ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

ค่ำคืนโรแมนติกที่โตเกียว

ภูมิภาค
|
หัวข้อที่เกี่ยว
|
CorettA_180928_0006

พูดถึงญี่ปุ่นความโรแมนติคมันต้องมา ยิ่งช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ ช่วงคริสต์มาสจนถึงปีใหม่ ลากยาวไปจนถึงวันวาเลนไทน์ที่จะทำให้คนโสด อิจฉาตาร้อนจนต้องอยากมีคู่กันเลยทีเดียว ใครที่เดินทางไปญี่ปุ่นใยช่วงระยะเวลาเล่านี้ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทำหัวใจให้แกร่ง อย่าไปอิจฉาเค้าเลยเน้อะ....

สถานที่ที่ดูงานเทศกาลไปส่งท้ายปี หรือ งานIllumination ของญี่ปุ่นนั้นมีมากมาย แทบจะทุกสถานีในโตเกียว และ ทุกภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่น และยิ่งโตเกียวเป็นเมืองหลวง ความคาดหวังการจัดไฟย่อมมีนักท่องเที่ยวที่มาก็ต่างตั้งหน้าตั้งตา รอคอยงานส่งท้ายปีแบบนี้ อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำ เชื่อว่าต้องไม่ผิดหวังแน่ๆก็คือ 

Caretta Shiodome Winter Illumination 

เห็นสีน้ำเงินสวยแบบนี้ มันไม่ใช่มีแค่สีที่สวยเพลงที่แสดงนั้นยังไพเราะ เหมือนหลุดเข้าไปอยู่โลกเทพนิยายอีกด้วย ยิ่งถ้ามากับคนรักนะ เรียกได้ว่าโรแมนติคสุดอะ เหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายเลยอะ *-*

ส่วนใครที่ไม่มีคู่ก็อย่าร้องไห้ไป ถ่ายวีดีโออวดเพื่อนลงโซเซี่ยลได้แน่นอน รับรองต้องมียอดไลค์รัวๆแน่นอน ทั้งแสงสีเสียงเรียกได้ว่าญี่ปุ่นแน่นอน ความจัดเต็มของโชว์แบบนี้ เค้าไม่ยอมใครแน่ๆ ส่วนเรื่องการเดินทางหรือ สถานที่ใกล้เคียงเราจะมาพูดกันตอนท้ายเนอะ เอาภาพมาฝากจ้า

เห็นมั้ย คนเยอะมากอันนี้เราถ่ายจากมุมนอกที่เดินออกมาแล้ว ทุกมีคู่ คือละ!!! 

ช่วงเปลี่ยนสีก็มี เราไปปี 2017 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการเปลี่ยนธีมการแสดงด้วยแระ เรียกได้ว่าเซอร์ไพร์ซมากๆ

งานประดับไฟสุดอลังการ Caretta Illumination กลับมาอีกครั้ง จัดขึ้นที่ตึก Caretta Shiodome จุดสังสรรค์ของหนุ่มสาวชาวโตเกียว ที่จะประดับประดาในคอนเซ็ปต์ ฉากเต้นรำของเบลล์และเจ้าชายอสูร จากภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องดังแห่งปีจากดิสนีย์ Beauty and The Beast ด้วยหลอดไฟ LED กว่า 270,000 ดวง ให้เป็นสีเหลืองทองอร่ามทั้งงาน โดยปีนี้เป็นการจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 แล้ว งานจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือน พฤศจิกายน 2018 และจะจัดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ไปจนถึงวันวาเลนไทน์ 2019 ใครที่ยังไม่มีแพลน หรือ อยากจะมาสร้างความหวานก็แนะนำที่นี่เลยค่ะ รับรองได้มีความสวีทเพิ่มขึ้นแน่นอน คอมเฟิร์ม

พอการแสดงจบ เค้าก็จะให้เราสามารถเดินเข้าไปถ่ายรูปข้างในได้ด้วยนะ

เตรียมกล้องและพร๊อพให้พร้อมหล่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับมาซ่อมอีก 555

-----และต่อไปนี้ก็จะเป็นตารางการแสดงไฟ---

■ ระยะเวลาจัดงาน:กลางเดือนพฤศจิกายน 2018 – 14 กุมภาพันธ์ 2019
                               ※ ยกเว้นวันที่ 1 และ 2 มกราคม

■ ช่วงเวลาประดับไฟ:17.00 – 23.00 น.※ โชว์จะเริ่มตั้งแต่เวลาที่เริ่มประดับไฟ ทุก 20 นาที
■ ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า

ส่วนวิธีการเดินทางนั้น

โดยรถไฟ JR : ลงสถานี Shimbashi และเดินผ่านทางเชื่อมใต้ดิน ประมาณ 5 นาที
โดยรถไฟใต้ดิน :
– สาย Oedo ลงสถานี Shiodome และเดินต่ออีก 1 นาที
– สาย Asakusa ลงสถานี Shimbashi และเดินต่ออีก 3 นาที
– สาย Ginza ลงสถานี Shimbashi และเดินต่ออีก 5 นาที
โดยรถไฟโมโนเรล : สาย Yurikamome ลงสถานี Shiodome และเดินต่ออีก 2 นาที

****ค้นหาได้จาก GOOGLE MAPS ออกมาไม่หลงแน่นอนเพราะว่าจะมีแผ่นป้ายแปะให้เราเดินไปที่งานได้*** 

เรามีเว็บแนะนำสถานที่ดูไฟอื่นๆได้ที่ 

https://tokyocheapo.com/entertainment/top-10-picks-for-best-winter-illuminations-in-tokyo/

มีอีกหลายสถานที่ที่วสวยและควรอย่างยิ่งใกล้ที่ไหนไปที่นั่นหรือจะเก็บให้หมดเลยก็ได้ เพราะปีนึงก็มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น 

หลังจากที่ดูงานแดงเสร็จ เราก็จะพาไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของญี่ปุ่น นั่นก็คือ โตเกียวทาวเวอร์ นั่นเอง

ทำไมต้องที่นี่เพราะที่นี่ ตอนเปิดไฟแล้วมีความสวยงามและไม่ควรพลาดอย่างยิ่งหากมาญี่ปุ่น หรือ โตเกียวแล้ว ที่มาก็คือ

โตเกียวทาวเวอร์(Tokyo Tower) แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งตลอดกลางของเมืองโตเกียวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เรียกได้ว่าถ้ามาโตเกียวแล้วไม่มาเยือนโตเกียวทาวเวอร์นี่ถือว่าผิดเชียวล่ะค่ะ เพราะที่นี่นั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของโตเกียวเลยก็ว่าได้ โดย ด้านบนของโตเกียวทาวเวอร์นั้นจะเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ นอกจากนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนที่บอกเลยว่าวิวก็สามารถดูได้แบบ 360 องศาอีกต่างหาก วันไหนฟ้าโปร่งๆฝนไม่ตกยังจะได้เห็นภูเขาฟูจิจากที่นี่ได้ด้วย โดยระดับความสูงของจุดชมวิวมี 2 ชั้นคือ 150 เมตร และ 250 เมตร สามารถซื้อตั๋วได้ที่ชั้น 1 ของอาคารได้เลยง่ายๆ

โตเกียวทาวเวอร์แห่งนี้มีความสูงใกล้เคียงกันมากซึ่งหอไอเฟลสูงกว่าแค่ 13 เมตรเท่านั้นเอง เอาจริงๆแล้วต้นแบบของที่นี่ก็เป็นหอไอเฟลที่ปารีสประเทศฝรั่งเศสนี่แหล่ะค่ะ โดยที่โตเกียวทาวเวอร์สร้างเสร็จเมือประมาณปี ค.ศ. 1958 และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโตเกียวนับแต่นั้นมาจวบจนถึงปัจจุบัน ใครที่อยากช็อปปิ้งหรือถ้าของฝากก็สามารถซื้อหาได้ที่บริเวณชั้น 1 แถวๆที่ขายตั๋วด้วยนะคะ รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งของฝากที่มีเอกลักษณ์มากเลยล่ะค่ะ

สวยใช่ไหมหล่ะ ภายในตึกยังมีกิจกรรมมากมายให้ทำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นวันพีช การ์ตูนที่หลายๆคนชื่นชอบ หรือ แม้แต่วิวของโตเกียวที่เราสามารถมองเห็นได้ไกลถึง ฟุจิซัง อีกด้วย 

ค่าเข้าชม: Main observatory: ผู้ใหญ่ 900 เยน เด็กนักเรียน 500 เยน เด็กเล็ก 400 เยน

Special observatory: 1600 เยน

เวลาเปิด-ปิด: Main observatory: 9:00 - 23:00 น.

Special observatory: 9:00 - 22.00 น.

วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
kimbellz
เป็นคนชอบเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และ ตั้งใจว่าจะไปให้ได้ทุกปี
RELATED POST
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เดินเขาหน้าร้อนไหว้พระใหญ่ นิฮงเดระ เสริมดวงเฮง. ตบท้ายที่ถ่ายรูปสุดว้าวริมทะเลฮาราโอกะ จังหวัดจิบะ

19/11/2021
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!