ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

สมัครงานในประทเศญี่ปุ่นยังไง?

หัวข้อที่เกี่ยว
สมัครงานในประทเศญี่ปุ่นยังไง?

ประเทศญี่ปุ่นเปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในตำแหน่งต่างๆมากขึ้นและหลายบริษัทเองก็เริ่มมีนโยบายการใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาในบริษัท เป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในบริษัทในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นและอยากจะหาประสบการณ์ในการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น? หรือถ้าคุณมีความสนใจในวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น อยากที่จะเรียนรู้ภาษาและหาประสบการณ์ในการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นในอนาคต ? บทความนี้จะช่วยให้คุณมีไอเดียมากขึ้นว่าการหางานในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ความสามารถทางภาษา

ก่อนอื่นแน่นอน เรื่องภาษามาก่อนถ้าคิดจะมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น บริษัทส่วนใหญ่จะรับผู้ที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N2-1 เข้าทำงาน แต่อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทตัวอย่างเช่น Rakuten ได้เริ่มใช้นโยบาย “ภาษาอังกฤษในบริษัท” ทำให้ชาวต่างชาติที่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นน้อยได้มีโอกาสทำงานในบริษัทใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นได้

อุตสาหกรรมไอทีหลายที่ก็ไม่ได้ระบุว่าต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นในการเข้าทำงาน ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้คนที่มีประสบการณ์ด้านไอทีก็จะมีโอกาสได้รับงานจากบริษัทญี่ปุ่นในตำแหน่งต่างๆโดยใช้ภาษาอังกฤษในการทํางานและถ้าโชคดีทางบริษัทก็จะให้เรียนภาษาญี่ปุ่นฟรีด้วยต่างหาก

แน่นอนในเรื่องของภาษาอังกฤษนั้น ประเทศญี่ปุ่นใช้ผลสอบ Toeic เป็นการวัดระดับในการคัดเลือกเข้าทำงานซึ่งบริษัทชั้นนำต่างๆกำหนดคะแนนไว้กว่า 700 ขึ้นไปเป็นหนึ่งในคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครเข้าทำงาน

การหางานพิเศษ

Website

วิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มหางานพิเศษหรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Arubaito นั่นคือจากเว็บไซต์หางานพิเศษต่างๆตัวอย่างเช่น Townwork หรือ MyNavibaito ทั้ง 2 เว็บไซต์นี้มีตัวเลือกงานพิเศษต่างๆมากมายในแต่ละเขตพื้นที่ เราสามารถกำหนดจังหวัดและเขตพื้นที่ที่เราอยากจะทำงานได้ด้วย

ในเว็บไซต์ ก็มีข้อจำกัดหลายอย่างที่เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ต่อชั่วโมง ประสบการณ์การทํางาน ประเภทงานต่างๆเป็นต้น การลงทะเบียนก็ไม่ยากและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆในการใช้บริการของเว็บไซต์เหล่านี้

เราสามารถกรอกข้อมูลต่างๆลงในเว็บไซต์เพื่อสร้างเป็นใบประวัติได้เลยและเมื่อเราคลิกสมัครงานกับบริษัทใดๆ ข้อมูลต่างๆก็จะส่งให้กับนายจ้างโดยตรงเลยเพื่อเป็นการพิจารณาเข้ามาสัมภาษณ์ในขั้นต่อไป บริษัทใหญ่ๆก็จะใช้บริการของเว็บไซต์เหล่านี้ในการหาพนักงานมาทำงาน

การทำ Arubaito หรืองานพิเศษนั้นเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนญี่ปุ่นและนักเรียนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่นทุกคน เนื่องจากมีรายได้ต่อชั่วโมงสูงสุดถึง 1,500 เยน และเป็นงานที่ง่ายไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มากก็สามารถเริ่มต้นทำงานได้เลย งานที่ร้านอาหารก็ให้ค่าชั่วโมงสูงถึง 1,000 เยน

รูปภาพจาก https://townwork.net/tokyo/

รูปภาพจาก https://baito.mynavi.jp/

Walk in

ร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารต่างๆมักจะแปะป้ายรับประกาศสมัครพนักงาน Arubaito อยู่ตลอดเวลา เราสามารถเห็นได้ตามหน้าร้านทุกแห่งพร้อมกับรายได้ต่อชั่วโมงที่จะได้รับ วิธีสมัครก็ง่ายๆคือแค่กรอกใบประวัติหรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Rirekisho (履歴書) ซึ่งหาซื้อแบบสำเร็จรูปได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป หลังจากนั้นก็แค่ไปหาถ่ายรูปตามตู้ที่สถานีรถไฟต่างๆเพื่อนำมาติดบนใบสมัคร

จากนั้นก็ติดต่อกับทางที่ร้านนั้นโดยแค่เดินเข้าไปได้เลย ทางร้านก็จะติดต่อเพื่อให้กลับมาสัมภาษณ์ในวันถัดไป หรือถ้าโชคดีผู้จัดการร้านอยู่เวลานั้น เราก็จะได้รับการสัมภาษณ์เลยทันที

วิธีนี้เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการหางานในร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อหรือคาเฟ่ต่างๆ แม้แต่ Starbucks เราก็สามารถเดินเข้าไปสมัครได้เลยถ้าทางร้านมีประกาศรับสมัครพนักงาน

รูปภาพจาก https://ginoza24lawson.ti-da.net/e4126482.html

รูปภาพจาก https://job-list.net/jobs/319370

การหางานประจำ

รูปภาพจาก https://limo.media/articles/-/5595

การหางานประจำในประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่ว่าจะเปิดอยู่ตลอดเวลาทั้งปี นักศึกษาจบใหม่จะเริ่มหางานกันในช่วงปี 3 ของการศึกษาในมหาวิทยาลัยในเดือนมีนาคมซึ่งเป็นเดือนที่ทางเว็บไซต์หางานจะเปิดให้ทุกคนลงทะเบียน แต่การคัดเลือกและการสัมภาษณ์จะเริ่มที่เดือนมิถุนายนในปีนั้นซึ่งจะใช้เวลาในการหางานทั้งหมดเกือบปี โดยมีขึ้นตอนคร่าวๆดังนี้

MyNavi & Riku Navi

ก่อนอื่นเลยการหางานที่ประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มที่การลงทะเบียนข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเองรวมถึงประวัติการทำงานและการศึกษาลงในเว็บไซต์หางานของประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทส่วนใหญ่จะใช้เว็บไซต์ MyNavi และ Riku Navi เป็นหลัก ทั้งสองเว็บไซต์นี้จะจัดทำหน้าเวปสำหรับนักศึกษาจบใหม่ในแต่ละปีโดยเฉพาะเลย (ตัวอย่างตามรูปด้านล่าง)

ซึ่งในเว็บไซต์ทั้งสองนี้ก็จะมีประกาศการรับสมัครของบริษัทต่างๆโดยให้เราเข้าไปคลิกดูข้อมูลและกดลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป เราสามารถกดลงทะเบียนกี่บริษัทก็ได้ตามความสนใจของเรา ช่วงฤดูหางานคนญี่ปุ่นหลายคนก็กดลงทะเบียนเป็น 100 บริษัทเลย!

เว็บไซต์เราสามารถใส่ filter เพื่อคัดกรองบริษัทในความสนใจของเรา เงินเดือนที่อยากได้ สถานที่ทำงานหรือแม้แต่ บริษัทที่มีพนักงานต่างชาติทำอยู่แล้ว  ขั้นตอนนี้จะไม่มีการคัดเลือกใดๆเป็นแค่การลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลในการคัดเลือกผู้สมัครขั้นตอนต่อไป

รูปภาพจาก https://job.mynavi.jp/21/pc/corpinfo/displayCorpSearch/index?tab=corp

รูปภาพจาก https://job.rikunabi.com/2021/?vos=r21prO054

การไปงานสัมนา

รูปภาพจาก https://www.flickr.com/photos/keiwacollege/27411523065/

ต่อมาบริษัทก็จะส่งลิงค์ให้ผู้สมัครเข้าไปเลือกวันและเวลาของงานสัมมนาที่ทางบริษัทได้จัดขึ้นเพื่อให้ข้อมูลในการสมัครงานเข้าบริษัทและขั้นตอนการคัดเลือกต่างๆ ที่งานสัมนานี้เราจะได้รู้ถึงประวัติและลักษณะธุรกิจของบริษัทได้มากขึ้น หลายบริษัทจะเชิญพนักงานมาพูดแชร์ประสบการณ์การทำงานกับบริษัทนั้นๆและรับตอบคำถามจากผู้สมัครทุกคน ทำให้ผู้สมัครได้เข้าใจถึงบริษัทได้มากขึ้น

แน่นอน ผู้สมัครต้องไปร่วมงานสัมมนาเพื่อแสดงความสนใจในการเข้าทำงานของบริษัทนั้น รวมถึงรวบรวมข้อมูลต่างๆในการตัดสินใจในภายหลังว่าจะเข้าสู้ขึ้นตอนต่อไปหรือไม่

งานสัมนาอาจมีจัดขึ้นตามสถานศึกษา มหาวิทยาลัยก็ได้หรือบางที่จะจัดตามโรงแรมหรือศูนย์ประชุมต่างๆ ทุกๆปีคนญี่ปุ่นเองก็จะไปเข้าร่วมให้มากที่สุดเพื่อหาบริษัทที่เข้ากับสิ่งที่ตัวเองมองหา ทางเวปไซต์หางานต่างๆก็มีการจัดงานสัมนากลุ่มซึ่งจะรวบรวมบริษัทชั้นนำทั่วประเทศมานำเสนอกันทีเดียว แนะนำให้ไปงานประเภทนี้จะได้มีโอกาสเรียนรู้หลายบริษัทในวันเดียว

การสอบข้อเขียน

รูปภาพจาก https://gakumado.mynavi.jp/style/articles/26168

การคัดเลือกรอบแรกคือการสอบข้อเขียนซึ่งแต่บริษัทก็จะมีนโยบายที่แตกต่างกันไป หลายบริษัทจะใช้ผลคะแนนสอบ SPI หรือการสอบวัดความสามารถและทักษะในการคิด คำนวณ วิเคราะห์และทักษะทางภาษาทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษซึ่งมีการจัดสอบทุกที่เป็นศูนย์กลางสอบ ส่วนตัวแล้ว SPI นั้นยากครับ คนญี่ปุ่นเองยังต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวเลย เราสามารถหาหนังสือติวสอบนี้ได้ตามร้านหนังสือทั่วไปในประเทศญี่ปุ่นเพื่อเตรียมตัว

แต่อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทก็จะใช้ข้อสอบของตัวเองโดยเชิญผู้สมัครมานั่งสอบที่บริษัทเลยซึ่งเนื้อหาก็แตกต่างกันไปแล้วแต่บริษัท  ส่วนผลการสอบข้อเขียนจะประกาศโดยประมาณ 2-3 อาทิตย์หลังจากการทำข้อสอบ

การสัมภาษณ์ครั้งที่ 1

เมื่อผ่านด่านแรกแล้วบริษัทก็จะเชิญผู้สมัครเข้ามาทำการสัมภาษณ์ครั้งแรก รวมถึงส่งเอกสารต่างๆที่บริษัทต้องการในการพิจรณา การสัมภาษณ์ครั้งที่ 1 นั้นจะเป็นการสัมภาษณ์ร่วมกับผู้สมัครคนอื่นๆเป็นกลุ่ม โดยเป็นการจัดกิจกรรมให้ผู้สมัครได้ทำ discussions และการนำเสนองาน Presentation ในหัวข้อต่างๆที่กำหนด ทางบริษัทจะดูการให้ความคิดเห็น การพูดคุยและการร่วมงานกับผู้อื่นในขึ้นตอนนี้

รูปภาพจาก https://nazotoki-concierge.com/column/know-how/202007022171/

การสัมภาษณ์ครั้งที่ 2

ด่านต่อมาก็ยังสัมภาษณ์กลุ่มอยู่ ด้านนี้บริษัทส่วนใหญ่จะให้ผู้สมัครนั่งเรียงกันประมาณ 4-5 คน โดยผู้สัมภาษณ์จะถามคำถามแต่ละคนและให้ผู้สมัครตอบคำถามต่อหน้าผู้สมัครคนอื่นๆทุกคน คำถามส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะทดลองความคิดว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้จะทำอย่างไร รวมถึงถามประสบการณ์ต่างๆและทัศนคติของผู้สมัคร

รูปภาพจาก https://intame.jp/group-interview/

การสัมภาษณ์ครั้งที่ 3

การสัมภาษณ์รอบสุดท้ายหรือที่เราเรียกว่า Final interview  เป็นการสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับผู้บริหารของบริษัทซึ่งจะมีทั้งคำถามส่วนตัวและคำถามที่ละเอียดว่าอยากจะทำอะไรที่บริษัทนี้และผู้สมัครมีความสนใจและความสามารถมากน้อยแค่ไหน รวมถึงทัศนคติในการทำงานในอนาคตกับบริษัทด้วย เป็นการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายเพื่อพิจารณาว่าผู้สมัครนั้นเหมาะสมกับสิ่งที่บริษัทนั้นต้องการหาอยู่หรือเปล่า

รูปภาพจาก https://my.wantedly.com/companies/capa-inc/post_articles/102392

Offer

เมื่อเราผ่านทุกขั้นตอนแล้วบริษัทก็จะส่งใบ offer ให้ผู้สมัครได้ตัดสินใจว่าจะร่วมเข้าทำงานกับบริษัทหรือไม่ โดยส่วนใหญ่จะให้เวลาแก่ผู้สมัครในการพิจรณาตัดสินใจประมาณ 1-2 อาทิตย์เท่านั้น ถ้าเป็นบริษัทที่เราอยากจะทำมากที่สุด ก็สามารถเซ็นสัญญาและส่งใบตอบรับกลับได้เลย แต่ถ้ายังมีการสัมภาษณ์กับบริษัทอื่นๆอยู่ก็สามารถรอตอบกลับทีหลังได้โดยไม่ต้องรีบ

พิธีรับพนักงานใหม่

เมื่อเราได้เซ็นสัญญาตอบกลับเรียบร้อยแล้วถือว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมของบริษัทนั้นทันที ทุกวันที่ 1 ของเดือนตุลาของทุกปีบริษัทจะจัดพิธีต้อนรับพนักงานใหม่หรือที่เราเรียกว่า 内定式 (Naiteishiki) คือเป็นการต้อนรับพนักงานที่ผ่านการพิจรณาใหม่ทุกคนให้มาเจอกันและร่วมสังสรรค์กับพนักงานรุ่นพี่และผู้คนในบริษัทต่างๆเพื่อเป็นการทำความรู้จักกันเบื้องต้นและแนะนำพนักงานใหม่ให้กับพนักงานรุ่นพี่ทุกคนรู้จักกันที่งานนี้ งานนี้เหมือนเป็นการจองตัวก่อนรับเข้าทำงานจริง หากเกิดกรณีใดๆที่ทางบริษัทพบว่าผู้สมัครไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงานของที่นั้น บริษัทนั้นๆสามารถถอนการจ้างงานได้ทันทีก่อนรับเข้าทำงาน

พิธีรับเข้าทำงานจริง

ทุกวันที่ 1 ของเดือนเมษายนบริษัททุกแห่งก็จะจัดพิธีรับพนักงานใหม่เข้าทำงานอย่างเป็นทางการซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนักเรียนทุกคนที่จบใหม่ในการเริ่มทำงานในครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น


การหางานและการสมัครงานในญี่ปุ่นอาจจะฟังดูเหมือนเป็นอะไรที่ยาก แต่จริงๆแล้วก็ไม่ยากเกินไปสำหรับผู้คนที่มีความสามารถ สิ่งที่ควรระวังก็คือขั้นตอนในแต่ละขั้นของการสมัครและการสัมภาษณ์ คำแนะนำคือ

  1. ลงทะเบียนไปเยอะๆ
  2. เข้าร่วมงานสัมนากลุ่ม
  3. ไปสัมภาษณ์หลายๆที่เพื่อฝึกให้ตัวเองมีความมั่นใจ
  4. แลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อน
  5. แต่งกายให้สุภาพและตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินเข้าตึกบริษัท

การหางานของนักศึกษาจบใหม่จะไม่สามารถกำหนดตำแหน่งและประเภทงานที่อยากจะทำได้เนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นจะเปิดรับเป็นตำแหน่งทั่วไปและจะตัดสินให้ว่าเราจะได้ทำงานในตำแหน่งและบทบาทไหนหลังจากจบการ Training แล้ว เราสามารถคุยกับทางบริษัทว่าเราอยากจะทำในบทบาทไหนแต่ก็ไม่มีสัญญาใดๆผูกมัดว่าเราจะได้ทำในตำแหน่งที่อยากจะทำ ไม่เหมือนที่ไทยที่ว่าเราจะสมัครงานกับตำแหน่ง อย่างเช่นพนักงานบัญชี พนักงานฝ่ายบุคคลเป็นต้น ที่ประเทศญี่ปุ่นพนักงานใหม่ทุกคนจะได้ชื่อตำแหน่งว่า  General position หรือ 総合職 (Sougoushoku) ในตอนแรก

สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานแล้วก็จะใช้ขั้นตอนแบบเดียวกันตั้งแต่การลงทะเบียนบนเว็บไซต์หางานจนถึงการได้รับใบ offer การรับเข้าทำงาน ต่างกันที่ว่าเว็บไซต์สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานแล้วจะต่างกับเว็บไซต์ของนักศึกษาจบใหม่ ส่วนการสัมภาษณ์นั้นก็เหมือนเดิม แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆกับการหางานที่ประเทศไทยที่ว่าสมัครกับตำแหน่งที่เราอยากจะทำและสามารถต่อรองเจรจาเรื่องเงินเดือนกับทางบริษัทได้สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์แล้วเท่านั้น นักเรียนจบใหม่ไม่สามารถต่อรองได้

รูปภาพจาก https://tenshoku.mynavi.jp/


ผมก็ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการหางานที่ประเทศญี่ปุ่นนะครับ

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Ammer
Ammer
สวัสดีครับ ผมแอมเมอร์ ครับ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Nanzan University ที่ประเทศญี่ปุ่นและใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นกว่า 7 ปี อดีต เป็นพนักงานต้อนรับบนเรื่องบินและบินเส้นทางญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ทำให้มีความคุ้นเคยกับญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือจดใต้ ประเทศญี่ปุ่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ปัจจุบันทำงานเป็นให้กับบริษัทเอกชนชื่อดัง นอกเหนือจากงานเขียนบน OhHoTrip ยังมีผบงานเขียนหนังสือออนไลน์ เรียน"ญี่ปุ่น" ยังไงให้รอด และช่อง Youtube เกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ถ้าชอบ Blog ที่ผมเขียน ช่วยกด LIKE กดแชร์ด้วยนะครับ :) https://www.youtube.com/c/Ammerkongtangjitt-japan
RELATED POST
japan_fuji
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่นให้ครบรส! เมือง ธรรมชาติ สวนสนุก เต็มอิ่มกับบรรยากาศแบบฟีลกู๊ด

ถ้าพูดถึงประเทศแห่งการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโซนเอเชีย หนึ่งในนั้นต้อง … 15/04/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
cover
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

9 สายงานยอดนิยม เด็กญี่ปุ่นจบใหม่

การหางานในประเทศญี่ปุ่นคือ อีกหนึ่งสนามแข่งขันครั้งใหญ่ในชีวิต เหมือนส … 19/11/2021
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
Tokyo vs osaka
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

เปรียบเทียบ 2 เมืองใหญ่ โตเกียว และ โอซาก้า ในด้านต่างๆ

2 เมืองใหญ่ในญี่ปุ่น สุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย “โตเกียว และโอซา … 10/10/2022
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
Yokote Kamakura Festival
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

คู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่น เดือนกุมภาพันธ์

กุมภาพันธ์คือช่วงสุดท้ายของฤดูหนาวที่หนาวเหน็บเป็นพิเศษ แต่ก็เต็มไปด้ว … 07/01/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
conversation (1)
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

ข้อควรรู้เวลาเข้าสนทนากับคนญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยความสุภาพ การเคารพต่อกันแ … 19/11/2021
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

OhHotrip.com icon
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.