ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เที่ยวไหนดีที่โทโฮคุ…Favorite Places in Tohoku

เที่ยวไหนดีที่โทโฮคุ…Favorite Places in Tohoku

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู (Honshu) ครอบคลุมพื้นที่ของ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอะโอะโมริ (Aomori), จังหวัดอิวาเตะ (Iwate), จังหวัดอะคิตะ (Akita), จังหวัดมิยางิ (Miyagi), จังหวัดยามางาตะ (Yamagata) และจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima)

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง ขนาบ 2 ด้าน ด้วยทะเลญี่ปุ่นและมหาสมุทรแปซิฟิก มีประชากรรวมประมาณ 9 ล้านคน ในอดีตนั้นยากต่อการเข้าถึงเนื่องจากเป็นเทือกเขาขรุขระและถนนหนทางคับแคบ และด้วยสภาพภูมิอากาศในฤดูหนาวที่โหดร้าย ทำให้เกิดตำนานเล่าขานมากมาย

ในปัจจุบัน “โทโฮคุ” ยังคงมีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะเป็นดินแดนแห่งความสดชื่นละลานตาไปด้วยสีสันสดใสของแมกไม้ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ “โทโฮคุ” เป็นพื้นที่ที่สามารถอนุรักษ์วิถีชีวิตตามขนบประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้ได้อย่างเหนียวแน่นมากที่สุดในญี่ปุ่น แม้จะมีอารยธรรมและความเจริญมากมายหลั่งไหลเข้ามาก็ตาม

(ที่มาข้อมูล: https://th.wikipedia.org/wiki/โทโฮกุ)

———- ♦ ———-

การเดินทาง

(Access Tohoku)

2.1. การเดินทางจากเมืองไทยสู่โทโฮคุ – ใช้วิธีบินจากกรุงเทพฯไปยังโตเกียว จากนั้นนั่งรถไฟชินคันเซ็นวิ่งเชื่อมไปยังแต่ละจังหวัดในโทโฮคุ โดย:

- รถไฟ: นั่งรถไฟ Tohoku Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปลง Shin-Aomori ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

- เครื่องบิน: จากสนามบินฮาเนดะ ไปยัง สนามบินอะโอะโมริ ใช้เวลาประมาณ 1.20 ชม. / สนามบินฮาเนดะ ไปยัง สนามบินมิสะวะ (ชิน โอซาก้า) ใช้เวลาประมาณ 1.20 ชม.

- รถบัสด่วน: จากโตเกียว ไปยังสถานีอะโอะโมริ ใช้เวลาประมาณ 9.30 ชม.

2.2. การเดินทางภายในโทโฮคุ – เนื่องจากมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 6 จังหวัด การจะเดินทางให้ได้รอบๆนั้น สำคัญคือต้องปักหมุดจุดเริ่มต้นและสถานที่ที่จะไปก่อน จากนั้นจึงแพลนการเดินทาง โดยสามารถเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมกับพื้นที่เป้าหมาย หรือจะเช่ารถก็ได้

———- ♦ ———-

เที่ยวอะไรดีที่โทโฮคุ

(Favorite Places to Visit in Tohoku)

 

1. เทือกเขาชิระคะมิ (Shirakami Sanchi), จังหวัดอะโอะโมริ

ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอะโอะโมริถึงจังหวัดอะคิตะ เป็นป่าบีขดงดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลกบนเนื้อที่ 170 ตารางกิโลเมตร มีจุดไฮไลท์อยู่ที่ “เส้นทางเดินเล่น 12 ทะเลสาบจูนิ” (Lake Juniko) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ริมทะเลสาบจูนิที่ประกอบด้วยสระน้ำสีน้ำเงินบริสุทธิ์ 12 สระ โดยเฉพาะบริเวณสระอะโอะอิเคะ ที่งดงามราวกับมีมนต์สะกดจนไม่อาจละสายตาไปง่ายๆ

นอกจากนี้ยังมี “ศูนย์สินค้าป่าเคียวโรโระ” ที่ให้แวะซื้อของฝากกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

การเดินทาง: จากรถไฟ JR สถานี Hirosaki ในเมืองอะโอะโมริ นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Tashiro ใช้เวลา 55 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 6 นาที ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทือกเขาชิระคะมิ หรือ นั่งรถยนต์ (แท็กซี่หรือเช่า) ประมาณ 40 นาที ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทือกเขาชิระคะมิ

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.experience-shirakami.com/

++++++++++

2. นิวโตะ ออนเซ็น (Nyuto Onzen), จังหวัดอะคิตะ

แหล่งรวมเรียวกังออนเซ็นลึกลับที่ดีที่สุดและเรียบง่ายที่สุด ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาทางตะวันออกของอะคิตะ มีเรียวกังพร้อมออนเซ็นให้บริการ 7 แห่ง ที่แตกต่างกัน;

  • Tsurunoyu Onzen: น้ำพุร้อนสีขาวขุ่นกับที่พักหลังคามุงจากที่แทบหาไม่ได้จากที่ไหนมาก่อน
  • Taenoyu Onzen: ส่วนผสมของบ่อออนเซ็นกลางแจ้งริมลำธารบวกกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นยุคใหม่
  • Ogama Onzen: เรียวกังแบบไม้สไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ให้คุณซึมซับอดีตอย่างเต็มที่
  • Kuroyu Onzen: น้ำพุร้อนธรรมชาติไหลผ่านท่อนซุงสู่บ่อแช่กลางแจ้ง ให้กลิ่นอายของวันวาน
  • Ganiba Onzen: แช่น้ำพุร้อนท่ามกลางป่าดงดิบ ดื่มด่ำความอบอุ่นแบบส่วนตัวในสถานที่ไร้ร้างผู้คน
  • Magoroku Onzen: บ่อน้ำพุร้อนผสมสมุนไพรจากต้นน้ำ 4 แห่งในภูเขาเวิ้งว้าง
  • Kyukamura Nyuto Onzen: เรียวกังแบบโมเดิร์นกับบ่ออนเซ็นล้อมรอบด้วยบีชญี่ปุ่น

โดยน้ำพุร้อนที่นิวโตะทั้ง 7 แห่ง ไหลมาจากต้นน้ำที่แตกต่างกัน มีสีสันและกลิ่นไอที่โดดเด่นเฉพาะตัว มีสรรพคุณเรื่องสมานแผลและดูและผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง

การเดินทาง: จากโตเกียว นั่งรถไฟ Shinkansen มาลงที่สถานี Tazawako (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) จากนั้นนั่งรถบัส Uko Kotsu ไปลงที่ป้ายสุดท้าย Nyuto Ganiba Onzen (ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://ryokan.glocal-promotion.com/

++++++++++

3. เทศกาลโยโกเตะคามะคุระ (Yokote Snow Festival), จังหวัดอะคิตะ

โยโกเตะ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีหิมะตกมากที่สุดในญี่ปุ่น และในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลหิมะโดยสร้างกระท่อมหิมะ หรือ คามะคุระ กว่า 100 หลัง ที่มีหน้าตาคล้าย Igloo บ้านของคนแถบขั้วโลก ซึ่งจะมีการจุดเทียนเล็กๆประดับทั้งภายในกระท่อมและตามทางเดินหลายร้อยอัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมความงามของแสงเทียนที่ตกกระทบเกล็ดหิมะ และยังสามารถเข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่มร้อนๆในกระท่อมได้ด้วย

การเดินทาง: จากโตเกียว นั่งรถไฟ Akita Shinkansen มาลงที่สถานี Omagari จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟ JR Ou Main Line เพียงหนึ่งสถานีมาลงที่ Yokote

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.japan.travel/en/destinations/tohoku/akita/yokote-and-around

++++++++++

4. ทะเลสาบอินะวะชิโระ (Inawashiro/Bandai), จังหวัดฟุคุชิมะ

ตั้งอยู่แทบจะเรียกว่าใจกลางฟุคุชิมะเลยก็ว่าได้ เป็นทะเลสาบพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 100 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นคือสายน้ำที่ใสราวกับกระจก จนถูกเรียกอีกชื่อว่า “เทนเคียวโกะ” แปลว่า ทะเลสาบที่ใสจนสะท้อนเห็นท้องฟ้า (Heavenly Mirror Lake)

ริมทะเลสาบมีทัศนียภาพที่สวยงามและมีกิจกรรมให้ทำมากมาย แตกต่างกันไปตามฤดูกาล เช่น ตั้งแคมป์ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ชมซากุระริมทะเลสาบในฤดูใบไม้ผลิ หรือ ดูภาพฝูงหงส์ที่อพยพมาในฤดูหนาว ฯลฯ เรียกได้ว่ามีเสน่ห์จับใจชวนให้ค้นหาได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงกลางฤดูหนาวจะมี “ละอองน้ำแข็ง” ที่เกิดจากน้ำในทะเลสาบถูกลมพัดไปจับตามต้นไม้และเกิดกาแข็งตัวเป็นรูปทรงต่างๆ

การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวเพียง 2 ชม.++ โดยสามารถใช้บริการได้ทั้งรถไฟ รถบัสด่วน หรือเช่ารถก็ได้ ซึ่งการเดินทางโดยรถไฟโดยใช้บริการรถ Ban-etsu West Line จากสถานี JR Niigata ไปยัง JR Aizuwakamatsu จากนั้นนั่งต่อไปยัง JR Inawashiro ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 2 ชม.45 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://bandaisan.or.jp/ib/en/

++++++++++

5. ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Park / Hirosaki Castle), จังหวัดอะโอะโมริ

เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวดอกซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในสวนฮิโรซากิ (สวนโอโย) เดิมเคยเป็นปราสาท 5 ชั้น ที่งดงามโดดเด่นในหมู่ปราสาททางตอนเหนือที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ก่อนจะถูกสายฟ้าฟาดจนเกิดเพลิงไหม้และได้รับการปฏิสังขรณ์ในเวลาต่อมา

ปราสาทฮิโรซากิได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น ด้วยสถาปัตยกรรมของตัวปราสาทและภูมิทัศน์ที่ถูกจัดแต่งอย่างงดงามในสวนขนาดใหญ่อันมีสะพานเกะโจสีแดงเป็นไฮไลท์สำคัญ สะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรมในอดีตได้อย่างแจ่มชัดราวกับพึงเราย้อนไปในสมัยเอโดะเลยทีเดียว

ราวๆเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่นี่จะมี “เทศกาลซากุระฮิโรซากิ” เป็นเทศกาลชมดอกซากุระและดอกไม้อื่นๆที่แข่งกันผลิดอกออกใบงดงามไปทั่วทั้งสวน ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ปีละหลายล้านคน (แต่ปีนี้ต้องยกเว้นนิดนึง)

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ JR Hirosaki นั่งรถบัสไปลงที่ป้ายหน้าที่ว่าการอำเภอ จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.hirosakipark.jp/en/

++++++++++

6. ชายหาดโจโดะงาฮามะ (Jodogahama Beach), จังหวัดอิวาเตะ

มีอีกชื่อเรียกคือ “ชายหาดแห่งดินแดนบริสุทธิ์” เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงอย่างมากเรื่องมัศนียภาพที่งดงามริมชายฝั่งริคุชุ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซันริฟุคโค ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินสำคัญของญี่ปุ่น และได้รับการยกย่องว่าเปรียบดั่งภาพฝันในแดนสุขาวด

ชายหาดโจโดะงาฮามะ ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ชายหาดที่เหมาะแก่การเล่นน้ำที่สุดในญี่ปุ่น” และ “100 Scent of Japan” ด้วยน้ำทะเลสีใสกับคลื่นลมที่เงียบสงบ ทำให้ชายหาดแห่งนี้เป็นที่นิยมเรื่องกิจกรรมทางน้ำ ทั้งการเล่นน้ำ ดำน้ำ ล่องเรือให้อาหารนกนางนวล หรือนั่งเรือทัวร์ไปยังเกาะในละแวกเพื่อถ่ายรูปสวยๆ ฯลฯ

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ JR Morioka นั่งรถบัสด่วน สาย 106 (ปลายทาง Miyako/Yamada) ไปลงที่ป้าย Miyako ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.10 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://visitiwate.com/article/4697

++++++++++

7. ปล่องภูเขาไฟโอกามะ (Okama Crater), จังหวัดมิยางิ

ภูเขาซาโอะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ปะทุ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดมิยางิและจังหวัดยามางาตะ มี “ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟโอกามะ” เป็นสัญลักษณ์อันมีชื่อเสียงของพื้นที่ไม่แพ้ “ปีศาจน้ำแข็งซาโอะ” เลยทีเดียว

ปล่องภูเขาไฟโอกามะ มีอีกชื่อเรียกว่า “โกชิกินุมะ” แปลว่า “บ่อห้าสี” เพราะสีของน้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนสีตามแสงอาทิตย์ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละจุดที่แสงตกกระทบ ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันงดงามที่รังสรรค์โดยธรรมชาติอย่างแท้จริง

แต่ถึงแม้จะมีสภาพธรรมชาติและภูมิประเทศที่งดงาม แต่ด้วยความที่น้ำเป็นกรดสูงทำให้ไม่มีสิ่งชีวิตอาศัยในน้ำทะเลสาบได้เลย

การเดินทาง: นั่งรถบัสประมาณ 90 นาที จากสถานี Shiroishi และ Shiroishi-Zao หรือนั่ง Shuttle Bus จากป้ายหน้า Kaminoyama Onzen ประมาณ 60 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://visitmiyagi.com/

++++++++++

8. ปีศาจน้ำแข็งที่ภูเขาซาโอะ (Snow Monsters in Zao), จังหวัดยามางาตะ

พูดถึง “ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟโอกามะ” ไปแล้ว จะขาด “ปีศาจน้ำแข็งซาโอะ” (Juhyo) ความงามทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน แถมอยู่ในละแวกเดียวกันอีกต่างหาก

“ปีศาจน้ำแข็งแห่งซาโอะ” หรือ “ป่าหิมะซาโอะ” นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในระดับหาดูได้ยากอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ผลงานของธรรมชาติอันเกิดจากหิมะน้ำแข็งปกลุมต้นไม้น้อยใหญ่บนภูเขาจนแข็งตัวเกิดเป็นรูปทรงคล้ายสัตว์ประหลาดตามแต่จะจินตนาการ ปรากฏให้เห็นชัดเจนที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในบริเวณสถานีจะมีจุดให้บริการกระเช้าไฟฟ้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเล่นสกีและที่ตั้งใจมาดูปรากฏการณ์ทางธรรมชาติโดยเฉพาะในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนก็จะมีการเปิดไฟแสงสีเพิ่มความสวยงามอีกด้วย

การเดินทาง: จากโตเกียว นั่งรถไฟ JR Yamakata Shinkansen มาลงที่สถานี Yamakata จากนั้นนั่งรถบัสตรงมาที่ Zao Onzen ใช้เวลารวมประมาณ 3 ชม. 10 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://zaoropeway.co.jp/en/

++++++++++

9. โกดังเคียวโซโกะ (Sankyo Soko Storehouse), จังหวัดยามางาตะ

สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1893 ปละยังคงถูกใช้เป็นโกดังเก็บข้าวอยู่ในปัจจุบัน เป็นโกดังหลังคา 2 ชั้น เพื่อกันความร้อน และมีการปลูกต้นเซลโควาที่ด้านหลังเพื่อบังแดดและลมแรง แม้ในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแต่ที่นี่ยังคงใช้ระบบเก็บรักษาข้าวแบบสมัยก่อนและได้ผลเป็นอย่างดี

ด้านหน้าของโกดังจะอยู่ติดท่าเทียบเรือริมแม่น้ำโมะกะมิ ช่วยให้สะดวกในการขนส่งทางน้ำ ภายในบริเวณจะเป็นโกดังไม้ย้อนยุคตั้งเรียงรายไปจนสุดทาง ใกล้ๆกันจะมีร้านขายของที่ระลึกและมุมกินดื่มสุรารสชาติดั้งเดิมคอยให้บริการ ให้บรรยากาศเรทโทรในยุคศตวรรษ 18-19 ได้อย่างแนบเนียน

การเดินทาง: นั่งรถ Run-Run Bus จากสถานีรถไฟ JR Sakata ลงที่ป้าย Sankyo Soko-mae ใช้เวลาประมาณ 8 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.tohokukanko.jp/en/attractions/detail_1332.html

++++++++++

10. หมู่บ้านโออิจิจุคุ (Ouchijuku Village), จังหวัดฟุคุชิมะ

สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็นเมืองพักแรมของนักเดินทาง ได้รับเลิอกให้เป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมพื้นบ้านสำคัญของญี่ปุ่น ด้วยบ้านเรือหลังคามุงจากตั้งเรียงรายตาม 2 ฟากฝั่งถนน บวกกับการจัดพื้นที่เพื่อแสดงให้เห็นการใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านสมัยโบราณ ทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในยุคเอโดะจริงๆเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ที่หมู่บ้านโออิจิจุคุ ยังมีศาลเจ้าทาคาคุระ ซึ่งเป็นศาลเจ้าประจำหมู่บ้านที่มีประตูโทริอิเป็นจุดผ่านทางเพื่อให้คุณเดินขึ้นบันได้ไปยังเนินเตี้ยๆเพื่อสักการะบูชาเพื่อเป็นมงคลกับชีวิต

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://ouchi-juku.com/detail/622/index.html

++++++++++

11. อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay), จังหวัดมิยางิ

“มัตสึชิมะ” เป็นคำที่สื่อถึงความงามและความปรารถนา ดินแดนลึกลับที่กล่าวกันว่าดุจดั่งสรวงสวรรค์

แน่นอนว่าอ่าวมัตสึชิมะขึ้นชื่อในเรื่องของภูมิทัศน์อันมีมนต์ขลัง และเป็นหนึ่งในสามจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ร่วมกับ “อามาโนะฮาชิดาเตะ” ของเกียวโต และ “มิยาจิมะ” ที่ฮิโรชิม่า โดยอ่าวมัตสึชิมะมีเกาะน้อยใหญ่กว่า 260 เกาะ มีไฮไลท์ที่เรียกว่า “สี่จุดชมวิว” จากภูเขาทั้ง 4 ลูก ได้แก่

  • วิวสง่างาม โอทากาโมริ
  • วิวสวยงาม โทมิยามะ
  • วิวน่าประทับใจ ทามนซัง
  • วิวน่าหลงใหล โอกิดานิ

ซึ่งจุดชมวิวแต่ละจุดล้วนมีสเน่ห์เฉพาะตัวที่น่าค้นหา โดยเฉพาะยามอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ภาพท้องน้ำระยิบระยับตัดกับแสงสีทองโดยมีหมอกยามเย็นปกคลุมตามเกาะน้อยใหญ่ ก่อนจะค่อยๆหลีกทางให้แสงจันทร์ส่องสว่างขึ้นมาแทนที่ เหล่านี้ล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่มาเที่ยวชมได้อย่างยิ่งยวด

การเดินทาง: นั่งรถไฟ Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปลงที่สถานี Sendai

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.town.miyagi-matsushima.lg.jp/

++++++++++

12. หุบเขาเกอิบิเคอิ (Geibi Gorge), จังหวัดอิวาเตะ

หุบเขาเกอิบิเคอิ ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดอิวาเตะ ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นอนุสาวรีย์ทางธรรมชาติ และเป็นหนึ่งในร้อยจุดที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น

การล่องเรือที่เกอิบิเคอิ เป็นเสน่ห์ที่มีมายาวนานนับร้อยปี โดยเป็นเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ให้บริการล่องเรือโดยใช้ไม้พายถ่อเรือแค่อันเดียวทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งคนพายจะร้องเพลง “เกอิบิโอะอิวะเคะ” ขับขานคลอเคล้าไปกับเสียงเอื่อยๆของลำน้ำสะกดให้คุณต้องหลงใหล โดยคุณสามารถล่องเรือไปพร้อมกับน้องหมาน้องแมวได้ด้วย นอกจากนั้นยังมีการเสิร์ฟอาหารจานพิเศษบนเรือให้คุณได้สัมผัสรสชาติแสนอร่อยระหว่างชื่นชมธรรมชาติจนอิ่มใจ

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Ofunato มาลงที่สถานี Geibikei จากนั้นเดินต่อเพียง 5 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.geibikei.co.jp/th/

++++++++++ END ++++++++++

by PokSafin

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
RELATED POST
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เดินเล่นชมซากุระริมแม่น้ำโอโตะ ณ เมืองฮิกาชิโอคะซากิ จังหวัดไอจิ

ตอนนี้ดอกซากุระที่ญี่ปุ่นกำลังบานสะพรั่งออกดอกงดงามเลยทีเดียวค่ะ ส่วน … 23/03/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าแก่การเดินทาง Mone no ike “ภาพวาดที่มีชีวิต” จังหวัดกิฟุ

เราจะพาทุกคนมารู้จักกับสระน้ํานิรนาม สระน้ำไร้ชื่อ (หรือที่เรียกกันทั … 20/12/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
Imai cho อิไมโจ จังหวัดนารา
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

ย้อนเวลาไปสมัยเอโดะที่ ‘อิไมโจ’ (Imai-cho) เมืองโบราณที่ยังมีลมหายใจแห่งนารา | คู่มือเที่ยวฉบับสมบูรณ์

เมื่อพูดถึงจังหวัดนารา (Nara) หลายคนคงนึกถึงภาพสวนกวางสุดน่ารักและพระ … 31/12/2025
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

เดินเขาหน้าร้อนไหว้พระใหญ่ นิฮงเดระ เสริมดวงเฮง. ตบท้ายที่ถ่ายรูปสุดว้าวริมทะเลฮาราโอกะ จังหวัดจิบะ

สวัสดีค่ะเรายังคงอยู่กันในทริปหน้าร้อนอีกแล้ว ถถถถถ. ผู้เขียนเองก็ไม่ร … 19/11/2021
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

บินตรงจากไทยไปเมืองไหนในญี่ปุ่นบ้าง

ประเทศญี่ปุ่นยังคงยืนเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยทุกคน รอวันที่ประเทศจะเ … 08/06/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
OhhoTrip_ZA_Cover
ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

4 โลกน่ารักของคนรักสัตว์ ในญี่ปุ่น

รู้หรือไม่? ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีจำนวนสวนสัตว์และพิพิธสั … 27/09/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

OhHotrip.com icon
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.