ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เที่ยวโคจิ (Kochi) เมืองแห่งการท่องเที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์

เที่ยวโคจิ (Kochi) เมืองแห่งการท่องเที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์

โคจิ (Kochi) จังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะชิโกกุ โอบล้อมด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกอันยิ่งใหญ่ มีภูมิทัศน์อันเขียวชอุ่ม มีน้ำใสสะอาดของแม่น้ำชิมันโตะ และมีภูเขาที่ปกคลุมด้วยป่าประมาณ 84% ทำให้โคจิเป็นพื้นที่ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายเอ้าท์ดอร์ (Outdoor) ที่ชื่นชอบการผจญภัยและแนบชิดธรรมชาติ

จังหวัดโคจิ มีเมืองโคจิเป็นเมืองหลวงของจังหวัด เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กและให้บรรยากาศที่เป็นมิตร ด้วยสิ่งแวดล้อมที่ดูเป็นมิตรและมีกลิ่นอายของชาวใต้ ผู้คนในพื้นที่มีความกระฉับกระเฉงร่าเริง มีความเป็นกันเอง และมีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เรียกว่า “โอเคียะคุ” (Okyaku) ก็คือการเฉลิมฉลอง ซึ่งผู้คนที่นี่มักใช้วัฒนธรรมนี้มาเป็นข้ออ้างอันแสนน่ารักในการดื่มกับคนรอบข้างอยู่เป็นประจำ

โคจิ มีอากาศอบอุ่นและชื้น มีอุณหภูมิเฉลี่ยในพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดรอบๆ เมืองโคจิอยู่ที่ 17.8 °C โดยมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 37 °C ในฤดูร้อน ฤดูหนาวจะค่อนข้างอบอุ่นบนที่ราบ แต่บนภูเขาอากาศจะหนาวจัดและมีหิมะตกมาก และด้วยความที่สามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทั้งภูเขา แม่น้ำ มหาสมุทร จึงทำให้โคจิอุดมไปด้วยอาหารอร่อยและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายสำหรับนักเดินทางที่ชอบการสำรวจนอกสถานที่

การเดินทาง

การเดินทางสู่จังหวัดโคจิ: สามารถเดินทางได้ทั้งโดยเครื่องบิน รถไฟ และรถบัส จากเมืองสำคัญต่างๆได้อย่างง่ายดาย

♦ เครื่องบิน:

▪ จากโตเกียว สามารถเดินทางจากสนามบินนาริตะ (Narita Airport) หรือสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) มาลงที่สนามบินโคจิเรียวมะ (Kochi Ryoma Airport) ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 45 นาที

▪ จากคันไซ สามารถเดินทางจากสนามบินอิตามิ (Itami) ที่โอซาก้า หรือ สนามบินโกเบ (Kobe) ที่โกเบ มาลงที่สนามบินโคจิเรียวมะ (Kochi Ryoma Airport) ใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที

♦ รถไฟ:

▪ จากโตเกียว นั่งรถไฟ Shinkansen Nozomi จากสถานีโตเกียวมาลงที่สถานีโอคายามะ จากนั้นนั่งรถไฟ Limited Express Nanpu ตรงไปลงที่สถานีโคจิ ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

▪ จากคันไซ นั่งรถไฟ Shinkansen Nozomi จากสถานีชินโอซาก้ามาลงที่สถานีโอคายามะ จากนั้นนั่งรถไฟ Limited Express Nanpu ตรงไปลงที่สถานีโคจิ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 15 นาที

♦ รถบัส:

▪ จากโตเกียว นั่งรถบัส Blue Mets จากสถานี Shinjuku West Exit ไปลงที่สถานีโคจิ (Kochi Station Bus Terminal) ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 30 นาที

▪ จากโอซาก้า นั่งรถบัส Kochi Express จากสถานี Osaka ไปลงที่สถานีโคจิ (Kochi Station Bus Terminal) ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง

การเดินทางภายในโคจิ:

♦ จากสนามบินเข้าตัวเมือง: สามารถเดินทางได้ทั้งโดยการเช่ารถ และใช้บริการรถบัสรับส่งเข้าตัวเมืองโคจิ

♦ เดินทางด้วยรถราง: เป็นรถรางของโทะสะเด็นโคซุ (Tosaden Tram Line) มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่สถานีรถไฟ JR Kochi Station ทอดยาวไปตามเหนือใต้ออกตก ระยะทางรวมทั้งสิ้น 3 กม. และเป็นการเดินรถรางที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น

♦ เดินทางกับรถบัสท่องเที่ยวของโคจิ: โดยจะเริ่มให้บริการที่สถานีรถไฟ JR Kochi Station แล้ววิ่งลัดเลาะไปตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองโคจิ เช่น สะพานฮาริมายะ สวนพฤกศาสตร์มาคิโนะ หาดคัตสึระฮามะ เป็นต้น

โดยจะมีการออกบัตรโดยสารแบบเหมาประเภทต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเพื่อความคุ้มค่าในราคาที่ประหยัดขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของตนเองที่สุด

ไฮไลท์กิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

  • สำรวจพื้นที่เลียบชายฝั่งคาบสมุทรมุโรโตะ (Explore Muroto) พื้นที่ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็น “สวนธรณีวิทยาโลก” โดยองค์กรยูเนสโก เนื่องจากลักษณะทางธรณีวิทยาที่ทรงคุณค่าที่ครอบคลุม 248.2 ตารางกิโลเมตร โดยเส้นทางแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจโดยการขับรถหรือปั่นจักรยาน จะเริ่มจากริมทะเลบริเวณศูนย์ธรณีวิทยาโลกมุโรโตะเรื่อยไปจนถึงแหลมมุโรโตะ (Cape Muroto)

  • ดื่มด่ำทัศนียภาพของแม่น้ำชิมันโตะ (Indulge the tranquility of Shimanto River) แม่น้ำชิมันโตะ ซึ่งรู้จักกันในนาม "แม่น้ำที่ไหลอย่างอิสระสายสุดท้ายของญี่ปุ่น" (Last Free-Flowing River) เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่มีทัศนียภาพที่งดงามและความงามนั้นก็มีความแตกต่างกันไปตามเส้นทางอันคดเคี้ยวเกือบ 200 กม. การได้ชื่นชมความงามตามธรรมชาติที่โอบล้อมชายฝั่งที่ไม่ได้มีเพียงแม่น้ำ แต่ยังเต็มไปพื้นที่ป่าและชนบทอันน่าตราตรึงใจ จึงเป็นกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง โดยเฉพาะการปั่นจักรยาน Rin-Rin เลียบฝั่งแม่น้ำ ที่แทบจะเป็นกิจกรรมสุดคลาสสิคสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่มีโอกาสเยี่ยมเยือนจังหวัดโคจิ

  • เยี่ยมชมปราสาทโคจิ (Kochi Castle) ปราสาทเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่หอคอยปราสาทและหอหลักยังคงสภาพสมบูรณ์ รอดพ้นจากการล่มสลายจากภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสงคราม หรือภัยธรรมชาติ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนานถึง 400 ปี เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ ด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามจนน่าทึ่งที่รายล้อมด้วยต้นซากุระภายในกำแพงหินหนา ที่เมื่อถึงฤดูดอกซากุระบาน ทั่วพื้นที่รอบปราสาทจะเต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูอ่อน มอบความรู้สึกอันแสนอ่อนโยนและผ่อนคลาย ในยามค่ำคืนจะมีการประดับไฟในสวนเพื่อให้ชมดอกซากุระในยามพลบค่ำ เป็นความงามอันไร้ที่ติ

  • สัมผัสรสชาติแห่งโคจิที่ตลาดฮิโรเมะ (Taste of Kochi at Hirome Market) ภายในตลาดฮิโรเมะคุณจะพบกับแผงขายอาหารและเครื่องดื่มมากมาย ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับของอร่อยแบบไม่ซ้ำจนได้ชื่อว่าเป็นครัวของเมืองโคจิ โดยมีอาหารขึ้นชื่อประจำเมืองที่พลาดไม่ได้ ก็คือ ปลาโบนิโตะย่าง ที่เชฟผู้ชำนาญจะมาโชว์ทักษะการแล่เนื้อปลาบนฟางที่ไหม้ไฟ เป็นความตื่นตาตื่นใจที่มาพร้อมความละมุนลิ้นแบบฉ่ำๆ เป็นตลาดท้องถิ่นที่ให้บรรยากาศราวกับเป็นช่วงเทศกาลในทุกๆ วัน เพราะที่ตลาดแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นคนในพื้นที่และคนต่างถิ่นผ่านมาแวะเวียนอยู่ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้ายันดึก นั่งดื่มนั่งกินบนโต๊ะที่จัดให้ในพื้นที่อย่างเหลือเฟือด้วยความรู้สึกที่เป็นกันเองราวกับรู้จักกันมานานตามแนวคิดที่ว่า “ที่โคจิ เราทุกคนล้วนเป็นเพื่อนกัน”


ขอบคุณข้อมูล:

https://visitkochijapan.com/en/

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
RELATED POST

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!