ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เที่ยวด้วย Sky Hop Bus 1 วันใน Kyoto

เที่ยวด้วย Sky Hop Bus 1 วันใน Kyoto

หนึ่งในเมืองมรดกโลกที่ต้องไปเที่ยวให้ได้สักครั้งในประเทศญี่ปุ่นนั้นคือเมืองเกียวโต เมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตคันไซ สามารถเดินทางได้จากสนามบินนานาชาติคันไซ โอซาก้า เป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม ทั้งสถาปัตยกรรมทางศาสนา เช่นวัดและศาลเจ้าโบราณ อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมและศิลปะญี่ปุ่นโบราณต่างๆมากมาย 

ถึงจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดัง เกียวโตไม่มีรถไฟใต้ดินมากนักที่สามารถเดินทางไปถึงตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้อย่างสะดวก วิธีที่ดีที่สุดในการเที่ยวให้ครบทุกจุดดังของเมืองเกียวโตคือการใช้บริการรถบัส Sky Hop Bus ซึ่งจะวิ่งวนไปตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆรอบเมืองอย่างสะดวกสบายและสามารถเก็บครบจุดสำคัญได้หมดใน 1 วัน 

เนื่องจากโควิดได้ระบาดไปทั่วโลก Sky Hop Bus ได้หยุดให้บริการไปหลายปี แต่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2023 เป็นต้นไป 

Kyoto station

File:JR Kyoto Station.JPG

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:JR_Kyoto_Station.JPG

เราเริ่มต้นการเดินทางกันที่สถานีใจกลางเกียวโตซึ่งเป็น1ในสถานีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เป็นศูนย์รวมเส้นทางรถไฟและรถบัสไปพื้นที่อื่นๆต่างๆทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด รถไฟชิงคันเซ็นที่เดินทางมาจากโตเกียวก็จอดที่สถานีนี้ เหนือบนตัวสถานีก็เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โรงแรมและโรงภาพยนตร์แบบครบวงจร 

นอกเหนือจากขนาดของตัวสถานีแล้ว สถาปัตยกรรมและดีไซน์ของอาคารสถานีก็เป็นอีกจุดสำคัญ เพราะที่นี่ถูกออกแบบโดยสถาปนิกญี่ปุ่นชื่อดังที่ได้รับรางวัลโด่นเด่นมาก่อน Hara Hiroshi มาถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเมืองเกียวโตในสถาปัตยกรรมแบบประยุกต์ได้อย่างลงตัวและสวยงามที่สุด ด้านบนอาคารยังมี Tower หอคอยสูงให้เราได้ขึ้นไปชมวิวที่สวยงามของเมืองโตเกียวได้สุดหูสุดตา 

Nishiki Market

20130910_125 Nishiki Market in Kyoto Japan | 京都・錦市場 | Flickr

Photo from https://www.flickr.com/photos/peter-rabbit/9728634505

สถานีแรกที่จะลงกันก็คือตลาดนิชิกิ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเกียวโต ที่นี่ได้ขนานนามว่าเป็น “ห้องครัวของจังหวัดเกียวโต” เลยทีเดียวด้วยร้านค้ามากกว่า 130 ร้าน ดั้งเดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตลาดปลาให้แก่คนเมืองเกียวโตในสมัยก่อน ตัวตลาดเป็นตรอกแคบๆที่มีร้านค้าตั้งอยู่ซ้ายขวา ขายอาหารสดจำพวกอาหารทะเลไม่ว่าจะเป็นปลาดิบชั้นดี กุ้ง หอย ปู ปลาและวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ นอกจากร้านขายอาหารสดแล้ว ยังมีร้านอาหารแบบเล็กๆให้เราได้ชิมวัตถุดิบอาหารสดๆกันในตลาดเลย แต่อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวอย่าเดินไปกินไปเหมือนที่ไทยนะครับ เพราะที่ญี่ปุ่นถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม 

Nijo Castle

File:Nijo Castle 1.jpg

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Nijo_Castle_1.jpg

1 ใน 17 สถานที่ประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ถูกสร้างขึ้นด้วยคำสั่งของโชกุนชื่อดัง โทครูกาวา อิอายัตสึ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในปี 1601 แต่การก่อสร้างได้เสร็จในรุ่นหลังเมื่อปี 1626 

ปราสาท Nijo เป็นประสาทขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยตัวอาคารหลักและอาคารย่อยหลายๆแห่งและสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ตามสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นดั้งเดิม ทำให้ต้องใช้เวลาการสร้างเกินกว่า 20 ปีจนกว่าจะสำเร็จ และองค์การยูเนสโกก็ได้เห็นคุณค่านี้และได้ขึ้นให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทันทีในปี 1994 นักท่องเที่ยวที่สนใจจะดูวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณอย่างเห็นได้ชัด ประสาทนิโจคือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังอยากที่จะมาจัดงานแต่งงานแบบญี่ปุ่นกันที่ปราสาทนี้เลย 

Kinkaku-ji Temple

File:Kinkakuji Temple (109420555).jpeg

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Kinkakuji_Temple_%28109420555%29.jpeg

สถานีต่อไปคือจุดเด่นที่โด่งดังที่สุดในเมืองเกียวโต วัดคิงคาคุจิหรือที่คนไทยรู้จักกันว่าวัดทอง เป็นวัดศาสนาพุทธแบบเซนที่ประดับด้วยเปลวทองคำเกือบทั้งอาคาร ดั้งเดิมเคยเป็นบ้านของครอบครัวชาวญี่ปุ่น แต่ภายหลังได้ถูกซื้อโดยโชกุนอาชิคางะ และได้แปลงเป็นวัดคิงคาคุจิต่อมา แต่ก็ได้ถูกไฟไหม้ไปหลายครั้งและในปี 1955 ก็ได้ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ให้คงโครงสร้างดั้งเดิมและประดับด้วยเปลวทองคำเช่นกัน สีทองที่ได้นำมาใช้ประดับตัวอาคารสื่อถึงความสว่างไสวและปัดสิ่งเลวร้ายและพลังงานลบออกไป 

ต่อมาก็ได้ถูกบำรุงรักษาอย่างดีจนมาถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นหรือชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองเกียวโตถ้าไม่ได้มาถึงที่วัดทองหรือวัดคิงคาคุจินี้ จัดว่ามาไม่ถึงเกียวโตแน่นอน สวนญี่ปุ่นในบริเวณวัดก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สามารถถ่ายรูปและชมการแต่งสวนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมได้สวยที่สุด ในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็สามารถชมซากุระได้ที่นี่และฤดูใบไม้ร่วงวัดคิงคาคุจิก็เป็นอีก 1 จุดนิยมในการชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน 

Daitoku-ji Temple

File:TEMPLE DAITOKU-JI JARDIN RIOGEN-IN KYOTO (16425216826).jpg

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:TEMPLE_DAITOKU-JI_JARDIN_RIOGEN-IN_KYOTO_%2816425216826%29.jpg

นั่งรถบัสต่อมาสถานีถัดไปคือ วัดไดโทคุจิ เป็นอีกหนึ่งวัดศาสนาพุทธนิกายเซนที่มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่กว้างขวาง ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของจังหวัดเกียวโต ที่นี่ยังเป็นจุดศูนย์กลางของการศึกษาเรียนรู้ศาสนาพุทธนิกายเซนอีกด้วย เป็นวัดและสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถศึกษาและสัมผัสกับวัฒนธรรมศาสนาพุทธนิกายเซนได้อย่างดีที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามและความสงบของสวนญี่ปุ่นแบบนิกายเซนได้ดีที่สุดที่วัดนี้เช่นกัน 

พิธีชงชาเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆได้ที่นี่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมด้วย Tea master Sen no Rikyu บริเวณรอบตัววัดก็เต็มไปด้วยต้นใบเมเปิ้ลซึ่งถ้ามาถึงเดือนพฤศจิกายนแล้วก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงเหลืองอย่างสวยงามทั่วบริเวณ 

Ginkaku-ji Temple

Ginkaku-ji - Wikipedia

Photo from https://en.wikipedia.org/wiki/Ginkaku-ji

นั่งรถต่อมายังสถานีถัดไป หลังจากที่เที่ยววัดทองไปแล้วคราวนี้มาชมวัดเงินหรือวัดกิงคาคุจิกันบ้าง วัดนี้เป็นอีกหนึ่งวัดศาสนาพุทธนิกายเซน โชกุนอาชิคางะได้สร้างที่แห่งนี้เป็นบ้านพักหลังจากเกษียณตามแบบอย่างของวัดทองคิงคาคุจิ บ้านพักแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นวัดนิกายเซนในปี 1490 หลังจากโชกุนอาชิคางะได้เสียชีวิตลง 

ต่อมา วัดกิงคาคุจิก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเมืองเกียวโตที่ได้ส่งอิทธิพลไปทั่วประเทศ วัฒนธรรมชื่อดังดั้งเดิมที่ได้ถูกเริ่มต้นพัฒนาที่นี่ได้แก่ การจัดดอกไม้ญี่ปุ่น การชงชาแบบญี่ปุ่นและการจัดสวนแบบญี่ปุ่นเป็นต้น ถึงแม้ว่าชื่อของวัดจะเป็นชื่อวัดเงินแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวอาคารจะเป็นสีเงิน เพราะได้แค่ถูกตั้งชื่อให้ตรงข้ามกับวัดทองคิงคาคุจิที่ได้มีอยู่แล้ว อีกหนึ่งอย่าง สีเงินสื่อถึงแสงที่ส่องสว่างมาจากพระจันทร์กระทบกับสีดำเงาทำให้มองออกเป็นสีเงิน 

Heian-jingu Shrine

File:Le sanctuaire shinto Heian-Jingu (Kyoto, Japon) (43066033381).jpg

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Le_sanctuaire_shinto_Heian-Jingu_%28Kyoto,_Japon%29_%2843066033381%29.jpg

นั่งรถต่อมาที่ศาลเจ้าเฮอัน ศาลเจ้าชื่อดังของเมืองเกียวโตที่ถูกสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองเมืองเกียวโตครบรอบ 1100 ปีในปี 1895 ถึงแม้จะเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ไม่ยาวนานเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในเมืองเกียวโต แต่ที่นี่ก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ประตูแดงโทริขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของศาลเจ้าเป็นเส้นทางเปิดรับให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความสงบและสวยงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นในศาลเจ้านี้ อีกจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือการชมดอกซากุระที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งจะบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณในช่วงกลางถึงปลายเดือนเมษายนของทุกปี นับเป็นจุดชมซากุระที่ยอดนิยมและสวยที่สุดในเมืองเกียวโต 

Kiyomizu-dera Temple

File:Kiyomizu.jpg

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Kiyomizu.jpg

มาถึงสถานีสุดท้ายของการเดินทางบนรถบัสคันนี้ จบด้วยวัดที่ชื่อดังที่สุดอีก 1 แห่งของเมืองเกียวโตนั่นคือ วัดคิโยมิสึเดระหรือที่คนไทยรู้จักกันว่า “วัดแม่น้ำ 3 สาย” วัดนี้เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 1,250 ปี และแน่นอนก็เป็นหนึ่งในวัดที่ได้ถูกบันทึกเป็นมรดกสำคัญของโลกด้วยองค์การยูเนสโก ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยยุคญี่ปุ่นเฮอันในปี 780 บนพื้นที่ทางเชิงเขาของน้ำตกโอโตวะ 

จุดเด่นของวัดคิโยมิสึเดระคือระเบียงไม้ที่ยื่นออกมาจากตัววัดและมีความสูงกว่า 13 เมตร เป็นจุดชมวิวไม่ว่าจะเป็นทั้งฤดูซากุระหรือฤดูที่ใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยงามโดดเด่นกว่าที่อื่นใดๆในเมืองเกียวโต และอีกจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อมาที่วัดนี้คือการได้ลองไปดื่มน้ำบริสุทธิ์สะอาดที่เชื่อกันว่าเป็นน้ำที่นำโชคลาภความสำเร็จและการต่ออายุให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงยั่งยืน จัดเป็นการปิดท้ายทริปของการทัวร์เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด 


ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองเกียวโตอื่นๆ ตัวอย่างเช่นทางเดินไม้ไผ่ที่อาราชิยาม่าและวัดฟูชิมิที่มีประตูแดงโทริวางตั้งซ้อนกันหลายๆชั้น แต่ 2 แห่งนี้ตั้งอยู่นอกเมืองโตเกียวออกไปซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเดินทางโดยรถไฟออกไปอีกสักพัก แนะนำให้แยกวันเดินทางไปอีก 1 วันถ้าต้องการเที่ยวต่ออีก 2 แห่งนี้ด้วย แต่สถานที่ท่องเที่ยวหลักที่ขาดไม่ได้ส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมืองแล้ว และการใช้บริการของ Sky hob bus ก็สามารถ Cover ได้ทุกแห่งทั้งหมดเลย 

ข้อมูลเพิ่มเติม https://skyhopbus.com/kyoto/

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Ammer
สวัสดีครับ ผมแอมเมอร์ ครับ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Nanzan University ที่ประเทศญี่ปุ่นและใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นกว่า 7 ปี อดีต เป็นพนักงานต้อนรับบนเรื่องบินและบินเส้นทางญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ทำให้มีความคุ้นเคยกับญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือจดใต้ ประเทศญี่ปุ่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ปัจจุบันทำงานเป็นให้กับบริษัทเอกชนชื่อดัง นอกเหนือจากงานเขียนบน OhHoTrip ยังมีผบงานเขียนหนังสือออนไลน์ เรียน"ญี่ปุ่น" ยังไงให้รอด และช่อง Youtube เกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ถ้าชอบ Blog ที่ผมเขียน ช่วยกด LIKE กดแชร์ด้วยนะครับ :) https://www.youtube.com/c/Ammerkongtangjitt-japan
RELATED POST
GettyImages-892502070
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

หน้าหนาวนี้ ไปเล่นหิมะ/สกี/สโนบอร์ดที่ลานสกี รีสอร์ท ภูเขาฮาโกดาเตะ จังหวัดชิกะกันเถอะ

15/04/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!