครับ

แล้วก็แจมกันเลยย

ไม่ได้เล่นกันสดๆแบบนี้มานานแล้ว รู้สึกได้ฟื้นความรู้สึก ความสนุกเวลาเล่นดนตรีด้วยกัน โชคดีที่ได้มาครับ แล้วเป็นจังหวะที่เพื่อนประจำอยู่ร้านพอดี (คือจริงๆเพื่อนประจำร้านนี้แค่ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน แล้วคอนเสิร์ตก็มาตรงกับวันนี้อีก เป็นไงล่ะ ทุกอย่างช่างเป็นใจ ฮ่าๆๆ)

ผมอยู่ที่นี่ถึง 3ทุ่มครึ่งเลยครับ
เพื่อนยังต้องอยู่ต่อ ก็เลยอำลากันนิดๆหน่อยๆที่ร้านครับ แล้วผมก็รีบไปฮาเนดะเลยครับ นั่งรถไฟจากชินจูกุไปชินางาว่าแล้วต่ออีกสายเดียวไปถึงสนามบินฮาเนดะเลยครับ ใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 50นาที ถึงสนามบินก็ซื้อขนมฝากคนที่บ้านนิดๆหน่อยๆ แล้วก็เช็คอินเข้าไปรอหน้าเกตเลยครับ

แต่สุดท้าย เครื่องมาเลทไปประมาณเกือบชั่วโมงได้ครับ...

ทริปนี้รู้สึกใช้เวลาคุ้มมาก
ทริปนี้ผมเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ ¥34,000 ครับ ถ้าตัดค่าคอนเสิร์ตและของที่ระลึกไอดอล(อันนี้ใช้ไปประมาณหมื่นเยน แหะ)  แล้วก็ไม่รวมค่าเครื่องบินนะครับ ค่าใช้จ่ายก็น่าจะตกประมาณไม่เกิน 10,000 บาท

Day5 : เดินทางกลับทำงานต่อ

เนื่องจากมาเลท เวลาที่ถึงกรุงเทพฯก็เลทตามกันไป แต่ผมก็นั่งแท็กซี่ไปทำงานทันนะ ชุดทำงานนี่เตรียมมาแล้ว พร้อมทำงานต่อได้เลย หะๆ แต่ลืมนึกเรื่องอาบน้ำไปเลยครับ 55555
ทริปตามแพลนผมนี่คุ้มเวลา แต่ต้องยอมไม่อาบน้ำหนึ่งคืน ฮ่าๆ แต่วันนั้นทั้งวันก็ไม่ได้มีใครบ่นตัวเหม็นนะ หรือพวกเค้านึกจะอยู่ในใจ...  

แนะนำกันอีกที ไฟลท์JL0718 กับ ไฟลท์ JL0033 ของสายการบิน JAL นะครับ
ไว้หนหน้าถ้าไปตามแพลนนี้อีก คงต้องแทรกเวลาอาบน้ำ หาที่อาบน้ำลงไปในแพลนด้วย ฮ่าๆ

ขอบคุณครับ ไว้เจอกันโพสต์หน้านะครับ^^

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Dorian
ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียว 2ปีครับ เพื่อเรียนดนตรี ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ชื่นชอบ ปัจจุบันทำงานล่ามภาษาไทย-ญี่ปุ่นครับ
RELATED POST
kawagoe-top
blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

หนึ่งวันในคาวาโกเอะ (Kawagoe) ลิตเติ้ล เอโดะ ย้อนบรรยากาศเมืองเก่าและขอพรศาลเจ้าความรักชื่อดัง ฮิกาวะ

15/04/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!