blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

One Day in Moomin Valley Park

OhhoTrip_Moomin_Cover-01

ผู้ร่วมเดินทาง

| เพื่อน |

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อหนึ่งคน

| 20000 - 34999thb |

ระยะเวลาการเดินทาง

| 1 วัน |

ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง

|

รถไฟ | 

รถโดยสาร | 

เที่ยวแบบไหน

| ไปด้วยตนเอง |

ชื่อสถานที่หรือภูมิภาคที่ไป

  • Moomin Valley Park
  • Metsa Village
  • Saitama
  • Hanno

หากถามคนที่เกิดในยุค 90 ถึงเจ้าตัวการ์ตูนที่หน้าตาเหมือนฮิปโปโปเตมัสสีขาวที่ชื่อว่า มูมิน หลายคนน่าจะพอรู้จักและคุ้นเคยดีจากการดูการ์ตูนผ่านทางทีวีในช่วงนึงของวัยเด็ก แต่แล้วหลังจากนั้นมูมินก็ค่อย ๆ ห่างหายไปจากหน้าจอ จนเมื่อไม่กี่ปีหลังมานี้เราได้เริ่มเห็นการนำตัวการ์ตูนมูมินมาใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ในเมืองไทยมากขึ้น ทั้งที่เป็นบรรจุภัณฑ์ ของใช้ เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งคาเฟ่ มันจึงทำให้เราได้นึกถึงความน่ารักของมูมินอีกครั้ง บทความนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับมูมินถึงที่บ้านหลังที่สองของพวกเค้าในญี่ปุ่นกันเลยค่ะ : )

One Day in Moomin Valley Park

ความเข้าใจผิดอย่างนึงที่เราค้นพบจากเพื่อนร่วมเดินทางของเราก็คือว่า มูมินเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น หลายคนอ่านถึงตรงนี้แล้วก็เถียงในใจว่า อ้าว! ไม่ใช่หรอ เรายืนยันให้ตรงนี้เลยว่า ไม่ใช่ค่ะ เพราะมูมินนั้นเป็นนิทานจากประเทศฟินแลนด์โดยนักวาดภาพประกอบและนักเขียนชาวฟินนิชสวีดิช (ชาวฟินนิชที่พูดภาษาสวีดิช) ชื่อว่า Tove Jansson ต่างหาก สิ่งที่อาจทำให้คนเข้าใจว่ามูมินเป็นตัวการ์ตูนจากญี่ปุ่นนั้นคงจะมาจากความนิยมในตัวมูมินของชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะถึงแม้มูมินจะถูกสร้างขึ้นในรูปแบบหนังสือนิทานตั้งแต่ปี ค.. 1945 และเป็นที่รู้จักแค่ในโซนยุโรป ก็ไม่เทียบเท่ากับการถูกนำมาทำเป็นการ์ตูนซีรีส์ทางทีวีในปี ค.. 1990 และถูกฉายครั้งแรกในญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกใจที่เราชาวเอเชียจะรู้จักมูมินจากเวอร์ชั่นการ์ตูนทางทีวี

One Day in Moomin Valley Park

ดังนั้นจึงอาจจะปฏิเสธได้ยากว่าญี่ปุ่นเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของครอบครัวมูมิน จนถึงขั้นมีการสร้างสวนสาธารณะสำหรับเด็ก Akebono Children’s Forest Park เปิดให้บริการในปี ค.. 1997 ซึ่งภายในมีการจัดสวนและวางสถานที่ต่าง ๆ ถอดแบบมาจากเรื่องราวในการ์ตูนแต่ก็ยังไม่เต็มรูปแบบเหมือนกับ Moomin Valley Park ที่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกันในเขตจังหวัดไซตามะ และเริ่มเปิดให้บริการในปี 2019

One Day in Moomin Valley Park

ที่ Moomin Valley Park แห่งนี้ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ Metsa Village จำลองบรรยากาศการพักผ่อนสไตล์สแกนดิเนเวียมาไว้ในโซนแรกที่เดินเข้ามาจากทางเข้า ตลอดทางที่เดินเข้าไปก็จะมีคาเฟ่เล็ก ๆ ร้านขายของที่มีทั้งของสไตล์นอร์ดิกและญี่ปุ่น ส่วนอีกฝั่งที่ติดกับทะเลสาบขนาดใหญ่ก็จะมีสนามหญ้าและที่นั่งชิลล์ ถัดจากนั้นจะเข้าสู่ส่วนของ Moomin Valley Park ที่มีการสร้างสภาพแวดล้อมตามเรื่องราวในการ์ตูนเลย แต่ ณ วันที่เราไปก็แอบผิดหวังหน่อย ๆ กับต้นไม้ ดอกไม้ที่เหมือนจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์ ทำให้บรรยากาศมันดูแห้ง ๆ หงอย ๆ ไปนิดนึง แต่นิทรรศการด้านในกลับทำได้โอเคเลย เป็นการเล่าประวัติของ Tove Jansson ผู้แต่ง พร้อมภาพร่างแรกๆ ของมูมินจนถึงร่างปัจจุบัน มีความน่ารัก และมีอะไรให้เล่นกรุบกริบพอให้มีสีสันตามเรื่องราวของมูมิน แต่กลับไม่ค่อยมีการโปรโมตส่วนนี้เท่าไหร่ แถมอยู่ลึกสุดของสวนนี้เลย เน้นแต่โซนที่ต้องเสียค่าเข้าเพิ่ม เช่น บ้านสีฟ้าของมูมิน เป็นต้น แต่ถึงแม้จะไม่พีคมาก เราก็เดินจนครบ จนถึงเวลาปิดของสวนพอดีตอนสามทุ่ม แฮ่ ๆ

One Day in Moomin Valley Park One Day in Moomin Valley Park

One Day in Moomin Valley Park

ตามความรู้สึกส่วนตัวของเรา ที่นี่เหมาะสำหรับครอบครัวที่พาลูก ๆ มาพักผ่อนมากกว่า เพราะกิจกรรมในโซนต่าง ๆ ไม่ได้โลดโผนหรือน่าตื่นเต้นอะไรมาก แต่ว่าการได้เดินทางมาถึงที่นี่ก็ทำให้เราได้รู้จักมูมินในอีกมุมนึงที่ไม่ใช่เพียงตัวการ์ตูนที่หน้าตาน่ารักเพียงอย่างเดียว เราได้พบว่าที่มาที่ไปของเรื่องราวนั้นได้รับอิทธิพลมาจากความรู้สึกเศร้าและหดหู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของตัวนักเขียนเอง ทำให้เกิดเป็นงานเขียนเล่มแรกในชื่อว่า The Moomins and the Great Flood ซึ่งเป็นเรื่องราวการตามหา Moominpappa ของ Moominmamma และ Moomintroll โดยระหว่างทางก็จะต้องฝ่าอุปสรรคที่เป็นภัยธรรมชาติต่าง ๆ ภาพประกอบที่ถูกวาดขึ้นก็จะสะท้อนความหดหู่ หวาดกลัวแฝงอยู่ในลายเส้นของเธอ หรือแม้กระทั่งบุคลิกต่าง ๆ ของตัวละครในเรื่องก็ยังมีที่มาจากคนในครอบครัวของเธอด้วย เรียกได้ว่าเธอได้ใช้งานเขียนของเธอบอกเล่าชีวประวัติของเธอด้วยนั่นเอง

One Day in Moomin Valley Park

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Higashi – Hanno ออกที่ทางออกทิศเหนือหมายเลข 1 มาขึ้นรถบัสต่อไปลงที่ Metsa Village อีกประมาณ 13 นาที ก็จะถึงที่บริเวณทางเข้าของสวน ค่าโดยสารรถบัสราคา 200 เยน

การซื้อตั๋ว

ขอแนะนำว่าควรจองตั๋วจากในเว็บล่วงหน้าไปก่อนจะดีกว่า นอกจากประหยัดเวลาแล้ว ราคาตั๋วยังถูกกว่าไปซื้อในวันที่จะเข้าอีกด้วย เมื่อจองเสร็จแล้วเราก็จะได้ online ticket มา พอตอนเข้าสวนก็แค่โชว์ตั๋วจากมือถือให้พนักงานสแกน ก็เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

ส่วนประเภทตั๋วจะมี 2 แบบคือ

  • 1 Day Pass จะเป็นราคาค่าเข้าสวนบวกกับค่าเข้าไปเล่นโซนที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ได้แก่ Moomin Mansion, Ocean Orchestra, Little My Play Spot, Flight Onino Zipline Adventure และ Photo Studio ราคาจองล่วงหน้า 4,000 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และ 2,100 เยน สำหรับเด็ก
  • Admission Ticket สำหรับคนที่ไม่ได้อยากเข้าโซนที่กล่าวมา ก็ซื้อตั๋วเข้าสวนอย่างเดียว ราคา 2,300 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และ 1,300 เยน สำหรับเด็ก

Credit

Official Website: https://metsa-hanno.com/

ABOUT ME
Amornsri Anutrakulchai
เป็นคนที่รักการเที่ยวคนเดียวมาก ๆ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนลองเดินทางด้วยตัวเอง แต่แปลกมาก ๆ ที่เราไม่เคยเดินทางในญี่ปุ่นคนเดียวเลย อาจเป็นเพราะเป็นประเทศที่ทุกคนมีความผูกพัน ใฝ่ฝันและเอื้อมถึงได้ ก็เลยมักจะมีเพื่อนร่วมทางด้วยเสมอ สิ่งที่เราสนใจในญี่ปุ่นมากที่สุดคืองานออกแบบในทุก ๆ มิติ ทั้งสถาปัตยกรรม ของใช้ อาหาร แฟชั่น การ์ตูน ชอบในความละเอียดกับที่มาที่ไปของทุก ๆ สิ่งรอบตัวค่ะ

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!