blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

Autumn in Kyoto ตอน นั่งรถไฟดูใบไม้แดง ชมแสงสียามค่ำคืนที่วัดน้ำใส

Autumn in Kyoto ตอน นั่งรถไฟดูใบไม้แดง ชมแสงสียามค่ำคืนที่วัดน้ำใส

ผู้ร่วมเดินทาง

| ครอบครัว |

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อหนึ่งคน

| 10000 - 19999thb |

ระยะเวลาการเดินทาง

| 1 วัน |

ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง

|

รถไฟ | 

เที่ยวแบบไหน

| ไปด้วยตนเอง |

แผนที่โน้ตการเดินทางนี้

Rating
5

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปนั่งรถไฟชมบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี บนรถไฟเอซัง (Eizan) กับเส้นทางที่ได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางชมใบไม้แดงที่สวยอันดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น บวกกับในช่วงเดือนพฤศจิกายนตามวัดและศาลเจ้าจะมีเทศกาลต่าง ๆ เช่นเทศกาลใบไม้ร่วง เราจึงเลือกไปชมแสงสีที่วัดคึโยมิสึ (Kiyomizu-dera) ในช่วงกลางคืนในวันเดียวกันเลย

การเดินทางในเกียวโตไปยังคุรามะ (Kurama)

เราจะใช้ Kansai Thru Pass ในวันนี้เพื่อครอบคลุมการนั่งรถไฟเอกชน เนื่องจากไฮไลท์เราจะนั่งรถไฟเอซัง (Eizan) แผนการเดินทาง

  • นั่งรถไฟชมใบไม้เปลี่ยนสีไปสถานีรถไฟคุรามะ (Kurama)
  • เดินขึ้นเขาไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และชมวิวใบไม้แดงจากบนวัดคุรามะ (Kurama-dera)
  • เดินเล่น ถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีที่สถานีรถไฟคิบุเนะกุจิ (Kibuneguchi Station)
  • ถ่ายรูปสไตล์ฮิปสเตอร์ระหว่างรอรถไฟที่สถานีรถไฟ Demachiyanagi
  • เดินเล่นย่าไปต่อกันที่ย่านฮิกาชิยามะ(Higashiyama Ward) เก็บภาพเจดีย์ยะซาคะโนะโต (Yasaka Pagoda) กับเมืองเก่าบริเวณรอบ ๆ
  • ชมแสงไฟยามค่ำคืนที่วัดน้ำใส หรือ วัดคึโยมิสึ (Kiyomizu-dera)

ออกเดินทางไปนั่งรถไฟชมใบไม้เปลี่ยนสีกันเลย

เราออกจากโฮสเทลแล้วต่อรถไฟเพื่อมาขึ้นรถไฟเอซัง(Eizan) ที่สถานี Demachiyanagi ระหว่างทางเราจะผ่านตัวเมือง เข้าสู่เขตชานเมืองของเกียวโต ลักษณะรูปแบบอาคารบ้านเรือนก็เริ่มเปลี่ยนลักษณะเป็นหลัง ๆ มากขึ้นและถูกรายล้อมไปด้วยทิวเขาหลากสีสัน

ใบไม้เปลี่ยนสีระหว่างทางรถไฟ

จนเริ่มเข้าสู่เขตธรรมชาติ อยากบอกว่าตอนขึ้นรถไฟจับจองที่หัวขบวนหรือท้ายขบวนไว้ (ถ้าคนเยอะ) เราก็จะได้ภาพบรรยากาศแบบอุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีเหมือนเราแหวกเขาไปกลางใบไม้สีเขียว เหลือง ส้ม แดง สลับกันไปแบบตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว

สถานีคุรามะ (Kurama Station)

ประมาณครึ่งชั่วโมงรถไฟก็จะนำเราเข้าสู่สถานีคุรามะ(Kurama Station) เดินออกมาตามผู้คนก็จะเจอรูปปั้นแลนด์มาร์คที่สำคัญ “ปีศาจเทนงู” เพราะคุรามะนั่นเป็นสถานที่ที่มีเรื่องเล่าและตำนานขอปีศาจตนนี้นั่นเอง เราจึงได้เห็นรูปปั้นเขามาต้อนรับตั้งแต่ออกจากสถานีรถไฟกันเลยทีเดียว 555

ก่อนจะขึ้นไปวัด เราลีลาเดินเล่นถ่ายรูปละแวกนี้กันก่อนเพราะใบไม้แดงมันดึงดูดจริง ๆ อุโมงค์ใบไม้แดงอยู่ตรงนี้ 35°06'47.1"N 135°46'24.9"E

จนมาถึงจุดนี้ที่ต้องอุทานออกมาว่านี่หรือทางเดินเข้าหมู่บ้าน คอมโพสเว่อร์วังเกินน บรรยากาศก็เงียบสงบ ได้ยินเสียงน้ำไหลผสมกับลมพัด ประสาทสัมผัสทั้ง 3 คือทำงานรับความสุขจากภาพตรงหน้าให้ใจอิ่มเอมมาก ๆ  แต่ถ้าใครจะมาจุดนี้ก็ขอให้มาอย่างสงบนะ เพราะคิดว่าตรงจุดนี้น่าจะมีคนท้องถิ่นอาศัยอยู่แหละ เป็นหมู่บ้านเงียบ ๆ กลางธรรมชาติจริง ๆ

วัดคุรามะ (Kurama-dera)

ได้เวลาไปวัดกันเเล้ว เรามองเห็นทางขึ้นจากตรงนี้เลย เดินตรงไปขึ้นบันไดเพื่อผ่านทางเข้า ค่าบำรุงรักษาวัด(ค่าเข้า)ก็ 300 เยน ถือเป็นการทำบุญไปในตัว

ใบไม้แดงแบบแกรนด์โอเพ่นนิ่งมาก 55

เอกลักษณ์อย่างนึงของที่นี่เลยคือเสาแดง ๆ กับโคมไฟญี่ปุ่นตกแต่งเรียงรายเป็นระเบียบ เป็นการนำทางให้เราได้อย่างดี

และเเน่นอนว่าเป็นทริปที่แคร์ผู้สูงวัย เราเลือกขึ้นรถราง เพราะจะได้เก็บแรงไว้เดินข้างบนและโปรแกรมอื่น ๆ ของวันนี้55 ค่าเสียหาย 200 เยน จุดนี้ก็มีโมเดลแสดงให้เห็นภาพรวมว่าเราจะเดินไปจุดไหนอะไรยังไงบ้าง  จริง ๆ เรามีการวางแผนใหม่ เพราะเหล่าสว.ของเรามีอาการล้าจากเมื่อวานที่ไปอาราชิยาม่าอยู่บ้าง(ใครที่สนใจชมภาพบรรยากาศการเดินทางไปอาราชิยาม่า(Arashiyama)ของเราติดตามได้ที่ลิงก์นี้เลยจ้า https://ohhotrip.com/9911/) เราเลยใช้โมเดลตัวนี้แหละตกลงกันว่าเราจะไปถึงจุดไหนถ้าไม่ไหวจริง ๆ 55

แปปเดียวก็ขึ้นมาถึง ระหว่างทางเดินไป Main Hall Kurama-dera จะมีจุดให้สักการะบูชาเรื่อย ๆ สั่นระฆังเอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย 55

ระหว่างทางขึ้นเขาที่นี่เราจะเห็นคุณลุงคุณป้าหลายคน หลายคู่มาก มีทั้งอุปกรณ์เดินเขาพร้อม และเเต่งตัวชิลล์ ๆ กันมา เค้าดูแข็งแรงกันมาก เดินเร็วมากด้วย วัยรุ่นอย่างเรายังอาย คือขึ้นพร้อมกัน เราเดินไปหอบไป ในขณะที่คุณป้าเดินห่างไปไกลลิบ 55 จนต้องบอกว่าสุโค่ย 555

มาถึงตัววัดคุรามะ (Kurama) แล้ววว เราก็ได้รางวัลเป็นวิวท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่ กับอากาศบริสุทธิ์สดชื่นเต็มปอด สูดเข้าไปแบบสบายใจสุดด

สรุปเราตัดสินใจเดินกลับจากจุดนี้ เดินจุดที่เมื่อกี้เราไม่ได้ผ่านเพราะนั่งรถรางมา55 ระหว่างทางมีความเขียวขจีสดชื่นมาก

แล้วก็มีน้ำตกเล็ก ๆ ระหว่างทาง ธรรมชาติมาก

ลงมาถึง มีที่ให้สักการะบูชา เราขอพรก่อนกลับกันซะหน่อย

ต้นไม้ยักษ์ น่าจะมีความเก่าแก่มาก ต้องใช้คนโอบหลายคน มีการทำสัญลักษณ์ไว้เราเลยคิดว่ามันน่าจะเก่าแก่มาก 555

เตรียมตัวเดินกลับก็แวะหาอะไรกินสักหน่อย คนก็ทยอยมากันเรื่อย ๆ จุดที่เราเดินเข้าไปถ่ายรูปเมื่อเช้าก็เริ่มมีคนเข้าไปบ้างแล้ว จากตอนเช้าที่โล่ง ๆ

ระหว่างรออาหาร ก็เปิดเซียมซีที่หยอดเหรียญ 100 เยนออกมาดู (แต่ละที่จะชอบมีตู้หยอดเหรียญ ทั้งตุ๊กตา ทั้งไข่ ทั้งเสียมซี เจแปงมาก ๆ )

บอกลาคุรามะแล้วไปต่อกับสถานีรถไฟใกล้ ๆ กันนี่แหละ55

สถานีรถไฟคิบุเนะกุจิ (Kibuneguchi Station)

จริง ๆ เราสามารถเดินเขาจากคุรามะไปลงคิฟุเนะ(Kifune) แล้วต่อรถบัสมาสถานีรถไฟคิบุเนะกุจิ (Kibuneguchi Station) หรือจะเริ่มจากสถานีรถไฟคิบุเนะกุจิ ไปคุรามะ(Kurama) ก็ได้เหมือนกัน เราจะเห็นรถบัสจอดรับผู้โดยสารกันที่เนื่องจากเราไม่ได้ไปแบบรูทที่ควรจะเป็น55 เราจึงเดินเล่นบริเวณสถานีนี้แทน

เดินลัดเลาะตามแม่น้ำไป ผ่านน้ำตก บรรยากาศสบาย ๆ ชิลล์ตามสไตล์บ้านเรา 55

เดินอ้อมมาจนเจอจุดถ่ายรูปที่เราเคยเห็นในปฏิทินที่เราได้มาจากบริษัทญี่ปุ่น 555 กรี๊ดเลยเหมือนเก็บเลเวลเกมส์ได้ 55 เมื่อได้มุมแล้วก็ยืนรอรถไฟที่จะมาทุก 15 นาที เช็คเวลาให้เป๊ะแล้วมาถ่ายได้เลย 555

ได้เวลาไปต่อกันแล้ว สารภาพว่ายังตื่นเต้นอยู่เลย 555

สถานีรถไฟ Demachiyanagi

เรานั่งรถไฟกลับมาที่สถานี Demachiyanagi  ถ้าใครมีเวลาเหลืออย่าลืมมาถ่ายรูปฮิปสเตอร์สไตล์ที่ทางเดินข้ามแม่น้ำนะ ไหน ๆ ก็ผ่านมาทางนี้ละ ไปโพสต์คูล ๆ กะน้องเต่าซะหน่อย

ย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama Ward)

ไปต่อกันที่ย่านฮิกาชิยามะ(Higashiyama Ward) เราแวะเดินเล่นชิลล์ ๆ เดินดูบ้านเมืองและศาสนสถานรอบ ๆ กันก่อนที่จะไปวัดคึโยมิสึหรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera) ในช่วงค่ำ

เดินทะลุตรอกนู้นที ถนนนี้ทีก็ผ่านวัด Hokan-ji Temple ที่มีกิมมิคสำคัญอยู่ที่เจดีย์ยะซาคะโนะโต (Yasaka Pagoda) นึกถึงภาพโปรโมทเกียวโต(Kyoto) ตามเว็บท่องเที่ยวตั่งต่าง 55

เดินหามุมคูล ๆ ถ่ายรูปกัน หรือใครมีเวลาเหลืออย่าลืมเช่าชุดมาเดินให้กลมกลืนกับบรรยากาศก็เก๋ไปอีกแบบ

ด้วยความที่เป็น Tourist attraction เลยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ยิ่งในฤดูใบไม้ร่วงด้วยแล้ว ผู้คนหลามไหลมาก ร้านรวงต่าง ๆ ก็เปิดดึงดูดตาดึงดูดใจมาก ใครอยากได้อะไรก็อย่าลืมเเวะอุดหนุนกันกลับไป แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีคนพื้นถิ่นอาศัยอยู่ด้วย เราต้องเป็นผู้มาเยือนที่ดีด้วยเด้ออออ

วัดคึโยมิสึหรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera)

มาถึงแล้ววัดคึโยมิสึ (Kiyomizu-dera) เราซื้อตั๋วค่าเข้าชมอาคารด้านใน 300 เยน ส่วนบริเวณรอบ ๆ นั้นฟรีนะ ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลเลยมีแสงสีและยืดระยะเวลาปิดออกไป เราเลยได้ชมความงามช่วงกลางคืนกัน

ไฮไลท์ของวัดนี้นั้นอยู่ในชื่อเลย วัดน้ำใส(Kiyomizu-dera) ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากใครได้ดื่มน้ำใสที่วัดนี้จะสมหวังในเรื่องต่าง ๆ เพราะน้ำนั้นไหลมาจากแม่น้ำ 3 สาย ดังนั้นใครอยากขอพรเรื่องการเรียน ความรัก และสุขภาพก็อย่าพลาดจุดนี้(ถ้ามองจากรูปคือจุดที่คนมุงกันเยอะ ๆ 555)

ช่วงกลางคืนนี่คนเยอะมาก เรียกได้ว่าเดินไหลตามกัน ถ้าใครไม่ชอบความอึดอัดอาจจะเปลี่ยนช่วงเวลามาแทนน้าจ๊ะ

แต่ช่วงกลางคืนจะให้บรรยากาศไปอีกแบบเลย ก็คุ้มนะที่ฝ่าผู้คนเข้ามาชมความงามที่นี่ ถึงแม้ว่าจะถ่ายรูปออกมาไม่สวยเท่าตอนกลางวันด้วยคุณภาพกล้องและคุณภาพฝีมือตัวเอง55 แต่พอนั่งพักมองจากสวนรอบ ๆ แล้วอิ่มเอมใจบอกไม่ถูก อาจจะคิดว่าเราอวยจนเว่อร์วังแต่แบบด้วยความที่เป็นวัดญี่ปุ่น การออกแบบจัดสวนอะไร ๆ บวกกับแสงสีงานเทศกาล คงทำให้เรารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แหละ

จบวันนี้ด้วยความล้าเพราะเดินเยอะมาก  แต่ก็ได้เห็นใบไม้แดงที่เปลี่ยนสีตลอดทางอย่างที่ตั้งใจและรู้สึกว่ามันสวยเกินกว่าที่หวังไว้นะ แม้จะคนเยอะเเต่ด้วยความที่เราไปมาหลายวัดวันนี้ 555 บวกกับความสวยที่เห็นทำให้เรารู้สึกว่าเฮ้ยก็แบบนี้ไงคนถึงได้มากัน สำหรับวันนี้ก็ต้องขอลาๆไปหาอะไรอร่อย ๆ กินก่อนนะ

ขอบคุณค่ะ

รับตั๋วเที่ยวชมเมืองเกียวโต - โอซาก้ารวมถึงรถไฟ Eizan ใน Klook

DSCF1184 sq
Autumn in Kyoto ตอน Arashiyama และ ทุ่งนาญี่ปุ่นชานเมืองริมทางรถไฟสวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปชมบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง ความงามธรรมชาติ...
ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Let_me_go_there
Instagram: Let_me_go_there
RELATED POST

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!