ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

งดงามในความเงียบ กับสถานที่ไม่พลุกพล่านทั้งในและใกล้ๆ โตเกียว

60467231_10156571405698542_5300981531601272832_o

สถานการณ์โควิด – 19 กระทบผู้คนทั้งโลก จนทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน การเรียนการสอนแบบ New Normal ที่ตอนนี้ได้กลายเป็น Now Normal ไปแล้ว การท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกันที่เราคงจะไม่อยากไปที่ไหนคนเยอะๆ และแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ ก็อาจไม่ใช่จุดหมายที่ต้องการนับจากนี้
สำหรับประเทศญี่ปุ่น การเดินทางท่องเที่ยวที่เราจะมองหาต่อไปนี้คือสถานที่คนไม่พลุกพล่าน เพื่อชื่นชมกับสิ่งรอบตัวได้อย่างสบายใจ อย่างเช่นที่ในวันนี้เราจะขอแนะนำสถานที่เงียบๆ ทั้งในและไม่ไกลจากโตเกียว ไว้เป็นทางเลือกสำหรับการท่องเที่ยวต่อจากนี้

Jimbocho Book Town

งดงามในความเงียบ กับสถานที่ไม่พลุกพล่านทั้งในและใกล้ๆ โตเกียว

Photo: IG @kitazawa_books, IG @jimbocho_osanpo

สายหนังสือ หรือชมรมคนรักหนังสืองานดีไซน์สายวินเทจ ต้องหลงรักย่านนี้ เมืองหนังสือจิมโบโช (Jimbocho Book Town) อยู่ใจกลางโตเกียว สามารถนั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานีชื่อ Jimbocho แล้วจะได้พบกับร้านหนังสือเก่ากว่า 200 แห่ง ทั้งยังเป็นแหล่งข้าวแกงกะหรี่ขึ้นชื่ออีกด้วย
ที่นี่มีหนังสือทุกประเภทที่คุณต้องการ ทั้งที่แบบถูกร้อยเยน หรือไปจนถึงนวนิยายขึ้นหิ้งเบสท์เซลเลอร์ งานภาพพิมพ์ตั้งแต่ยุคเอโดะ แผนที่โบราณ โปสเตอร์เก่าแก่ ไปจนถึงแมกกาซีนให้เลือกแบบเดินได้ทั้งวันไม่จบไม่สิ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวก็ต้องบอกว่าเมืองหนังสือจิมโบโชมีหนังสือภาษาอังกฤษอยู่มากมายเช่นกัน อย่างเช่นที่ร้าน Kitazawa Shoten ร้านหนังสือเก่าแก่ของโตเกียวที่ชั้นสองทั้งฟลอร์ รวมเอาหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ และหนังสือสุดคลาสสิกต่างๆ ให้เลือกสรร พร้อมกับการตกแต่งของร้านที่คลาสสิกมากๆ เหมาะแก่การถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก หรือที่ร้าน Sanseido ก็มีหนังสือภาษาอังกฤษให้เลือกมากมายที่ชั้น 5 ของร้านเช่นกัน
Komiyama Tokyo เป็นร้านหนังสือเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1939 มีหนังสือให้เลือกมากมายทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ชั้นบนของร้านยังจัดเป็นบริเวณแสดงงานศิลปะแบบหมุนเวียน ความน่าสนใจคือเราสามารถนำงานศิลปะและหนังสือเก่าไปขายให้กับทางร้านได้ด้วย 
ถ้าเป็นสายแกลอรี่ นอกจากร้าน Komiyama  แล้วแนะนำร้านหนังสือ Yamada Shoten ที่นอกจากขายหนังสือศิลปะมากมาย ยังมีแกลอรี่บริเวณชั้น 2-3 ของร้านที่จัดแสดงอาร์ตเวิร์คพร้อมจำหน่าย ทั้งงานศิลปะญี่ปุ่นดั้งเดิมไปจนถึงงานศิลปะโมเดิร์นจากต่างประเทศ 
สายคาเฟ่ที่ไม่อยากเดินเยอะ แนะนำ Paper Back Cafe ร้านหนังสือมาพร้อมคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับเอนหลังพักผ่อน หรือเลือกซื้อเครื่องเขียนรวมไปถึงอุปกรณ์งานศิลปะต่างๆ หรือถ้าเป็นสายเกมเมอร์วินเทจ ก็ไม่ควรพลาดร้าน Okuno Karuta ที่มีเกมเก่าๆ ให้ดูแล้วนึกถึงอดีต เรียกว่าเป็นย่านที่คล้ายๆ ได้นั่งไทม์แมชชีนกลับไปสู่วันวานที่ชุบชูใจได้ดีทีเดียว

Info: Jimbocho Book Town

  • เปิดช่วงสายๆ ถึงเย็นๆ 
  • เดินทางได้ทั้งรถไฟสาย Chao หรือ Sobu ไปลงสถานี Ochanomizu หรือรถไฟสาย Mita, Shinjuku, Hanzomon ไปลงสถานี Jimbocho
  • ย่านเมืองหนังสือจิมโบโช อยู่บริเวณสี่แยกถนนยาสุคุนิ (Yasukuni-dori) และฮาคุซัน (Hakusan-dori) เดินจากสถานีจิมโบโชราว 15 นาที ไม่ไกลจากย่านอากิฮาบาระและคันดะ 

Shibamata

งดงามในความเงียบ กับสถานที่ไม่พลุกพล่านทั้งในและใกล้ๆ โตเกียว

Photo: gotokyo.org

ชิบามาตะ เมืองเก่าขอบโตเกียวที่ยังไม่ฮิต และพร้อมจะพาเราหลุดไปยุคเอโดะที่คลาสสิกสุดๆ จากสถานีชิบามาตะ แค่เดินออกมาไม่กี่ก้าวก็จะพบกับรูปปั้นของโทระซัง คาแรคเตอร์ตัวละครยอดนิยมที่สร้างเป็นภาพยนตร์ไปแล้ว 48 ภาค Otoko wa tsurai yo (It’s Tough Being a man) เป็นผลงานภาพยนตร์ซีรีส์ของผู้กำกับยูจิ ยามาดะ ซึ่งภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้โลเคชั่นถ่ายทำก็เกิดขึ้นที่เมืองนี้เช่นกัน

บริเวณถนนเส้นหลักจากสถานีจะเต็มไปด้วยร้านค้าเก่าแก่ ขายอาหาร ขนมหวานแบบดั้งเดิม ร้านของที่ระลึก และร้านอาหารต่างๆ ตัวถนนนำเราไปสู่วัดไทชาคุเท็น (Taishakuten Temple) ที่สร้างขึ้นในปี 1629 ปกติแล้วภายในวัดค่อนข้างเงียบสงบ เราจะเดินชมงานไม้แกะสลักอายุเก่าแก่ที่อยู่รอบบริเวณ ทั้งฐานพระ ประตู และชิ้นงานที่จัดวางอยู่ในแกลอรี่ของวัดได้ด้วย ภายในวัดจะสังเกตเห็นต้นสนเก่าแก่กว่า 500 ปีที่ยืนต้นยาวนานหลายชั่วอายุคน หรือการเดินชมสวนญี่ปุ่น Yamamoto-tei ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนที่สุดที่สุดอีกแห่งในญี่ปุ่น ก็เป็นพื้นที่เงียบสงบเหมาะสำหรับชำระล้างจิตใจ
ไฮไลท์ที่ต้องจัดเมื่อมาย่านนี้คือข้าวหน้าปลาไหลที่เป็นของขึ้นชื่อ โดยเฉพาะข้าวหน้าปลาไหลของร้าน Ebisuya (ゑびす家) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 230 ปี ตัวร้านอยู่ในอาคารไม้เก่าแก่ ที่นั่งมองออกไปเห็นสวนสวยๆ เมื่อข้าวหน้าปลาไหลย่างถ่านราดด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษของทางร้านมาเสิร์ฟ คุณจะรู้ทันทีว่านี่แหละคือสิ่งที่ตามหามานาน 
ส่วนอีกเมนูที่ต้องลองเมื่อมาชิบามาตะก็คือดังโงะ ที่เมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องข้าวอันเป็นวัตถุดิบในการทำดังโงะ โดยเฉพาะ “คุชะดังโงะ” ซึ่งเป็นดังโงะที่ผสมพืชกลุ่มมักเวิร์ตในท้องถิ่นเข้าไปเป็นสีเขียว และโรยด้านบนด้วยถั่วแดงบด ร้านขนมแนะนำของเมืองคือร้านอิชิอิ (Ishii) ขายโมจิ โดรายากิ และเมนูเด็ด โคเมะโคเมะเค้กโรล, ร้านทาคากิยะ โรโฮะ (Takagiya Shinise) ที่มีขนมหวานคุสะดังโงะที่ต้องชิม รวมถึงขนมชิบะมาตะโมจิ 
พิพิธภัณฑ์โทร่าซัง (Tora-san Museum) เป็นจุดหมายที่คนญี่ปุ่นนิยม แม้ว่าสำหรับคนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นกับภาพยนตร์แห่งชาติเรื่องนี้ แต่การเข้าชมมิวเซียมแห่งนี้จะทำให้เข้าใจวิถีชีวิตผู้คนในยุค 60-70 ได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่ตัวหนังเล่าถึงชีวิตของเซลล์แมนชื่อโทร่าซังที่ใช้ชีวิตในเมืองนี้ 

Info: Shibamata

  • เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสาย Keisei Kanamachi จากโตเกียวใช้เวลาราว 30-60 นาที
  • ทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 11.00 น. มีบริการพาทัวร์ชมเมือง บริเวณหน้าสถานีชิบามาตะ
  • ดาวน์โหลดแผนที่เมืองได้ที่ http://shibamata.net/map/jpg/201706/map-jp_A3web.png

Yamate

งดงามในความเงียบ กับสถานที่ไม่พลุกพล่านทั้งในและใกล้ๆ โตเกียว

Photo: Yokohama Visitors Guide

 ยามาเตะ เมืองเล็กๆ บนเขาของโยโกฮาม่าที่เราชอบไปอยู่บ่อยๆ เพราะเต็มไปด้วยบ้านสวยๆ เรื่องราวอดีตมากมาย และผู้คนไม่พลุกพล่านนัก ยามาเตะเป็นเมืองต้นเรื่องของ From up on Poppy Hills ภาพยนตร์จิบลิสตูดิโอในปี 2011 ที่เล่าเรื่องราวของนักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ออกมาต่อต้านการทุบทำลายอาคารเก่าที่ควรเก็บไว้เป็นอนุสรณ์
ใครที่ได้ดูแอนิเมชั่นเรื่องนี้คงจำกันได้ถึงฉากบ้านบนเขาที่มองออกไปเห็นท้องทะเล ทางเดินรถที่พระเอกขี่จักรยานขึ้นเขาอย่างเหนื่อยหอบ หรือฉากตึกเก่าทรงยุโรปสวยๆ ในเมือง ซึ่งที่ยามาเตะในความเป็นจริงยังคงบรรยากาศแบบนั้น เมืองเล็กๆ ที่มีถนนคดโค้งบนภูเขา สถาปัตยกรรมปลายยุคเอโดะที่ชาวต่างชาติเลือกมาตั้งถิ่นฐานช่วงที่ญี่ปุ่นเปิดใช้ท่าเรือโยโกฮาม่าเพื่อการค้าขายกับต่างประเทศ
ทุกวันนี้ตัวอาคารเก่าแก่ต่างๆ ดัดแปลงเป็นโรงเรียน โรงแรม ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และกลายเป็นย่านท่องเที่ยวไม่ไกลโตเกียวที่อากาศปลอดโปร่งด้วยลมจากท้องทะเล 
แนะนำ Diplomat’s House บ้านท่านฑูตที่สร้างในชิบูย่าช่วงปี 1865 – 1942 และทำการย้ายมาไว้ที่ยามาเตะในปี 1997 ตัวอาคารยังคงสวยงามดังเดิมในแบบวิคตอเรียน ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน ส่วนอาคารอีกหลังที่ไม่ควรพลาดคือ Museum of Tennis ที่เคยใช้เป็นสปอร์คลับในช่วงที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศปลายยุค 60 ในปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็นร้านอาหารตะวันตกที่มีข้าวห่อไข่อร่อยมาก

Info: Yamate

  • จากโตเกียวมีรถไฟหลายสายให้เลือก ทั้งด่วนและแบบท้องถิ่นหยุดทุกสถานีที่จะใช้เวลานานกว่าเท่าตัว จุดหมายของเราคือสถานีโยโกฮาม่า (Yokohama Station) จากนั้นต่อรถไฟไปยังสถานีโมโตมาชิ (Motomachi-Chukagai Station) จากตัวสถานีมีลิฟท์ขึ้นไปชั้นบนสุด จะเป็นทางออกสู่สวนกุหลาบ ที่ประหยัดแรงเดินขึ้นเขาไปได้เยอะ
  • นอกจากเมืองยามาเตะแล้ว ควรไปเดินชมสวนสวยๆ ที่ ซันเคเอ็น (Sankei-en Garden) ซึ่งแต่เดิมเป็นบ้านของพ่อค้าฮาระ ซันเค สวนแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพราะไม่ได้ดังในหมู่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ บรรยากาศเลยเงียบสงบ และมีทางเดินภายในกว้างใหญ่ มีมุมนั่งพักมองวิวมากมาย ฤดูที่ดอกซากุระบานที่สวนนี้คือความงดงามอย่างที่สุด

Kamakura

งดงามในความเงียบ กับสถานที่ไม่พลุกพล่านทั้งในและใกล้ๆ โตเกียว
งดงามในความเงียบ กับสถานที่ไม่พลุกพล่านทั้งในและใกล้ๆ โตเกียว
ถ้าจะแนะนำเดย์ทริปจากโตเกียวที่คู่ควรที่สุด ก็ต้องเป็นคามาคุระ เมืองติดชายทะเลแห่งนี้ ที่ถึงแม้จะเป็นที่รู้จักกว้างขวาง แต่ก็ยังมีมุมเล็กๆ ลึกลับที่รอการไปค้นพบ 
สำหรับคามาคุระแล้ว ค่อนข้างกินพื้นที่กว้างขวาง ทั้งย่านสถานีคามาคุระ (Kamakura Station) ที่มีวัดพระใหญ่ Kotoku-in ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปสักการะ และเทรคกิ้งบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปยังบริเวณสถานี คิตะ- คามาคุระ (Kita-Kamakura Station) ซึ่งหากเลือกเส้นทางนี้และออกเดินทางแต่เช้า นักท่องเที่ยวจะบางตามากๆ 
เมื่อมาถึงสถานี คิตะ – คามาคุระ ก็มีร้านอาหารและคาเฟ่อยู่มากมาย พอหายเหนื่อยแล้วควรเดินต่อไปยังวัด Meigetsuin ที่งดงามมากๆ ในทุกฤดู วัดแห่งนี้อยู่ลึกเข้าไปในป่า ด้านหน้าเป็นสวนดอกไม้ เมื่อเดินไปตามเส้นทางจะเจอกับป่าไผ่ด้านหนึ่งของวัดที่เส้นทางเดินกลางป่าไผ่นั้นสงบเงียบ มีเพียงเสียงต้นไผ่ล้อไปตามเสียงลม 
ส่วนตัวอาคารที่ใช้เป็นที่นั่งดื่มชานั้น มีช่องแสงมองออกไปเห็นสวนญี่ปุ่นของทางวัด ในฤดูใบไม้แดง จะเห็นฉากหลังเป็นต้นเมเปิ้ลมากมายให้แสงสีที่แตกต่างกันไป 
จากคิตะ – คามาคุระ ให้นั่งรถไฟไปสถานี คามาคุระ โคโคมาเอะ ที่สามแยกหน้าโรงเรียนมัธยมคามาคุระ จะมีจุดถ่ายรูปสำคัญที่เป็นฉากหนึ่งของแอนิเมชั่นเรื่อง Slam Dunk ที่สถานีนี้ แวะลงไปชื่นชมทะเลที่จะเต็มไปด้วยนักเซิร์ฟได้ด้วย ชายหาดกว้างและยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งในปี 2021 จะใช้เป็นสถานที่แข่งเรือใบของโอลิมปิกด้วย ถ้ามีเวลาว่างเหลือเฟือก็เลือกเดินเลาะทะเลกลับมายังสถานี Hase Station แวะคาเฟ่น่ารักๆ อีกสักรอบก่อนกลับโตเกียว

Info: Kamakura

  • นั่งรถไฟจากชิบูย่า ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง
  • แนะนำว่าค้างที่คามาคุระหนึ่งคืนก็ทางเลือกที่ดี เพราะบริเวณค่อนข้างกว้างขวางและมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย
  • กิจกรรมอย่างการนั่งสมาธิที่วัดเคนโจจิ ก็เป็นอะไรที่เงียบสงบ และรักษาระยะห่างได้ด้วย https://www.gotokyo.org/th/destinations/beyond-tokyo/kamakura.htmlhttps://www.city.kamakura.kanagawa.jp/visitkamakura/en/index.html

Mount Mitake

งดงามในความเงียบ กับสถานที่ไม่พลุกพล่านทั้งในและใกล้ๆ โตเกียว

Photo: Shingo Suzuki mt.kitake.gr.jp

Info: Mount Mitake

  • จากสถานีชินจูกุ เดินทางด้วย JR Chuo Line  และ Ome Line สังเกตุป้ายรถไฟว่า “Ome” และเลือกรถไฟด่วนจะหยุดบางสถานี เมื่อถึงสถานีโอเมะ ให้ต่อรถไปโอคุทามะ Okutama และลงที่สถานีมิตาเกะยามะ
  • รถบัสรับส่ง อยู่ทางด้านซ้ายของสถานีมิตาเกะ ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านทาคิโมโตะ (Takimoto Village) ทุๆ ครึ่งชั่วโมง ระหว่างเวลา 07.30-18.00 น. จากหมู่บ้านทาคิโมโตะ การให้บริการเคเบิ้ลคาร์ Mitake-Tozan จะออกทุกๆ ครึ่งชั่วโมงเช่นกัน ระหว่างเวลา 07.30-18.00 น. โดยปลายทางของเคเบิ้ลคาร์คือหมู่บ้านมิตาเกะซัง (Mitakesan Village) ที่อยู่ช่วงบนสุดของภูเขา สำหรับจุดสูงสุดของภูเขามิตาเกะมีศาลเจ้ามูซาชิ มิตาเกะตั้งอยู่ (Musashi-Mitake Shrine) ซึ่งต้องเดินเท้าจากหมู่บ้านไปราวหนึ่งกิโลเมตร

ภูเขามิตาเกะ นับเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น ความสูง 929 เมตร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติชิชิบุทามะไก (Chichibu Tamakai National Park) ทางตะวันตกของโตเกียว นอกจากการเทรคกิ้งแบบวันเดียวจบ ในช่วงก่อนฤดูหนาวที่ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ภูเขามิตาเกะก็นับเป็นหนึ่งในที่รับชมความงามของธรรมชาติแบบที่ไม่ต้องไปไกลจากโตเกียว
ด้วยความที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวคู่โตเกียวมายาวนาน การเดินทางเที่ยวชมค่อนข้างสะดวกสบาย สามารถนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปด้านบนภูเขา ซึ่งแค่วิวหมู่บ้านจากบริเวณที่เคเบิ้ลคาร์ไปถึงก็สวยงามและมองเห็นเมืองโตเกียวได้แล้ว 
บนเขามิตาเกะมีหมู่บ้านเก่าแก่อยู่ด้วย เป็นหมู่บ้านที่มีคนอาศัยอยู่จริงและมีบริการที่พักสำหรับใครที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เมื่อมาถึงมิตาเกะแล้ว ห้ามพลาดเดินเท้าขึ้นไปจุดสูงสุดของภูเขามิตาเกะเพื่อสักการะศาลเจ้ามุซาชิ มิตาเกะ ที่สร้างมานานกว่า 1,200 ปี และจากศาลเจ้ามีทางเดินไปภูเขาโอตาเกะ ที่ความสูง 1,266 เมตรที่ในวันท้องฟ้าโปร่ง อาจจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดเจน ซึ่งต้องแลกกับความเหนื่อยยากกับการเดินราว 5 ชั่วโมง และแน่นอนว่าไม่มีผู้คนวุ่นวายระหว่างทาง

ABOUT ME
paperback_writer
เกิดและเติบโตมาพร้อมๆ กับการเดินทางบนเบาะหลังรถของพ่อแม่ ปัจจุบันเขียนหนังสือเป็นอาชีพ และหลงรักการท่องเที่ยวด้วยความเชื่อว่าโลกใบนี้ยิ่งใหญ่ เราเป็นเพียงฝุ่นจิ๋วในจักรวาล ชอบโตเกียวและเกียวโต หลงรักวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่งดงาม ปัจจุบันกำลังหลงใหลการอาบน้ำร้อนและการอาบป่า

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!