ที่เที่ยวสนุกในญี่ปุ่น

[ญี่ปุ่น] สถานีรถไฟไหน…ใหญ่จนหลง?

[ญี่ปุ่น] สถานีรถไฟไหน…ใหญ่จนหลง?

อีกหนึ่งความตื่นเต้นของการไปเที่ยวญี่ปุ่นนั่นคือ การหาชานชลาที่ถูกต้องและทางออกจากสถานีรถไฟที่ญี่ปุ่น 

ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเส้นทางรถไฟครอบคลุมเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น โตเกียว โอซาก้า นาโกย่า ก็มีรถไฟทั้งบนดินและใต้ดิน ครอบคลุมไปทุกเขต เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องใช้รถกันเลยก็ได้ 

แต่สิ่งที่สร้างการผจญภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติคือ การหาหนทางขึ้นรถไฟในสถานีที่ใหญ่ในตัวเมือง ถ้าเป็น Terminal ขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นรถไฟหลายๆเส้น จะมีประตูหรือชานชลาทางขึ้นมากกว่า 10 ชานชลา และยิ่งถ้าเป็นใต้ดินก็มีทางออกได้มากถึงกว่า 30 ประตูทางออกจากสถานีเดียว เวลาจะไปไหนเราจะต้องหาทางขึ้นรถไฟให้ถูกต้อง และก็ต้องหาทางออกไปยังจุดมุ่งหมายของเราให้ถูกต้องอีกเช่นกัน 

เป็นอีกหนึ่งสีสันที่นักท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่ญี่ปุ่น จะต้องเก็บประสบการณ์การหลงทางในสถานีรถไฟ มาเล่ากัน 

วันนี้ เรามาดูกันว่า มีสถานีไหนในเมืองใหญ่ๆของประเทศญี่ปุ่น ที่เราควรจะระมัดระวังในการใช้สถานีนี้ เวลาเดินทางไปเที่ยวในประเทศกันบ้าง 

Nagoya Station

สถานีแรกที่อยากจะนำเสนอคือ สถานีใหญ่นาโกย่า ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนาโกย่า เป็นศูนย์รวมของจุดต่อหรือจุดเชื่อมรถไฟหลายสายหลักในเขตจูบุ ทั้ง JR, Kintetsu, Meitetsu, รถไฟใต้ดิน μSKY Limited Express และส2s2ถานีขนส่งรถบัส ยังเป็นจุดขึ้นรถไฟด่วนหัวจรวดชินคันเซ็น ที่ข้ามเมืองไปยังโตเกียวทางด้านตะวันออกและไปทางเกียวโต โอซาก้า ยาวไปจนถึงฟุกุโอกะทางด้านตะวันตกและลงใต้ ทุกคนที่ต้องการเดินทางเข้า-ออกเมืองนี้ จะต้องมาเปลี่ยนรถที่สถานีกันเป็นส่วนใหญ่ 

สถานีรถไฟนาโกย่ายังเป็นจุดตั้งของห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงานและโรงแรมมาริออท ซึ่งเป็น 3 อาคาร 50 ชั้น ตั้งอยู่เหนือสถานีเลย ที่ชั้น 2 จนถึงชั้น 11 จะเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง Tokyu Hands และ Takashimaya ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเพลิดเพลินกับการจับจ่ายใช้สอยสินค้าเบ็ดเตล็ดและเสื้อผ้าของแบรนด์เนมได้ที่สถานีนี้เลย นอกจากนี้ ยังมีร้านหนังสือยักษ์ใหญ่และร้านเสื้อผ้า Uniqlo ชื่อดังอยู่ในตึกนี้ด้วย เลยชั้น 15 ขึ้นไปก็จะเป็นส่วนของโรงแรมมาริออท 1 ส่วนและเป็นอาคารออฟฟิศอีก 2 ส่วน ซึ่งที่ชั้น 52 ของอาคารโรงแรมมาริออทก็จะเป็น Sky Restaurant ที่เราสามารถขึ้นไปใช้บริการได้ เพื่อชมเมืองนาโกย่าในแบบ Night View พร้อมกับอาหารระดับ 5 ดาวที่นี่กัน 

ในส่วนของสถานีเอง ก็มีชานชลาทั้งหมด 16 สาย ซึ่งแต่ละสายก็เป็นรถไฟ JR ที่เดินทางไปสู่ตามเมืองต่างๆแตกต่างกัน รวมถึงรางรถไฟของรถไฟหัวจรวดชินคันเซ็นด้วย ส่วนทางใต้ดินก็จะมีเป็น unimall ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นทางเดินใต้ดินสำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ก็จะมีร้านขายของเบ็ดเตล็ดพร้อมร้านอาหารต่างๆมากมายตลอดทางเดิน และทางเข้าออกก็มีมากกว่า 16 ประตู ซึ่งถ้าเราไม่ออกให้ถูกประตูก็จะไปโผล่ออกมาจากตรงไหนของเมืองก็ไม่รู้ 

นาโกย่าเป็นอีกหนึ่งสถานีที่มีขนาดใหญ่และเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟหลายสาย ใครที่มาครั้งแรก อย่าลืมเช็คว่าเส้นทางสายรถไฟที่เราต้องการจะใช้อยู่ชานชาลาไหนและถ้าใช้บริการรถไฟใต้ดิน ก็อย่าลืมตรวจสอบแผนที่ในสถานีก่อนว่า จุดหมายปลายทางของเราตั้งอยู่ใกล้กับจุดประตูออกที่เท่าไหร่ 

ข้อมูลเพิ่มเติมท่องเที่ยวนาโกย่า คลิกเลย!

https://ohhotrip.com/13213/

Namba Station

มาถึงสถานีต่อไป สถานี Namba ที่เมืองโอซาก้า ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานีหลักรวมเส้นรถไฟสายสำคัญของเมืองทางด้านตะวันตก ทั้ง JR, Kintetsu, รถไฟใต้ดิน รถบัส และ Kansai airport express (Rapid) ก็เข้า-ออกที่นี่  เปรียบเสมือนประตูทางเข้าเมืองโอซาก้าด้านทิศใต้ที่สามารถเดินทางไปเมืองวาคายาม่าหรือนาราได้ ด้วยทางเชื่อมใต้ดินจากอาคารหลัก สามารถเดินไปถึงสถานีใต้ดิน Shinsaibashi ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งของโอซาก้าได้เลย

สถานีนี้ มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ชื่อว่า “Namba Park” เป็นศูนย์การค้าดีไซน์แนว Garden in the city มีทั้งหมด 9 ชั้น ประกอบด้วยร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังมากมายหลายชนิด ทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและนานาชาติ ซึ่งในส่วนของร้านอาหารเอง ก็มีหลายร้านที่ให้บริการเป็นแนวสไตล์ Terrence Outdoor เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของห้างนี้ นอกจากนี้ยังมีห้าง Namba City,  Namba Marui และ Osaka Takashimaya ตั้งอยู่ที่บริเวณสถานีด้วย 

เดินเลยมาอีกหน่อย ก็จะถึง Dotonburi ที่มีป้าย Gulico ชื่อดังและปูยักษ์ตัวใหญ่อยู่ที่หัวมุมถนน นักท่องเที่ยวทุกคน เมื่อมาที่โอซาก้าก็ต้องไปถ่ายรูปในบริเวณนี้ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งและของกินของโอซาก้าชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นทาโกยากิ หรือโอโคโนมิยากิร้านดังๆก็จะอยู่ที่นี่ทั้งนั้น จัดว่าเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แหล่งของกินและสวรรค์นักช็อปของโอซาก้าได้เลย 

โอซาก้ามีดีอะไร? คลิกเลย!
https://ohhotrip.com/14892/

Osaka-Umeda Station

อีกหนึ่งสถานที่ใหญ่ของจังหวัดโอซาก้าคือ สถานีและสถานีอุเมดะซึ่งอยู่ติดกัน ผู้ใช้บริการของรถไฟ JR จะมาขึ้นลงที่สถานีโอซาก้า แต่ผู้ที่ใช้รถไฟเส้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดินหรือรถไฟสายฮังคิว ก็จะมาใช้บริการที่สถานีรถไฟโอซาก้าอุเมดะ รวมๆแล้วมากกว่า 10 สาย ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อกันที่สถานีนี้ ซึ่ง 2 สถานีใหญ่นี้สามารถเดินเชื่อมไปถึงกันได้ทั้งใต้ดินและบนพื้น เป็นอีกหนึ่งจุดที่อาจจะทำให้เกิดการสับสนและหลงระหว่างการเปลี่ยนสายได้มากเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเชื่อมต่อรถบัสทุกเส้น ทั้งในตัวเมืองโอซาก้าเองและรถบัสที่วิ่งไปต่างจังหวัด ยกเว้นรถไฟด่วนชินคันเซ็นจะไปจอดที่สถานี Shin Osaka 

สถานีนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางธุรกิจของเมือง ซึ่งบริเวณโดยรอบสถานี ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง แบบที่ว่าเดินผ่านห้างนี้ทะลุห้างนั้นไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนกันเลย ไม่ว่าคุณจะต้องการซื้อของแบรนด์เนม ของเบ็ดเตล็ด ของฝาก อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่าง หาได้ครบที่สถานีนี้กันเลย นอกจากนี้ยังมีโรงแรม 5 ดาวอย่าง Hillon และโรงแรมอื่นๆอยู่บริเวณนี้อีก ตึก Sky Building Umeda ชื่อดัง ที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศนิยมขึ้นไปดูวิวบนดาดฟ้าของตึกก็ตั้งอยู่ที่สถานีนี้

ผู้ใช้บริการที่สถานีโอซาก้าอุเมดะ ควรหลีกเลี่ยงการใช้สถานีนี้ในเวลาเร่งด่วน ช่วงเช้าระหว่างเวลา 07:00 น ถึง 10:00 น และช่วงเย็นระหว่างเวลา 17:00 น ถึง 19:00 น เพราะจะมีผู้คนมากมายแบบนับไม่ถ้วน เลิกงานจากออฟฟิศบริเวณสถานีนี้ มารวมกับผู้ที่ใช้บริการเปลี่ยนรถไฟที่สถานีนี้กันอย่างหนาแน่น แบบเดินเบียดกันเลยทีเดียว 

เมื่อลงจากรถไฟให้สังเกตป้ายบอกทางให้ดีว่าจุดหมายปลายทางที่เราจะไปอยู่ที่ไหน เพราะป้ายเองก็มีเยอะมาก อาจจะทำให้เกิดการหลงทางในสถานีรถไฟได้อย่างง่ายดายที่นี่เลย 

Umeda sky building คืออะไร คลิกเลย !

https://ohhotrip.com/14251/

Shinjuku Station

เข้ามาในเมืองโตเกียวสถานีแรกที่อยากจะแนะนำให้ควรระวังหลงนั่นคือ สถานีใหญ่รถไฟชินจูกุ สถานีนี้เป็นหนึ่งในสถานี Hub ของโตเกียว ที่ประกอบด้วยรถไฟสายหลักต่างๆทุกสาย ทั้งรถไฟที่วิ่งในเมือง รถไฟที่วิ่งออกนอกเมือง และรถไฟใต้ดินหลายเส้น รวมถึงเส้นยามาโนเตะซึ่งวิ่งรอบเมืองโตเกียวและ Narita Express ที่วิ่งตรงสู่สนามบินนานาชาติ มีผู้คนมาใช้บริการโดยประมาณมากกว่า 3 ล้านคนต่อวัน เป็นหนึ่งในสถานีที่ยุ่งและใหญ่ที่สุดในโลก มีชานชลารวมทั้งของ JR และสายอื่นๆ ทั้งบนพื้นและใต้ดินประมาณ 53 ชานชลา และทั้งสถานีมีทางออกที่ซับซ้อนและมากกว่า 200 ทางออกสู่พื้นดิน 

สำหรับตัวสถานี JR หลักใหญ่ๆก็จะแบ่งทางออกแล้วแต่ละทิศ ทางออกทิศตะวันออก ทางออกทิศตะวันตก ทิศเหนือและทิศใต้ เพื่อให้ผู้บริการได้ไม่สับสนมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้บริการรถไฟใต้ดินของสถานีนี้ ก็ยังต้องมองหาป้ายนำทางไปสู่สถานที่ที่เราจะไป โดยอ้างอิงถึงเบอร์ทางออก ซึ่งจะเป็นตัวเลขประกอบกับตัวอักษร alphabet 

บริเวณโดยรอบของสถานีชินจูกุก็ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างเช่น Lumine ซึ่งมีทั้งด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศูนย์รวมของโรงแรมชื่อดังร้านค้าร้านอาหารโรงเรียนต่างๆและแน่นอนตึกอาคารสำนักงานจำนวนมากเรียงรายกันอยู่บริเวณโดยรอบสถานี หน้าประตูออกทางทิศตะวันออก ก็จะเป็นแหล่งช็อปปิ้ง ซึ่งจะมีร้านค้าดังๆ ตัวอย่างเช่น Uniqlo, Zara, United Arrow, Don Quijote และโรงภาพยนตร์ เดินจากสถานีใหญ่ไม่นานก็จะถึงสวนสาธารณะใหญ่ Shinjuku Gyoen National Garden ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งของเมือง และยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง ก็จะมีคนเป็นจำนวนไม่น้อย มาชมดอกซากุระที่สวนสาธารณะแห่งนี้ 

Shibuya Station

อีก 1 สถานีในเมืองโตเกียวที่มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่าสถานีชินจูกุเลย นั่นคือสถานีรถไฟชิบูย่า หนึ่งในเขตท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่ทุกคนต้องมา โดยเฉพาะสี่แยกที่ได้ชื่อว่าเป็นสี่แยกที่มีความ busy มากที่สุดในโลก  ที่สถานีนี้มีผู้ใช้บริการมากกว่า 2.4 ล้านคนต่อวัน ประกอบด้วยเส้นรถไฟสำคัญของเมืองทั้งใต้ดินและบนดินหลายสาย รวมถึงเส้นยามาโนเตะซึ่งวิ่งรอบเมืองโตเกียว และ Narita Express ที่วิ่งตรงสู่สนามบินนานาชาติ เช่นเดียวกันกับสถานีชินจูกุ 

อีกหนึ่งจุดเด่นของสถานีชิบูย่านั้นคือ อนุสรณ์สถาน Hachiko สุนัขที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ที่สุดในโลกในตำนาน ที่นั่งรอคอยเจ้าของของมันที่ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว กลับมาจากที่ทำงานเป็นเวลาหลายปี จนตัวเองสิ้นชีวิตลงนะจุดตรงนั้น ปัจจุบันใช้เป็นจุดนัดพบของคนที่มาใช้บริการที่สถานีชิบูย่านี้ 

สถานีชิบูย่ายังเป็นอีกหนึ่งสถานีที่มีเส้นรถไฟสำคัญที่วิ่งระหว่างชิบูย่ากับโยโกฮาม่า  รถไฟสาย Tokyu Toyoko Line เป็นหนึ่งในสายที่มีผู้คนใช้บริการมากที่สุดในการข้ามเมืองระหว่างโยโกฮาม่าและโตเกียว โดยวิ่งผ่านสถานีอิเคะบุคุโระทางด้านเหนือของเมือง รถไฟสายนี้ให้บริการแบบเร่งด่วนโดยจอดเฉพาะสถานีสำคัญทำให้เป็นที่นิยมแก่ผู้ที่เดินทางจากโยโกฮาม่าเข้ามาทำงานที่โตเกียว และสำหรับนักท่องเที่ยวก็เป็นเส้นทางที่สะดวกสบายในการไปเที่ยวเขตโยโกฮาม่า ที่มีไชน่าทาวน์เป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังของเมือง 

ทางออกของสถานี JR ชิบูย่าประกอบไปด้วย 4 ประตูออกหลักนั่นคือ ทางออกทางด้านทิศตะวันตก ทางออกทางด้านทิศตะวันออก ทางออกประตูฮาจิโกะ และทางออกประตูมิยามะสุดสักกะ ทั้งนี้ยังไม่รวมทางออกจากรถไฟใต้ดินและสายอื่นๆ รวมแล้วกว่า 25 ประตูทางออก ซึ่งผู้ใช้บริการจำเป็นต้องตรวจสอบประตูทางออกให้ชัดเจนหลังจากออกประตูรถไฟฟ้ามาแล้วเพื่อจะได้ไม่หลงเพราะโครงสร้างของสถานีนี้ตั้งแต่บนภาคพื้นจนถึงใต้ดินนั้น มีความลึกกว่า 3 ชั้นหลายเลยทีเดียว ทำให้เกิดความสับสนและหลงทางง่ายมาก 

รอบๆสถานีชิบูย่ามีทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนมองหา ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารนานาชนิดตั้งแต่ราคาถูกหลักร้อยเยนไปจนถึงร้านอาหารบนดาดฟ้าหรือภัตตาคารราคาหลายหมื่นเยน ร้านค้าแบรนด์ชื่อดังต่างๆไม่ว่าจะเป็น Zara ก็มีทั้งตึกให้คุณได้ช้อปปิ้งอย่างจุใจ มี Disney Store ขนาดใหญ่ทั้งตึก และแบรนด์ต่างๆชื่อดังไม่ว่าจะเป็น Adidas Uniqlo Nike และที่รู้จักอื่นๆอีกมากมาย เป็นศูนย์รวมของสวรรค์นักช็อปและนักกิน ในตอนกลางคืนก็จะเป็นสถานที่ที่ผู้คนมารวมตัวกันสังสรรค์เพราะมีร้านอาหารบาร์และคลับชื่อดังหลากหลายแห่งในบริเวณนี้ ถ้าจะให้ไม่หลงให้มองหาป้ายทางออกฮาจิโกะซึ่งจะนำคุณมาสู่หน้าสี่แยกชิบูย่าชื่อดัง

Shopping ที่ญี่ปุ่น พูดยังไง ? คลิกเลย!

https://ohhotrip.com/13951/

Tokyo Station

สุดท้ายมาถึงสถานีรถไฟที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีที่ Busy มากที่สุดในญี่ปุ่นนั้นคือสถานีหลักและสถานี Hub โตเกียว มีผู้ใช้บริการมากกว่า 3.59 ล้านคนต่อวันและได้รับการบันทึกเป็นสถานีรถไฟที่ยุ่งที่สุดในโลกโดยกินเนสบุ๊คเมื่อปี 2018 ด้วยขนาดของสถานีที่กว้างขวางมากจนครอบคลุมไปจนถึงพื้นที่ใน 2 เขตของเมืองทั้งมารูโนะอุจิทางทิศตะวันตกและยาเอซุทางทิศตะวันออก นอกจากจะเป็นจุดเปลี่ยนรถและศูนย์รวมของรถไฟทุกสายในเมืองโตเกียวแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของรถไฟหัวจรวดชินคันเซ็นที่เดินทางไปทั่วภูมิภาค โดยเฉลี่ยรายวันมีรถไฟเข้าออกมากกว่า 4,000 ขบวน ให้บริการทั้งหมด 53 ชานชลา และมีเส้นสายรถไฟกว่า 16 สายวิ่งเข้าออกสถานีนี้รวมรถไฟหัวจรวด รวมๆทางออกทั้งข้างบนข้างล่างซึ่งมีความซับซ้อนกว่า 200 ทางออก 

สถานีโตเกียวไม่ได้มีความซึ่งเรื่องขนาดอย่างเดียว แต่เป็นอีกหนึ่งจุดประวัติศาสตร์ที่สถานีนี้ได้ถูกดีไซน์โดยอาร์คิเทคเจอร์ชื่อดัง Tatsuno Kingo ตั้งแต่สมัยเมจิ ถึงแม้ว่าได้ก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปีค.ศ 1914 แต่หลังจาก 100 ปีกว่าๆผ่านไปเมื่อปี 2014 ก็ได้มีการรีโนเวทให้สถานีนี้อดทนต่อแรงแผ่นดินไหวมากขึ้น ซึ่งเราสามารถไปชมความสวยงามของสถานีโตเกียวดั้งเดิมในรูปแบบที่มีการบูรณะใหม่แล้วในปัจจุบันที่ตึกมารูโนะอุจิ สถานีโตเกียวยังเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นทางรถบัส JR Express และสายอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสามารถนำท่านไปสู่นอกเมืองทุกภูมิภาคตั้งแต่เหนือจดใต้ 

สถานีรถไฟโตเกียวไม่จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากนัก เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อหลักในการเดินทาง และเป็นอาคารสำนักงานในบริเวณโดยรอบสักส่วนใหญ่ บริเวณใกล้เคียงเดินไม่ถึง 10 นาทีจากสถานีรถไฟจากตึกมารุโนะอุจิ ก็จะมีเป็นปราสาทพระราชวังอิมพีเรียลที่เราสามารถไปเดินชมความสวยงามทางด้านประวัติศาสตร์แบบญี่ปุ่นกันได้ ไม่ไกลจากสถานีโตเกียว ก็จะถึงสถานีกินซ่า ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งระดับไฮโซ มีครบทุกร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลกและร้านอาหารระดับภัตตาคารสำหรับผู้ที่ชื่นชอบญี่ปุ่นสไตล์หรู

นั่งรถไฟให้ถูกที่ญี่ปุ่น คลิกเลย!

https://ohhotrip.com/13681/


เป็นยังไงกันบ้างแล้วครับ ? เมื่อเทียบกับสถานีรถไฟฟ้าบ้านเรา คนละเรื่องกันเลย

การคมนาคมในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความทันสมัยและขยายไปทั่วภูมิภาคต่างประเทศอย่างสะดวกสบาย ทำให้ต้องมีสถานีขนาดใหญ่เพื่อรองรับการใช้บริการของผู้คนจำนวนมาก 

สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราอาจจะสับสนและหลงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เพราะแต่ละสถานีที่ได้แนะนำไป ก็มีหลายชั้นทั้งบนดินและลึกลงไปถึงใต้ดิน รวมไปถึงทางเดินใต้ดินและทางเดินยกระดับที่ทะลุผ่านหลายๆจุดของเมือง 

ผมขอแนะนำให้ศึกษาทางออกจากแผนที่ที่สถานีนั้นๆไว้ก่อน ว่าเราควรจะออกเบอร์ทางออกหมายเลขอะไร เพราะแต่ละที่อาจจะอยู่กันคนละฟากของสถานีเลยก็ได้

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Ammer
Ammer
สวัสดีครับ ผมแอมเมอร์ ครับ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Nanzan University ที่ประเทศญี่ปุ่นและใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นกว่า 7 ปี อดีต เป็นพนักงานต้อนรับบนเรื่องบินและบินเส้นทางญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ทำให้มีความคุ้นเคยกับญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือจดใต้ ประเทศญี่ปุ่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ปัจจุบันทำงานเป็นให้กับบริษัทเอกชนชื่อดัง นอกเหนือจากงานเขียนบน OhHoTrip ยังมีผบงานเขียนหนังสือออนไลน์ เรียน"ญี่ปุ่น" ยังไงให้รอด และช่อง Youtube เกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ถ้าชอบ Blog ที่ผมเขียน ช่วยกด LIKE กดแชร์ด้วยนะครับ :) https://www.youtube.com/c/Ammerkongtangjitt-japan
RELATED POST
Ghibli_museum4
ที่เที่ยวสนุกในญี่ปุ่น

คู่มือเที่ยว “พิพิธภัณฑ์จิบลิมิทากะโนะโมริ GHIBLI MUSEUM” ฉบับสมบูรณ์

สำหรับสาวกสตูดิโอจิบลิเจ้าของผลงานอนิเมชันอันโด่งดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็ … 20/05/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวสนุกในญี่ปุ่น

ฤดูฝนกับดอกอาจิไซ

ในบทความแรก เราเคยพาทุกคนไปพบกับทุ่งดอกอาจิไซแห่งเมืองสึ ที่จังหวัดมิเอะ ในครั้งนี้จะขอพา … 19/03/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
theme-park-ss
ที่เที่ยวสนุกในญี่ปุ่น

10 อันดับ รถไฟเหาะสุดเสียวในญี่ปุ่น

สวัสดีค่า! เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทุกคนชอบไปเที่ยวแบบไหนกันบ้างเอ่ย? กินบ … 18/07/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
P7253049-18781c5a
ที่เที่ยวสนุกในญี่ปุ่น

ศาลเจ้าคิบุเนะยามหน้าร้อนกับคำอธิษฐานในวันทานาบาตะ

วันที่ 7เดือน7ของทุกปีในประเทศญี่ปุ่นจะจัดงานเทศกาลทานาบาตะ (七夕祭)เทศกา … 10/10/2022
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวสนุกในญี่ปุ่น

แนะนำ Pavilion น่าเข้าในงาน Expo 2025

เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้วสำหรับงาน Expo 2025 ที่จะเริ่มเปิดให้เข้าช … 20/01/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวสนุกในญี่ปุ่น

อควาเรียมแห่งเมืองเกียวโตที่แปลกไม่เหมือนใคร - Kyoto Aquarium -

อควาเรียมหรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคันไซคงจะหนีไม่ … 04/10/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

OhHotrip.com icon
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.