ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เดินข้ามภูเขาโฮทะคะ (Mount Hotaka) แล้วชมวิวที่คะมิโกะจิกันเถอะ (Kamikochi)

article2_photo1

ทริปที่จริงๆมีจุดมุ่งหมายอยากจะไปคะมิโกจิ (Kamigochi) ที่นะกะโนะ (Nagano) ซึ่งการไปเที่ยวครั้งนี้ทำให้คนชอบภูเขามากกว่าทะเลอย่างเราจำไม่รู้ลืม 5555

เนื่องจากนะกะโนะค่อนข้างไกลบ้าน จึงวางแผนเดินทางวันเสาร์เช้า ไปค้างคืนที่โรงแรมโฮทะคะ แล้วเช้าวันอาทิตย์ค่อยไปเที่ยวคะมิโกจิ ทริปเริ่มต้นนั่งรถไฟด่วนจากบ้านใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง ไปถึงโรงแรมก็ได้เวลาเช็คอินพอดี โรงแรมวิวระดับห้าดาวเพราะอยู่ใกล้ภูเขาโฮทะคะ เช็คอินโรงแรมเสร็จก็ไปเดินเล่น หาอะไรกิน แล้วก็มาสิงในโรงแรมให้คุ้มกับเงินที่เสียไป ตอนกลางคืนก็วางแผนว่า พรุ่งนี้จะขึ้นไปเที่ยวบนภูเขาที่ระยะความสูง 2,156 เมตร โดยขึ้นเคเบิลคาร์ไปลงสถานีนิชิโฮดะกุจิ (Nishihodaguchi station) แต่ถ้าเราจะไปคะมิโกจิ ถ้ากลับลงมามันจะอ้อม ดังนั้นเราจะเดินจากสถานีนิชิโฮดะกุจิไปมีทางเดินป่า รอบนี้เอากล้องที่เพิ่งซื้อมาใช้ เป็นเลนส์ถ่ายคน (เพิ่งซื้อกล้องมา ยังงงกับการใช้ แทนที่จะเอาเลนส์ถ่ายวิว ดันเอาเลนส์ถ่ายคนมา 5555) ก็คิดว่าดีเลยจะได้ฝึกถ่ายรูประหว่างเดิน

เดินข้ามภูเขาโฮทะคะ (Mount Hotaka) แล้วชมวิวที่คะมิโกะจิกันเถอะ (Kamikochi)

เช้าวันอาทิตย์รีบออกจากโรงแรม ไปขึ้นเคเบิลคาร์ ขนาดว่าออกเช้าเก้าโมง นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่แต่งตัวชุดเดินป่าแบบจัดเต็มก็มากันค่อนข้างเยอะ ระหว่างนั่งเคเบิลคาร์ก็ชื่นชมธรรมชาติ นะกะโนะนี่คือจังหวัดอันดับหนึ่งในดวงใจเลย ด้วยความที่ชอบภูเขา พอถึงสถานีนิชิโฮดะกุจิก็แวะถ่ายรูป แต่เลนส์กล้องมันเก็บภาพวิวหมดไม่ได้ หนักๆก็หนัก 5555

จากนั้นก็ได้เวลาเดินเท้าราวๆสิบโมงครึ่ง ช่วงแรกๆก็มีความสุข เดินชมนกชมไม้ ถ่ายรูปดอกไม้ใบหญ้าข้างทาง สักชั่วโมงเริ่มมีเดินขึ้นเขา เริ่มจะแบบ เอิ่ม…เหนื่อย หิว อารมณ์โมโหกำลังจะมา สักพักเดินมาถึงที่ที่สามารถตั้งเต็นท์ได้ ก็ได้หยุดพักกินข้าวกลางวัน กินอิ่มก็อารมณ์ดี พร้อมเดินต่อ

เดินข้ามภูเขาโฮทะคะ (Mount Hotaka) แล้วชมวิวที่คะมิโกะจิกันเถอะ (Kamikochi)

เส้นทางที่เดินก็จะเป็นเส้นทางเดินค่อนข้างชัดเจน คิดว่าไม่น่าจะมีคนเดินหลง แต่เพื่อนร่วมทางค่อนข้างจะมีน้อย เดินชั่วโมง เจอคนเดินสวนมาสักคน สองคน แล้วป่าก็คือป่าบนภูเขาจริงๆ เดินชั่วโมงแรกๆก็ยังโอเค พอเดินนานๆมันก็เริ่มจะไม่โอแล้ว 5555 เราเป็นคนชอบภูเขาที่ชอบถามตัวเองเวลาเดินเส้นทางบนภูเขานานๆว่า ตูมาทำอะไรที่นี้นะ ซึ่งเส้นทางนี้เกิดคำถามนี้ตอนที่เดินตรงที่เป็นทางยอดเขา คือมีเส้นทางเดินตรงกลางประมาณเมตรครึ่ง แล้วสองข้างคือเหลี่ยมเขาลาดลง คือถ้าหล่นก็กลิ้งยาวเลย

เดินข้ามภูเขาโฮทะคะ (Mount Hotaka) แล้วชมวิวที่คะมิโกะจิกันเถอะ (Kamikochi)

บ่ายสองแล้วก็ยังเดินไม่ถึง ทางก็มีบางช่วงที่มีต้นไม้คลุมเยอะๆ นี่ก็จินตนาการไปถึงเรื่องสั้นญี่ปุ่นที่เคยอ่าน น่าจะป่าแบบที่คนชอบมาทิ้งศพที่ฆาตกรรม หรือฆ่าตัวตาย อ้ากกกก ใครที่บอกว่าเดินป่าแล้วความสงบจะช่วยฝึกจิตได้นี่ ขอเถียง 5555

เดินข้ามภูเขาโฮทะคะ (Mount Hotaka) แล้วชมวิวที่คะมิโกะจิกันเถอะ (Kamikochi)

ชั่วโมงที่สี่ของการเดินเริ่มรู้สึกว่าความลาดชันลดน้อยลง เริ่มเป็นทางลง ขณะที่กำลังเดินช่วงระยะสุดท้ายเจอฝูงลิงอยู่ข้างหน้า เคยมีประสบการณ์กับลิงที่เมืองไทย นี่กลัวลิงมาก ฝูงลิงพ่อแม่ลูกกำลังนั่งกินอาหารยามบ่ายเยื้องทางเดินไปสักสองเมตร นี่รีบเดินไม่จ้องหน้าลิง เพราะกลัวลิงจะคิดว่าจะไปแย่งกิน คือเดินป่าข้ามภูเขามาทั้งภูเขา เจอสัตว์อย่างเดียวก็คือครอบครัวลิงนี่แหละ แล้วก็ดีใจที่รอดจากฝูงลิงมาได้ 55555

หลังผ่านด่านลิง เดินมาสักพักก็เริ่มเห็นผู้คน เดินเล่นตรงลำธาร นั่งพักใต้ต้นไม้ อ้า…เรามาถึงคะมิโกจิแล้วสินะประมาณบ่ายสาม รวมการเดินประมาณสี่ชั่วโมงครึ่งในระดับความสูงสองพันเมตรแล้วไล่ลงมา แต่ช้าก่อนอย่าเพิ่งดีใจ ทริปเรายังไม่จบ เพราะจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเราคือคะมิโกจิ เราต้องเดินชมรอบๆ ให้สมกับการดั้งด้นมา

เดินข้ามภูเขาโฮทะคะ (Mount Hotaka) แล้วชมวิวที่คะมิโกะจิกันเถอะ (Kamikochi) เดินข้ามภูเขาโฮทะคะ (Mount Hotaka) แล้วชมวิวที่คะมิโกะจิกันเถอะ (Kamikochi)

บริเวณคะมิโกจิ เราพบนักท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ ชาวญี่ปุ่นก็มานั่งข้างลำธาร นอนเล่น คุยเล่นกัน ในขณะที่ชาวต่างชาติก็ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสวยงาม ถือเป็นทริปที่เหนื่อยมาก แต่สถานที่ก็สวยมากเช่นกัน เหนื่อยแค่ไหนก็ยังประทับใจ คิดว่านักท่องเที่ยวที่มาต้องมาถ่ายภาพวิวภูเขาตรงสะพาน วันที่ไปอากาศดีได้ชมวิวภูเขาสวยๆ ดูวิวไปก็คิดในใจว่า ฉันเดินข้ามเพื่อนเธอใกล้ๆมาแล้วนะ แต่ฉันไม่คิดจะมาเดินข้ามเธอเร็วๆนี้หรอก ไม่ต้องเป็นห่วง 5555

เดินชมรอบๆ บึ่ง มีนักท่องเที่ยวพายเรือ ดูแล้วสบายใจ ผ่อนคลาย ชีวิตคือธรรมชาติ ธรรมชาติคือชีวิต ถึงแม้เป็นทริปที่ประทับใจ แต่เมื่อยขามาก เดินไม่ไหวแล้ว พอสี่โมงเย็นได้เวลาอันสมควรเพราะเหนื่อย หมดแรงแล้วจริงๆ ขากลับนั่งรถบัสมาต่อรถไฟที่สถานีมะซึโมะโตะ (Matsumoto) แล้วต่อรถไฟกลับบ้านอีกประมาณสี่ชั่วโมง

เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เราชอบมาก อยากแนะนำให้มาเที่ยว แต่คะมิโกะจิจะมีระยะเวลาเปิดให้เที่ยวแค่ช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น คือประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ถือว่าเป็นสถานที่ค่อนข้างพิเศษสำหรับคนชอบภูเขาจริงๆ ^^

โอชินชาดำเย็น


ข้อมูลทั่วไป

คะมิโกจิอยู่ในอุทยานแห่งชาติจุบุสันกะคุ (Chubu Sangaku National Park) สามารถเดินทางด้วยรถบัสจากชินจุกุ หรือสถานีรถไฟโตเกียว ตามรายละเอียดเว็บ https://www.alpico.co.jp/en/timetable/kamikochi/ หรือมาจากเมืองมัสซึโมโต้ จากจังหวัดนะกะโนะ

ภูเขาโฮทะคะ เป็นเทือกเขาที่มียอดสูงเป็นอันดับสามในประเทศญี่ปุ่น (3190 เมตร) สามารถเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวมาลงนะกะโนะแล้วเปลี่ยนรถไฟเจอาร์ชิโนะโนะอิลงที่สถานีอะคะชินะ แล้วต่อรถแท็กซี่ ถ้าไม่ใช่สายเดินภูเขาแนะนำให้เที่ยวคะมิโกจิดีกว่า น่าจะสะดวกและได้บรรยากาศดีกว่า

ABOUT ME
OchinChaDamYen
OchinChaDamYen แต่งงานและย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นกับครอบครัวสามี วันทำงานก็มีงานทำงานเต็มเวลา มีเวลาว่างก็ออกไปชื่นชมประเทศญี่ปุ่นบ้าง ดีใจที่มีโอกาสได้มาเล่าให้ผู้สนใจท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!