วันนี้เราจะมาพาทุกคนไปขึ้นภูเขาโคยะ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า โคยะซัง (Koyasan) กันค่ะ ซึ่งภูเขาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ และมีวัดมากกว่า 51 วัด เรียกได้ว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาของพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

การเดินทางสู่โคยะซัง
การเดินทางสู่โคยะซังวิธีที่ง่ายที่สุดคือซื้อตั๋วรถไฟและรถบัสของรถไฟสายนันไค โดยจะมีตั๋วที่ชื่อว่า Koyasan World Heritage Digital Ticket ราคาตามตารางดังต่อไปนี้ https://www.howto-osaka.com/en/wp/wp-content/uploads/2023/08/koyasan-world-heritage-ticket_NEW-PRICE.pdf
ราคาจากสถานีนันไคนัมบะ คือ 3140 เยน และถ้าใครอยากได้ตั๋วแบบรถด่วนพิเศษที่ชื่อว่า โคยะ จะเป็นราคาตามนี้ค่ะ https://www.howto-osaka.com/en/wp/wp-content/uploads/2024/04/koya_tokyu_NEW-PRICE.pdf (ราคานี้รวมเฉพาะตั๋วรถด่วนพิเศษขาไปเท่านั้น ไม่รวมขากลับ)
โดยตั๋วนี้จะมีตั๋วรถไฟ รถเคเบิล และรถบัสที่สามารถใช้งานได้สองวัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.howto-osaka.com/en/ticket/koyasan/

ตรงบริเวณชานชาลาจะมีป้ายบอกเส้นทางเดินทางไปยังโคยะซังค่ะ

ตารางการเดินรถตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

ทางขึ้นชานชาลาที่ 3และ 4

ให้นั่งรถไฟสายสีส้มที่ไปฮาชิโมโตะนะคะ ถ้าสายสีแดงจะเป็นรถไฟด่วนพิเศษ ต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม
ถ้าหากนั่งรถไฟด่วนสายโคยะ ให้ขึ้นที่ชานชาลา 3 และ 4 เป็นสายรถที่มุ่งหน้าไป ฮาชิโมโตะ (Hashimoto) เมื่อถึงสถานีฮาชิโมโตะแล้วจึงเปลี่ยนรถไปขึ้นรถไฟที่มุ่งหน้าไปโกคุราคะบาชิ (Gokurakubashi) จากนั้นลงที่สถานีโกคุราคะบาชิ (Gokurakubashi) เพื่อขึ้นรถเคเบิลไปยังสถานีโคยะซัง (Koyasan) และเมื่อถึงสถานีโคยะซังแล้วจะต้องนั่งรถบัสต่อ ไม่อนุญาตให้เดินไปนะคะ นั่งรถบัสไปประมาณสิบนาทีก็จะถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ

ทางเดินในสถานีโกะขุระคุบาชิ ถือว่าเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างโลกและดินแดนศักดิ์สิทธิ์

รถเคเบิลขึ้นไปยังโคยะซัง
ข้อควรระวังในการเดินทางไปโคยะซังด้วยรถไฟนันไค
1.การเดินทางจากโอซาก้าไปถึงโคยะซังนั้นใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรค่ะ โดยใช้เวลาราว ๆ เกือบสองชั่วโมงค่ะ ถึงแม้จะนั่งรถไฟแบบด่วนพิเศษโคยะไปก็ยังใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ
2.ควรสวมรองเท้าที่เดินสบายที่สุด เพราะแต่ละที่ค่อนข้างกว้าง ต้องเดินเยอะ และถ้าหากไปช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาวควรพกเสื้อกันหนาวไปด้วยค่ะ เพราะอากาศข้างบนค่อนข้างเย็นและหนาวค่ะ
3.บันไดทางขึ้นเคเบิลค่อนข้างชันค่ะ ถ้าใครมีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่าอาจจะมองหาทัวร์ที่เหมารถขึ้นไปแทนค่ะ เพราะถ้าหากมีผู้สูงอายุมาด้วย การเดินขึ้นลงบันไดที่มีความชันอาจจะลำบากค่ะ
4.ร้านอาหารค่อนข้างหายาก ไม่ค่อยมีคาเฟ่หรือร้านอาหารมากนัก อาจจะต้องพกขนมและน้ำมาเพื่อคลายความหิวค่ะ
ประวัติความเป็นมาของโคยะซัง
ภูเขาโคยะหรือโคยะซังแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 1200 ปี นับว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนาพุทธนิกายมหายาน ลัทธิชินกงมิเคียว ที่มีพระคูไคเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา มีองค์ศาสดาคือ ไดนิจิเนียวไร หรือที่เรียกกันว่า พระไวโรจนพุทธะ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มีรากฐานมาจากเนปาล ทิเบต และจีน วิถีที่จะเข้าถึงแก่นของหลักธรรมคำสอนคือการฝึกตนและอ่านพระคัมภีร์เพื่อเข้าถึงคำสอน โคยะซังแห่งนี้มีความสูงจากน้ำทะเลราว 1000 เมตร มีการเปรียบเปรยว่าลักษณะของภูเขาที่เป็นแอ่งนี้มีลักษณะเหมือนกลีบดอกบัว ในฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย

โคยะซังช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. โอะขุโนะอิน (Oku no in)

บริเวณแห่งนี้นับว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่อยู่ของพระคูไคและเป็นสุสานของเหล่าคนมีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์มากมาย ทางเดินเข้าสู่โอะขุโนะอินมีระยะทางยาวมากกว่า 2 กิโลเมตร มีต้นสุงิปลูกเรียงราย โดยต้นสุงิแต่ละต้นนั้นอายุมากกว่า 1000 ปี มีสุสานและพระพุทธรูปจิโซตั้งเรียงราย ซึ่งบรรยากาศนั้นเงียบสงบและสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ และพลังของธรรมชาติต่าง ๆ มากค่ะ


ป้ายสุสานของโอดะโนบุนางะ
สุสานดังกล่าวมีของบุคคลที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ อาทิเช่น โอดะโนบุนางะ หรือโทโยโทมิ ฮิโดโยชิ นักรบผู้มีชื่อเสียงในยุคเซ็นโกคุ

บริเวณสะพานโกะเบียวบาชิ
เมื่อเดินพ้นบริเวณทางเดินเข้าแล้วจะมีบริเวณที่เรียกกันว่า โกะเบียวบาชิ (Gobyoubashi) ซึ่งเมื่อข้ามสะพานแห่งนี้ไปแล้วจะถือว่าได้เข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระคูไค ต้องสำรวมกริยา ไม่พูดเสียงดังและไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ จากนั้นให้เราเข้าไปสักการะที่วิหารโทโรโด (Toroudou) ซึ่งภายในวิหารสวยมากค่ะ ต้องมาสัมผัสเองให้ได้เลยนะคะ


พระพุทธรูปจิโซที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน

2. ดันโจการัน (Danjo Garan)
ทางเดินเข้าสู่ดันโจการันที่อยู่ใกล้ป้ายรถเมล์
เป็นแลนมาร์คสำคัญของโคยะซัง และถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของโคยะซังเลยทีเดียว ซึ่งในบริเวณดังกล่าวจะมีบริเวณประตูแดงที่เรียกว่า จูมง ประตูแห่งนี้ถูกทำลายและสร้างใหม่เรื่อย ๆ เรียกว่าประตูปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 8

บริเวณจูมง
คนโด (Kondou)

อุโบสถแห่งนี้อยุ่ตรงกลางของดันโจการัน เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของโคยะซัง สร้างขึ้นโดยพระคูไคเมื่อปี ค.ศ.819 แต่เดิมเป็นสถานที่ไว้เรียนพระคัมภีร์ อุโบสถแห่งนี้ถูกเผา 7 ครั้ง และถูกบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1932 มีองค์พระประธานคือ พระอักโษภยพุทธะ อัครสาวกหลายองค์ประดิษฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น องค์อจละ หรือพุโดเมียวโอ
มีค่าเข้าชม 500 เยน ให้หยอดค่าเข้าชมได้ที่กล่องด้านหน้าอุโบสถ และไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป
คนโบไดโต (Konpon daitou)


เป็นวิหารซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิชินกงมิเคียว เป็นวิหารสีแดงซึ่งสร้างเป็นแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ใช้เวลาก่อสร้างราว 70 ปี จึงแล้วเสร็จในปีค.ศ. 1843 องค์พระประธานคือ พระไวโรจนพุทธะ แม้ว่าวิหารแห่งนี้จะถูกเผาหรือถูกภัยธรรมชาติจนพังทลายลง ก็ได้รับการบูรณะเรื่อย ๆ องค์พระวิหารที่เห็นในปัจจุบันนั้นสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1937
มีค่าเข้าชม 500 เยน ให้หยอดค่าเข้าชมได้ที่กล่องด้านหน้าอุโบสถ และไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป
3. คนโกบุจิ (Kongobuji)

เมื่อเดินออกมาจากดันโจการัน จะพบกับคนโกบุจิ ซึ่งเป็นวัดสำคัญของโคยะซัง แต่เดิมคำว่า คนโกบุจิหมายถึงโคยะซังทั้งหมด แต่เมื่อสมัยเมจิได้มีการระบุให้เป็นชื่อวัดแห่งนี้เพียงอย่างเดียว

บริเวณแห่งนี้คือชุเด็น หรืออาคารหลัก มีไว้เพื่อรับรององค์จักรพรรดิหรือเชื้อพระวงศ์เมื่อเสด็จมาเยือนโคยะซัง อาคารปัจจุบันสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1863 เนื่องจากอาคารเดิมถูกเผาทำลาย มีค่าเข้าชม 1000เยน บริเวณรอบ ๆ ดันโจการันจะมีKoyasam Digital Museum ซึ่งจะมีที่นั่งพักและอาหารให้รับประทาน และสามารถรับชมวีทีอาร์ความเป็นมาเกี่ยวโคยะซังได้ฟรีค่ะ ใครหิวข้าวหรืออยากนั่งพักดื่มกาแฟสามารถแวะได้ที่นี่เลยค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่เว็บไซต์หลัก https://www.koya.org/english/













