ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ต้องไปที่ไหน

เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ต้องไปที่ไหน

จากที่ค่าเงินเยนได้มีความอ่อนตัวลงมาก บวกกับการผ่อนคลายทางมาตรการต่างๆในการเดินทางต่างประเทศ ทำให้คนไทยหลายคนเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ใครที่เคยไปแล้วก็ไปอีกกันหลายรอบ ยิ่งกว่านั้นยังมีเฟรชชี่ นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นมาก่อน ก็ได้มีโอกาสไปเปิดโลกใหม่เที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้ 

บทความวันนี้เลยจะเน้นการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในประเทศญี่ปุ่นฉบับกะทัดรัด เวลาน้อย ให้กับนักท่องเที่ยวเฟรชชี่ที่ไม่เคยไปแตะดินแดนปลาดิบนี้มาก่อน เพื่อให้ได้รู้จักว่าเมื่อถึงญี่ปุ่นแล้วควรจะไปที่ไหน ไม่งั้นไม่ถือว่าได้มาถึงญี่ปุ่น

โตเกียวทาวเวอร์

ลำดับแรกเมื่อมาถึงเมืองโตเกียวต้องไปที่จุดศูนย์กลางหลักที่โดดเด่นที่สุดของเมืองนี้นั่นคือโตเกียวทาวเวอร์ ถึงแม้ว่าจะมีโตเกียวสกายทรีที่มีความสูงกว่า โตเกียวทาวเวอร์ยังคงยืนหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่ทุกคนให้ความสำคัญว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโตเกียวอยู่เสมอ ด้วยสีแดงออกส้มตัดกับสีขาวคล้ายคลึงกับสีธงชาติของประเทศญี่ปุ่น ทำให้เราได้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของชนชาติญี่ปุ่นอย่างแท้จริง 

บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สามารถถ่ายรูปคู่โตเกียวทาวเวอร์กับดอกซากุระที่บานอยู่รอบๆในบริเวณนั้น เมื่อมาถึงฤดูใบไม้ร่วงก็จะให้บรรยากาศที่อบอุ่นด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ส้ม แดง เหลืองล้อมรอบกลมกลืนกับสีของตัวทาวเวอร์เอง และด้วยความสูง 333 เมตร ทำให้มองเห็นวิวได้สวยกว่าหอไอเฟลที่เมืองปารีสและได้บรรยากาศดีกว่าโตเกียวสกายทรีอีกด้วย 

https://ohhotrip.com/14251/

ถนนทาเกชิตะ(Takeshita) 

ถัดมาคือถนนที่รู้จักในนาม “ถนนแห่งแฟชั่นของประเทศญี่ปุ่น” ถนนทาเกชิตะตั้งอยู่ที่สถานีฮาราจูกุ(Harajuku) เป็นถนนที่ไม่กว้างด้วยซ้ำ เป็นเพียงแค่ตรอกซอยทางเดินระยะทาง 400 เมตรเท่านั้น แต่มีร้านค้าแฟชั่นและร้านอาหารต่างๆเรียงรายกันอย่างครบถ้วน นอกจากแบรนด์เสื้อผ้าและแฟชั่นยอดนิยมต่างๆยังมีร้านเสื้อผ้าท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นมากมายเช่นกัน 

ในช่วงวันสุดสัปดาห์ก็จะมีวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นแต่งคอสเพลย์เป็นตัวการ์ตูนต่างๆมาเดินช็อปปิ้งกันที่ตรอกซอยนี้ ซึ่งเราจะเห็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุก ความน่ารักและสีสันตลอดทาง เราสามารถขอถ่ายรูปกับกลุ่มคนที่แต่งคอสเพลย์ได้ แต่ลืมขออย่างสุภาพนะครับ ส่วนคาเฟ่ละร้านอาหารต่างๆที่นี่ก็เสิร์ฟอาหารที่น่ารักสไตล์ญี่ปุ่นคิคุคิคุ ไม่ว่าจะเป็นเครปญี่ปุ่นหรือขนมสายไหมหลากสีที่เมื่อมาถึงถนนทาเคชิตะแล้ว ไม่ลองไม่ได้เลยนะ 

สี่แยกชิบูย่า(Shibuya) 

เราไปต่อกันที่สถานีชิบูย่า สถานีชื่อดังที่ใครมาเมืองโตเกียวก็ต้องมาเดินข้ามสี่แยกที่จัดว่าเป็นสี่แยกที่ยุ่งวุ่นเวิ้งและคนเดินข้ามเยอะที่สุดในโลก มีทางม้าลายข้ามถนนอยู่ 5 จุด เมื่อถึงเวลาที่ไฟเขียวสว่างขึ้น เราก็จะเห็นผู้คนเดินข้ามกันอย่างยั้วเยี้ยมากกว่า 1,000 คนในเวลาเดียวกัน และเคยทำประวัติการสูงสุดในปี 2016 คือกว่า 3,000 คนในช่วงเวลาหนึ่งไฟเขียว 

สี่แยกชิบูย่าจะมีป้ายโฆษณาต่างๆขนาดเล็กและใหญ่รอบบริเวณ เหมือนกับ Time Square ที่ new york ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นจุดศูนย์รวมทั้งการค้า แฟชั่น ร้านอาหารและการคมนาคมสำคัญของเมืองโตเกียว เราจะเห็นทั้งพนักงานบริษัทจำนวนมาก นักเรียน นักท่องเที่ยวหลายคนที่สี่แยกนี้ ทางด้านหน้าของสถานีชิบูย่าก็จะมีรูปปั้นของน้องหมาที่ชื่อว่า “ฮาจิโกะ(Hachiko)” ซึ่งเป็นน้องหมาในตำนานที่รอคอยเจ้าของผู้เสียชีวิตไปแล้วกลับมาตลอดจนตัวเองก็ได้แก่ตายจากไป ณ ที่หน้าสถานีนี้ นักท่องเที่ยวอย่าลืมมาถ่ายรูปกับน้องหมาผู้แสนซื่อสัตย์นี้กันเป็นที่ระลึกนะ 

ศาลเจ้าเมจิ

เดินต่อมาไม่ไกลจากสถานีชิบูย่า เราก็จะมาถึงศาลเจ้าแห่งเดียวที่อยู่ใจกลางเมืองในโตเกียวนั่นคือศาลเจ้าเมจิ(Meiji) จะมีประตูศาลเจ้าหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “โทริ” ขนาดมโหฬารตั้งอยู่ทางด้านทางเข้า เมื่อเราเดินผ่านเข้ามาเราก็จะเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากการที่เดินมาในเมืองเต็มไปด้วยตึกสูงใหญ่มากมาย พอมาถึงศาลเจ้าเมจิแล้ว บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเขียวด้วยต้นไม้ในบริเวณกว่า 120,000 ต้น ให้ความสงบและร่มรื่นต่างจากเมืองโตเกียวปกติ ที่สำคัญเป็นสถานที่ที่มีสปิริตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่นสถิตอยู่บริเวณนี้ด้วย 

นอกจากเราจะได้มาชมความสวยงามทางสถาปัตยกรรมโบราณของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เรายังจะได้ชมสวนญี่ปุ่นที่สวยงามภายในบริเวณศาลเจ้า อีกทั้ง ยังได้มีโอกาสมานมัสการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและความโชคดีของเราในอนาคตอีกด้วย

ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาชื่อดังที่ถูกบันทึกเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2013 ด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เปรียบเสมือนตัวแทนของคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ รวมกับความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ณ บริเวณโดยรอบของภูเขาไฟ จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติให้เป็นมรดกสำคัญของโลก ภูเขาไฟฟูจิมีความสูงทั้งหมด 3776 เมตรเหนือน้ำทะเล ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท แต่เราสามารถชมความสวยงามของภูเขาไฟนี้ได้ตลอดปี จุดเด่นที่สุดคือ ในช่วงฤดูหนาว ที่มากกว่าครึ่งของภูเขาไฟปกคลุมด้วยหิมะสีขาว เป็นภาพถ่ายที่ทุกคนพูดถึง เมื่อนึกถึงประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนในช่วงฤดูร้อน เราสามารถปีนขึ้นไปบนยอดภูเขาไฟฟูจิ เพื่อชมแสงแรกของพระอาทิตย์ญี่ปุ่นได้ 

การเดินทางไปภูเขาไฟฟูจิจากเมืองโตเกียวก็ไม่ยาก สามารถใช้บริการรถทัวร์ไปกลับในวันเดียวได้ หรือถ้าใครชอบช้อปปิ้งก็ใช้บริการรถบัสจากสถานีใหญ่ต่างๆทั้ง ชินจุกุ(Shinjuku) ชิบุย่า(Shibuya) และสถานีโตเกียว(Tokyo) ไปที่ Outlet Gotemba ซึ่งอยู่ในจังหวัดชิซูโอกะ ที่นั่นเราก็สามารถชมความงามของภูเขาไฟฟูจิพร้อมกับสนุกไปกับการช้อปปิ้งได้ในตัวเลย 

https://ohhotrip.com/13974/

https://ohhotrip.com/13421/

รถไฟหัวจรวดชิงคันเซ็น

มาถึงญี่ปุ่นไม่นั่งรถไฟหัวจรวดชิงคันเซ็นถือว่ามาไม่ถึงจริงๆ รถไฟชิงคังเซนเป็นรถไฟความเร็วสูงที่สามารถวิ่งได้เร็วถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเราสามารถเดินทางจากโตเกียวไปโอซาก้าได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น เร็วกว่าหลายเท่ากับการนั่งรถบัสที่ใช้เวลาเกินกว่า 8 ชั่วโมง จากโตเกียวสามารถขึ้นได้ 2 สถานีคือสถานีหลักโตเกียวและสถานีชินากาว่า (shinakawa)  

วิธีการใช้บริการก็ง่ายมาก แค่เราไปซื้อตั๋วจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติหรือสามารถซื้อที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วตามสถานีใหญ่ได้ ขบวนรถไฟจะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆคือรถไฟตู้สำหรับที่นั่งอิสระซึ่งจะมีราคาที่ถูกที่สุดแต่ไม่สามารถระบุที่นั่งได้ประเภทที่ 2 คือรถไฟตู้สำหรับบัตรที่มีระบุที่นั่งซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการกำหนดที่นั่งที่ต้องการและประเภทตู้ที่ 3 คือ Green Car หรือตู้ที่ให้ความสะดวกสบายมากขึ้น มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้นและที่นั่งที่ดีกว่าตู้อื่นๆ ซึ่งแน่นอนราคาตั๋วก็จะแพงขึ้น 

https://ohhotrip.com/13681/

ถนนโดตงบุริ (Do-tonburi)

พอมาถึงโอซาก้า สถานที่แรกที่ต้องไปนั่นคือถนนโดยตรงบุริซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากสถานีชินโอซาก้า(Shin-Osaka)ซึ่งเป็นสถานีรถไฟชิงคันเซ็นมายังสถานีนัมบะ(Namba)หรือจะใช้รถไฟใต้ดินมาที่สถานีชินไซบะชิ (Shinsaibashi) ก็ได้ ที่ถนนโดตงบุริเป็นถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองโอซาก้าซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางรวมร้านอาหาร ของอร่อย ของดังของจังหวัดนี้ตัวอย่างเช่นขนมทาโกะยากิและขนมโอโคโนมิยากิ และยังเป็นถนน shopping ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากได้และราคาถูกกว่าโตเกียวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นของแบรนด์ ของใช้ทั่วไปหรือสินค้าแฟชั่นและของเบ็ดเตล็ดน่ารักเป็นอื่นๆแบบญี่ปุ่นก็มีให้เลือกซื้อจนสามารถเดินช็อปปิ้งได้ทั้งวันจริงๆ 

เมื่อมาถึงที่นี่แล้วทุกคนก็จะถ่ายรูปคู่กับปูยักษ์แดงขยับได้ที่ตรงหน้าปากทางซึ่งเป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟทุกเมนูที่เกี่ยวกับปูยักษ์กล้ามใหญ่ และอีก 1 จุดนั่นคือถ่ายรูปคู่กับกูลิโกะซึ่งเป็นป้ายโฆษณาติดอยู่บนตึกริมน้ำในบริเวณใกล้เคียงด้วย ถ้าเดินริมน้ำไปต่อก็จะเห็นห้างดองกี้โฮเต็ล ซึ่งจะมีเป็นเหมือนชิงช้าสวรรค์สีเหลืองอยู่ด้านหน้า ร้านนี้ขายทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่อาหาร เครื่องสำอาง แบรนด์เนม ของใช้ในบ้านเครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋าเดินทางและของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ เอาเป็นว่า ถ้ามาที่ถนนโดยตรงบุรินี้คุมกระเป๋าตังให้อยู่ก็แล้วกัน 

ปราสาทโอซาก้า 

เมื่อมาถึงเมืองโอซาก้าแล้วก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องไปเยี่ยมชมความสวยงามและความอลังการของปราสาทโอซาก้า ปราสาทนี้เป็นหนึ่งในประสาทสำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 มีบริเวณกว้างขวางมากกว่า 61,000 ตารางเมตร มีบ่อน้ำล้อมรอบตัวประสาทซึ่งแสดงถึงการป้องกันข้าศึกที่จะมาโจมตีตัวประสาทในอดีตกาล ตัวปราสาทโอซาก้าเองถูกสร้างด้วยหินขนาดใหญ่ซึ่งบ่งบอกถึงการพัฒนาทางด้านวิศวกรรมในสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน

นอกเหนือจากตัวประสาทที่มีความสวยงามและความสำคัญแล้ว บริเวณรอบข้างก็มีสวนญี่ปุ่นที่ความรู้สึกถึงจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ในช่วงเทศกาลก็จะมีการจัด Event ต่างๆ ตัวอย่างเช่น ถ้านักท่องเที่ยวมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้ชมเทศกาลดอกซากุระณที่บริเวณตัวประสาทเอง หรือถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนก็อาจจะมีการแสดงหรือการออกร้านอาหารร้านขายของหน้าร้อนก็ได้


 

แค่นี้เพียงเวลา 4 วัน 3 คืนก็สามารถเก็บทุกเม็ดที่จัดว่าเป็นสิ่งสำคัญเมื่อมาเยือนประเทศญี่ปุ่นได้ครบหมดแล้ว แน่นอน ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็สามารถเดินทางต่อไปเมืองอื่นๆได้อีกซึ่งก็จะเน้นไปทางด้านประวัติศาสตร์ ช้อปปิ้ง การกินและท่องเที่ยวธรรมชาติในหลายๆแบบแผนแตกต่างกันไป แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมาญี่ปุ่นเลยต้องเก็บและเช็คอินสถานที่เหล่านี้ให้หมดนะครับ 

https://ohhotrip.com/14892/

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Ammer
Ammer
สวัสดีครับ ผมแอมเมอร์ ครับ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Nanzan University ที่ประเทศญี่ปุ่นและใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นกว่า 7 ปี อดีต เป็นพนักงานต้อนรับบนเรื่องบินและบินเส้นทางญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ทำให้มีความคุ้นเคยกับญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือจดใต้ ประเทศญี่ปุ่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ปัจจุบันทำงานเป็นให้กับบริษัทเอกชนชื่อดัง นอกเหนือจากงานเขียนบน OhHoTrip ยังมีผบงานเขียนหนังสือออนไลน์ เรียน"ญี่ปุ่น" ยังไงให้รอด และช่อง Youtube เกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ถ้าชอบ Blog ที่ผมเขียน ช่วยกด LIKE กดแชร์ด้วยนะครับ :) https://www.youtube.com/c/Ammerkongtangjitt-japan
RELATED POST
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

สถานที่ชมนกยอดนิยมในญี่ปุ่น (Birds-Watching in Japan)

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่นการส่องนกหรือสัตว์ป่า อาจไม่ใช่การท่องเ … 06/03/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
re-0000
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เที่ยวชมทุ่งดอกฮิกันบานะ (Higanbana) ที่ไซตามะ (Saitama)

เที่ยวชมทุ่งดอกฮิกันบานะ ที่ไซตามะ เพราะ “ฉันจะคิดถึงคุณเพียงคนเดียว” … 15/04/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

ศาลเจ้าชิโมะกาโมะ (Shimogamo-jinja) ศาลเจ้าเก่าแก่คู่เมืองเกียวโต

เรียกว่าเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งที่มีคนโพสเครื่องรางรูปดอกอาจิไซลงโซเซี … 13/01/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
IMG_1431
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

ฮาโกเน่ 1 วันก็เที่ยวได้

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ วันนี้เราจะมาแนะนำเพื่อนๆ เกี่ … 19/11/2021
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนตุลาคม - Japan Travel in October

เดือนตุลาคมที่ญี่ปุ่นถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มตัว หลังจากผ่า … 05/06/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เที่ยวชูโงกุ (Chugoku) คนคูลๆ เค้าทำอะไรกันบ้าง?

ญี่ปุ่นตะวันตก (Western Japan) หรือที่รู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า “ภูม … 14/03/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

OhHotrip.com icon
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.