blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

Before Midnight in Fukuoka ฟุกุโอกะหนึ่งวันชิลล์ ๆ กับความหลากหลายยามค่ำคืน

GOPR1831 co ver

ผู้ร่วมเดินทาง

| คนเดียว |

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อหนึ่งคน

| 10000 - 19999thb |

ระยะเวลาการเดินทาง

| 1 วัน |

ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง

|

รถไฟ | 

เที่ยวแบบไหน

| ไปด้วยตนเอง |

ชื่อสถานที่หรือภูมิภาคที่ไป

  • Fukuoka
  • สวนสาธารณะ Suzaki Park
  • ตลาดยานากิบาชิ (Yanagibashi Rengo Market)
  • สถานีรถไฟโอโฮริโคเอ็น (Ohorikoen Station)
  • สวนสาธารณะ Maizuru Park
  • ฟุกุโอกะทาวเวอร์ (Fukuoka Tower)
  • Marizon
  • Food Stalls (Yatai) – Seiryu Park ย่านฮากาตะ (Hakata Ward)

แผนที่โน้ตการเดินทางนี้

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับฟุกุโอกะ (Fukuoka) กับเวลา 1 วันในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวอาจจะไม่ค่อยไปกัน55 แบบลุยเดี่ยวสไตล์ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว55 แต่บอกเลยว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่เราตกหลุมรักและอยากกลับไปมากที่สุดเมืองหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ฟุกุโอกะ (Fukuoka) เป็นเมืองที่สำคัญในภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ไม่เพียงเท่านี้ฟุกุโอกะยังเป็นหนึ่งในเมืองที่ติดอันดับเมืองน่าอยู่และเป็น Japan’s most innovative city อีกด้วย

ทริปนี้เป็นทริปที่จริง ๆ แล้วเราไปด้วยเรื่องงานและมีเวลาเที่ยวจากช่วงเที่ยงถึงช่วงกลางคืนเท่านั้น และเป็นทริปที่เราอยากไปในสถานที่ที่ไม่ใช่ Tourist attractions มากนัก อยากใช้เวลาไปเดินตลาด ดูวิถีชีวิตผู้คนชาวญี่ปุ่นในเมืองนี้ว่าน่าอยู่จริงมั้ย จะเหงา คนหนาเเน่นเเบบเวลาขึ้นรถไฟที่โตเกียวมั้ย หรือเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเเบบย่านเมืองเก่าของเกียวโตหรือเปล่า

หาที่พักในฟุกุโอกะ

เนื่องด้วยเวลาน้อยและต้องออกเดินทางไปสนามบินเพื่อให้ทันไฟล์ทเช้า เราจึงเลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟเทนจิน (Tenjin) เพื่อเป็นศูนย์กลางของสถานที่ที่เราจะไปในวันนี้ และราคาไม่แพงจนเกินไปเพราะเราจองแบบกะทันหันจริง ๆ เลยอาจจะมีตัวเลือกน้อยลง เราเลือก Hatago Tenjin แบบห้องพักรวม คือโอเคเลย ปกติเราเป็นสายนอนโฮสเทลอยู่แล้ว และรู้สึกว่าโฮสเทลในญี่ปุ่นคือไว้ใจได้ในเรื่องความสะอาดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ห้องน้ำห้องครัวคือดีพร้อม ไม่ค่อยน่ากังวลเลย

การเดินทางมาฟุกุโอกะ

ปัจจุบัน(ที่ไม่ใช่ช่วงCOVID–19นะ) มีสายการบินหลายสายที่บินตรงมายังฟุกุโอกะ ทั้งการบินไทย ไทยเเอร์เอเชียเอ๊กซ์ หรือสายการบินสัญชาติญี่ปุ่นเอง เรามาด้วยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เวลาขามาค่อนข้างโอเค คือบินดึกถึงเช้า แต่ขากลับออกในช่วงเช้าอาจจะทำให้เสียเวลานั่งเครื่องในช่วงกลางวันไป เสียค่าใช้จ่ายซื้อน้ำหนักกระเป๋า(ที่เคาน์เตอร์ก่อนเชคอิน)ราคาไม่แรงมาก บินด้วยเครื่องลำเล็ก Boeing737 บริการภายในมีขนมกับน้ำให้เป็นแบบของว่าง ใครหิวข้าวต้องซื้อนะจ๊ะ

การเดินทางในฟุกุโอกะ

ครั้งนี้เราเลือกใช้พาส(Pass)ที่เป็นบัตรโดยสารรถไฟใต้ดินฟุกุโอกะ (Fukuoka Subway Pass) โดยเรานั่งกี่รอบก็ได้แต่สำหรับสาย Kuko Line, Hakozaki Line และ Nanakuma Line เท่านั้นนะ ราคา 620 เยน สำหรับหนึ่งวันเด้อ

แนะนำให้ใช้ตั๋วนี้หากคุณเดินทางในฟุกุโอกะ 😉

สรุปงบ

เราเสียค่ากินค่าเดินทางไปทั้งสิ้นประมาณ 1,200 บาทแบบไม่รวมของฝากและตั๋วเครื่องบิน คือถูกสุดที่เคยไปมาเพราะค่าโรงแรมก็ 500 บาทแล้ว555

แผนการเดินทาง

  • สวนสาธารณะ Suzaki Park
  • ตลาดยานากิบาชิ (Yanagibashi Rengo Market 柳橋連合市場)
  • สถานีรถไฟโอโฮริโคเอ็น (Ohorikoen Station 大濠公園駅(福岡市美術館口)) สวนสาธารณะ Maizuru Park
  • ฟุกุโอกะทาวเวอร์ (Fukuoka Tower)
  • Marizon (マリゾン)
  • Food Stalls (Yatai) – Seiryu Park (清流公園) ย่านฮากาตะ (Hakata Ward)

พร้อมแล้วไปเที่ยวฟุกุโอกะกันก่อนจะเที่ยงคืน :]

หมอกเมฆก่อน Landing ทำให้เรากังวลว่าฝนจะตกมั้ย เพราะเรามาในช่วงรอยต่อของฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือนกันยายนนั่นเอง แน่นอนว่าไทยเราฝนตก55

พอเริ่มใกล้มาก็ใจชื้นยังไม่ตกแหละ55 มาถึงสนามบินTerminal เราไม่มีสถานีรถไฟที่นี่นะ ต้องเดินออกไปขึ้นรถบัสรับส่งระหว่างสถานีรถไฟกับตัว International Terminal ก่อน

จากนั้นก็หาซื้อตั๋ว รถไฟใต้ดินฟุกุโอกะ (Fukuoka Subway Pass) สำหรับ 1 วันเรียบร้อยแล้วไปลงสถานีรถไฟเทนจิน (Tenjin Station) เลย เอาของไปทิ้งไว้ที่พัก 55

สถานีรถไฟเทนจิน (Tenjin Station)

ด้วยความที่สถานีรถไฟเทนจิน(Tenjin Station) เป็นเหมือนสถานีเชื่อมต่อระหว่างรถไฟสองสายและมี Retails ร้านค้าต่าง ๆ เป็นแนวยาวตลอดทางใต้ดิน หลงพะย่ะค่ะ555 เดินวนนานมากกว่าจะเจอทางออกที่แท้ทรูของเรา55 เมื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยเน้อ

ขนาดป้ายยังเป็นภาษาไทย เราว่าต้องมีคนไทยออกไม่ถูกบ้างแหละ อิอิ

หลงก็ดีนะ ได้เดินสำรวจว่ามีอะไรบ้าง ห้องน้ำที่นี่ตกแต่งดีเลิศมาก นั่งสบาย สะอาดราวกับอยู่บ้าน555 ไม่ตะขิดตะขวงใจเลยว่านั่ง…อยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินนะ55

และก็นี่ เฮ้ยเค้าก็เล่นหวยกันนะ เป็นร้านจริงจังมาก คือเราไม่รู้ว่ามาถูกจังหวะหรือยังไงเห็นแบบนี้ในตัวเมืองตามถนนอีกหลายร้านเลย

First impression คือแบบเมืองนี้น่ารักอ่า มีความคลาสสิค ตู้ไปรษณีย์งี้

เนื่องจากเราออกทางออกผิดแหละ55 ก็เลยต้องข้ามถนนเยอะหน่อย

ครั้งหน้าจะมาเช่าจักรยานปั่นรอบเมือง คือคนไม่เยอะเกินไป แล้วบรรยากาศเหมาะกับการขี่จักรยานมาก แต่วันนี้จ่ายค่าพาสไปแล้วใช้พาสละกันนะ55

คนน้อยมาก หรืออาจจะเป็นเพราะเวลาทำงานรึเปล่า เค้าก็ไม่ได้เอาสายไฟลงดินนะ แต่ก็ยังเป็นระเบียบอ่า55

สวนสาธารณะ Suzaki Park

เนื่องด้วยยังไม่ถึงเวลาที่ให้ฝากกระเป๋าได้(แต่จริง ๆ แล้วเค้าให้ฝาก งงมะ55 คือยังไม่ถึงเวลาที่เขียนไว้ในเว็บ Booking ว่าให้ฝากกระเป๋าได้ แต่จริง ๆ แล้วเค้าบอกว่าเราเอามาทิ้งไว้ก่อนได้แบบไม่มีลอคเกอร์นะ) เราเลยมานั่งรอที่สวนสาธารณะ Suzaki Park ใกล้ ๆ กับ Art Museum ใครมาแถวก็จะมาชมพิพิธภัณฑ์นี้กัน แต่เราไม่เพราะเราเน้นชมของฟรี55 เลยเดินเล่นในสวน ช่วงนี้เริ่มมีใบไม้ ลูกไม้ร่วง ๆ ตามพื้น ด้วยความติ๊งต๊องเดินเหยียบเล่นเลยหกล้ม55 ต้องมานั่งพักแพพ นั่งดูเเมวที่เมินเรา55

ลูกอะไรไม่รู้เต็มต้นเลยยยยย

และได้คำตอบว่ามันคือเม็ดแปะก๊วยที่เรากินทุกตรุษจีนนั่นเอง55 มันแพงไม่ใช่หรอทำไมมันร่วงเยอะแบบเน้55

ตลาดยานากิบาชิ (Yanagibashi Rengo Market 柳橋連合市場)

หลังจากทิ้งกระเป๋าแล้ว55 เราจะนั่งรถไฟไปยังสถานีรถไฟ Watanabe-Dori Station

เมืองนี้น่ารักอ่า ดูเก้าอี้ การตกแต่งข้างทางนั่นนี่ แฮปปี้ ผู้คนก็น่ารัก ดูเป็นมิตรมากกว่าเมืองอื่น ๆ ของญี่ปุ่นที่เราเคยไป เค้าดูชิลล์กว่า ไม่เร่งรีบเท่าที่อื่น ๆ อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวเลย

เราเดินไปยังตลาดสดที่เราอยากจะมามาก ๆ เพื่อตามหาลูกพีซ(เป็นหน้าลูกPeach พอดีแหละช่วงนี้) และหวังที่จะฝากท้องไว้กับที่นี่ อิอิ

ตลาดเหงามาก เหมือนตลาดจะวายแล้วหรือยังไม่เปิด แถมมีก่อสร้างไรไม่รู้ ฮืออ เลยเหลือร้านปลาสดไม่กี่ร้าน กับผลไม้นิดหน่อย ไม่มีพีซหรือร้านข้าวใดใด

เหงา ๆ เศร้า ๆ และหิว ทางเข้าเงียบมากก

เลยตัดสินใจเดินกลับสถานีรถไฟแต่ไปอีกทางนึงแทน เดินเรียบแม่น้ำชิลล์ ๆ

บ้านคนเงียบ ๆ มีคนเดินสวนบ้างครั้งคราว มีตู้กดน้ำ เป็นน้ำเย็นดับกระหายคลายร้อน คือเป็นครั้งแรกที่เรามาญี่ปุ่นในหน้าร้อน ปกติจะเห็นแต่ตู้ที่กดออกมาแล้วกระป๋องมันร้อนแต่นี่เป็นน้ำเย็น เก๋มากเปลี่ยนตามฤดู และก็มีที่กดบุหรี่ด้วย

เราหิวได้ไม่นานก็เจอขุมทรัพย์55 ซุปเปอร์มาร์เก็ตนั่นเอง อิอิ จัดเต็มเลยของกิน ขนม น้ำ!

ตอนแรกนึกว่ากัญชา555

จักรยานทั่วเมืองจริง ๆ

ไปต่อกัน อีกอย่างของที่ฟุกุโอกะที่เราชอบมากก็คือ รถไฟใต้ดินคนไม่แน่น หรือบ้างช่วงเวลาเรียกได้ว่าคนน้อยได้เลย55 คือเดินทางชิลล์มาก

สถานีรถไฟโอโฮริโคเอ็น (Ohorikoen Station 大濠公園駅(福岡市美術館口))

สถานีนี้เราตัดสินใจในช่วงที่รถจะปิดประตูว่าจะแวะหรือไม่แวะ เพราะกลัวไปไม่ทันดูพระอาทิตย์ตกริมทะเล55 แต่ดีแล้วที่ตัดสินใจแวะ สถานีนี้เป็นสถานีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเยี่ยมชม Ohori Park และส่วนที่เหลือของปราสาทฟุกุโอกะ

ถ้าจะไปชมปราสาทเดินเลียบเส้นทางไปตามต้นไม้เลียบถนน

แต่เราเข้าไปทาง Maizuru Park แทน ซึ่งแน่นอนว่าหากต้องการภาพปราสาทกับต้นไม้และบ่อน้ำไม่ควรเดินมาทางเรา555 เรามาผิดทางนั่นเอง555

แต่จริง ๆ มันมีจุดที่เชื่อมกันอยู่นะ แต่เรามาช่วงเวลาที่เขาปิดพอดีแหละ เลยเห็นแบบไกล ๆ

คือสวนนี้บรรยากาศดีมาก ได้เห็นเครื่องบินบินผ่านแบบใกล้ ๆ ด้วย อากาศดีมั่นใจว่าน่าจะไม่มี PM 2.5 ในช่วงนี้แน่นอน

แอบดูเค้าเล่นกับหมา น่ารักปนขำในความน่ารักของเหล่าหมา ซักพักมีเด็ก ๆ ซึ่งน่าจะมีกิจกรรมอะไรบางอย่าง มีผู้ปกครองมาคอยอยู่ ส่วนคุณครูก็นำวิ่ง เด็ก ๆ ก็วิ่งรอบสวนกัน นี่คือความน่ารักของหน้าร้อนของที่นี่

เรานั่งรถไฟใต้ดินไปกันต่อ ช่วงเลิกงานพอดีแต่คนไม่เยอะเท่าที่คิดไว้ สบาย ๆ 55

ฟุกุโอกะทาวเวอร์ (Fukuoka Tower)

เนื่องจากดูใน Google Map แล้วระยะทางจากสถานีรถไฟฟุจิซากิ (Fujisaki Station 藤崎駅) ไป Fukuoka Tower กับสถานีนิชิจิน (Nishijin Station 西新駅) ไป Fukuoka Tower นั่นไม่ต่างกันมาก เราเลยเลือกไปลงที่สถานีรถไฟฟุจิซากิ (Fujisaki Station 藤崎駅) แล้วกลับจากสถานีนิชิจิน (Nishijin Station 西新駅) เพื่อให้ได้เห็นบ้านเมืองเค้าเยอะ ๆ เที่ยวแบบคนโลภ55

หลังจากออกจากสถานีรถไฟฟุจิซากิ (Fujisaki Station 藤崎駅) ก็เจอความน่ารักอีกแล้วน้องตู้55 เราเดินสวนกับเหล่าคนทำงานที่พึ่งเลิกงานกัน แถวนี้มีองค์กรภาครัฐอยู่พอสมควร

ตกเย็นนี้เห็นพ่อแม่พาเด็กมาเล่นที่สวนโมโมชิ (Momochi Central Park 百道中央公園) สมเป็นเมืองที่น่าอยู่จริง ๆ อ่าแหละ

เราเดินตามทางไปเร่ิมเห็นความเปลี่ยนแปลงของสีใบไม้บ้างแล้ว

เห็นฟุกุโอกะทาวเวอร์อยู่ไกล ๆ

ใกล้เข้ามาอีก

ตึกคือเฉียบมากก

เดินมาด้านหลัง Fukuoka Tower ก็จะเจอสถาปัตยกรรมที่ยื่นออกไปในทะเล (Marizon マリゾン) เป็นสถานที่เอาไว้จัดงานแต่งงานของคนมีเงิน บรรยากาศคงดีงามมาก

แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวไปในตัวได้ด้วย 55

บรรยากาศชิลล์มาก รู้สึกถึงการได้มาพักผ่อน ถอดรองเท้า เดินให้คลื่นซัด ดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน กับลมเย็น ๆ ตกกลางคืนนี้เริ่มหนาวแล้วนะ อากาศดี

นั่งกินลมชมวิวสักพักก็ล้างขาล้างเท้าไปชมไฟที่ตึกต่อ

มีการเล่นแสงสีตอนกลางคืน เริ่มมีหนุ่มสาววัยรุ่นมากันเป็นคู่บ้าง เป็นกลุ่มบ้าง สักพักไฟเปลี่ยนเป็นรูปหัวใจ เก๋อีกแล้วว

Hakata – Gion

เรานั่งรถไฟใต้ดินมาที่สถานีกิออน (Gion Station 祇園駅) เพื่อจะไปเดินเล่นย่านสตรีทฟู้ดยามดึก แต่มาจบที่ Yoshinoya ก่อนจะไปถึงเพราะหิวมากบวกกับป้ายราคายั่วยวนใจ55 เรากินข้าวหน้าหมูที่ใส่พริกป่นเยอะมากจนคนญี่ปุ่นมอง55

แวะซุปเปอร์มาร์เก็ตซะหน่อยเพราะกลัวว่าขากลับมันจะปิดก่อน ซื้อของฝากกลับบ้านนิดหน่อย

แต่ที่ดึงดูดใจสุดคงเป็นลูกพีซ ที่พอประตูเปิดออกมาแล้วกลิ่นหอมมากกกก รักกก

Food Stalls (Yatai) – Seiryu Park (清流公園) ย่านฮากาตะ (Hakata Ward)

เอกลักษณ์อีกอย่างที่น่าสนใจของฟุกุโอกะคือสตรีทฟู้ดดดดด หลังจากเราเดินไป Canal City Hakata (แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเหล่านักท่องเที่ยวที่มาฟุกุโอกะ)จากสถานีกิออน (Gion Station 祇園駅) แล้วพบว่ามันปิด เราเลยได้เวลาเพิ่มเดินดูร้านอาหารข้างทางตลอดแนวแม่น้ำนากะ (Naka River) ในช่วงสะพานข้ามแม่น้ำตรง Food Stalls (Yatai) ไปจนถึง Seiryu Park (清流公園)

เต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย ทั้งปิ้งย่าง เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ อาหารทะเลสด เรียกได้ว่าเลือกไม่ถูกเลย

มีที่นั่งให้กิน เห็นหนุ่มสาววัยทำงานมาสังสรรค์กันหลังเลิกงานเฮฮา ระหว่างเดินกลับนี่เจอเเหล่งอาบอบนวดด้วย555 เป็นย่านสังสรรค์ที่แท้ทรู55

กลับแบบเงียบเหงามาก

บรรยากาศกลางคืนเงียบเหงา

เพราะคนไปอยู่ที่ร้านอาหารข้างทางนี่เอง ตอนกลางคืนมีร้านมาตั้งริมถนนมากมาย ย่านเมื่อกี้ที่เราไปเป็นแบบครบเซ็ต ส่วนร้านที่มาตั้งเป็นอารมณ์เหมือนรถเข็นบ้านเรา คึกคักมากเหมือนรองรับคนที่เพิ่งเลิกงาน อาหารจะมีหลายอย่าง แต่มีร้านราเมงไรแบบนี้ด้วย ดีงาม แต่เช้ามาเขาเก็บหมดเข้าสู่สภาวะเรียบร้อยเจเเปนนิชสไตล์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้55 ถ้าเราไม่ออกมาตอนกลางคืนเราก็คงไม่รู้อ่า555

ออกแต่เช้าตรู่เพื่อให้ทันรถไฟรอบแรกไปสนามบิน

พาสหมดแล้วซื้อรายเที่ยวเอา จากสถานีเทนจิน (Tenjin Station 天神駅) ไปสถานีรถไฟตรงสนามบิน (Fukuokakuko Station(Airport) 福岡空港駅) 260 เยน

ต่อรถบัสไป International Terminal กันต่อ

ระหว่างรอผ่าน Immigration มีวิดีโอเชิญชวนท่องเที่ยวให้ดูมีของกินเยอะมากดูจนหิว555 แต่น่าเสียดายที่ร้านต่าง ๆ เปิด 7 โมงทำให้กินไม่ทันต้องบอร์ดดิ่งขึ้นเครื่องก่อน

ตอนเข้าห้องน้ำเราแอบทำน้ำกระเด็นไปโดนคนญี่ปุ่นแบบไม่ได้ตั้งใจ เราตกใจมากแต่คนนั้นคือไม่โกรธเลยแล้วยิ้มแย้มบอกไม่เป็นไร ๆ คือฮืออ คนที่นี่น่ารักจริง ๆ

บ๊ายบายฟุกุโอกะ ครั้งหน้าจะมาใหม่นะ เราจะมาเที่ยวคิวชู เกาะแมว แล้วก็กินอาหารต่าง ๆ อีกแน่นอน ฟุกุโอกะในตัวเมืองเองถึงแม้จะไม่ได้มีสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากเท่าเกียวโตหรือเมืองอื่น ๆ แต่ความน่ารักของที่นี่คือแบบเป็นญี่ปุ่นอีกมุมมองที่เราไม่เคยเห็นและตกหลุมรักอย่างจัง ใครที่ชอบญี่ปุ่นแบบชิลล์ ๆ อาหารอร่อยอย่าลืมแวะมานะจ๊ะ

แล้วพบกันใหม่จ้า ขอบคุณค่ะ

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Let_me_go_there
Instagram: Let_me_go_there
RELATED POST
kawagoe-top
blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

หนึ่งวันในคาวาโกเอะ (Kawagoe) ลิตเติ้ล เอโดะ ย้อนบรรยากาศเมืองเก่าและขอพรศาลเจ้าความรักชื่อดัง ฮิกาวะ

15/04/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!