blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

หน้าร้อนญี่ปุ่นในโตเกี่ยวกับดอกไม้ไฟ ความทรงจำแสนประทับใจที่ไม่รู้ลืม

ภูมิภาค
|
หัวข้อที่เกี่ยว
|
JPEG image 15

ผู้ร่วมเดินทาง

| เพื่อน |

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อหนึ่งคน

| 10000 - 19999thb |

ระยะเวลาการเดินทาง

| 1 วัน |

ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง

|

รถไฟ | 

เที่ยวแบบไหน

| ไปด้วยตนเอง |

ชื่อสถานที่หรือภูมิภาคที่ไป

  • Edo river

ถึงแม้จะเป็นหน้าร้อนที่แสนระอุ ผ่านพ้นลมหนาวเย็นๆของฤดูใบไม้ร่วงที่มาเยี่ยมเยือนให้เตรียมขุดเสื้อผ้าสวยๆ มาถ่ายรูปอัฟโซเชียวให้เพื่อนอิจฉากันแล้ว วันนี้เราขอย้อนเวลากลับไปหาหน้าร้อนที่ให้เราหวนนึกถึงความทรงจำดีๆกันดีกว่าค่ะ ถ้านึกถึงหน้าร้อนญี่ปุ่นถึงไม่บอกก็รู้ใช่ไหมคะว่าเราคิดถึงเทศกาลอะไร ติ๊กตอก ติ๊กตอก ปี๊ดดดดด หมดเวลา!!

ใช่แล้วค่ะงานเทศกาลดอกไม้ไฟอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นไม่ว่าใครก็คงอยากจะมาเก็บเกี่ยวภาพความทรงจำแสนวิเศษนี้กันสักครั้งใช่ไหมคะ งานดอกไม้ไฟในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฮานะบิไทไกค่ะ  ฮานะ(ดอกไม้) บิ(ไฟ) ไทไก(งานแสดง). แต่เอ...มาเที่ยวเองด้วย ไม่รู้จะจองที่ยังไง จะดูตารางดอกไม้ไฟยังไง สำหรับวันนี้เราจะว่าแนะนำให้ครบเครื่อง เอาเป็นว่าหายห่วงกันไปเลยดีกว่าค่ะ

สำหรับคราวนี้จะมาแนะนำ งานดอกไม้ไฟประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานนึงในภูมิภาคคันโตให้รู้จักกันนะคะ  เหมาะสำหรับทริปท่องคันโตค่ะ ซึ่งนั่นก็คืองานดอกไม้ไฟเอโดะกาวะ ที่จัดขึ้นริมแม่น้ำเอโดะกาวะ เขตโอเดกาวะ จังหวัดโตเกียวค่ะ เอาละเตรียมชุดยูกาตะของคุณให้พร้อม แปลงโฉมแล้วไปกันเลยยยยยยยยย

ก่อนอื่นเอโดะกาวะมันอยู่ส่วนไหนของโตเกียวกันหนอ ดูตามแผนที่ด้านล่างได้เลยค่ะ เขตเอโดะกาวะนั้นเป็นเขตรอบนอกของโตเกียวเชื่อมต่อกับเมืองอิชิกาวะของจังหวะจิบะค่ะ เรียกว่าแค่ข้ามแม่น้ำไปก็เป็นเขตจังหวัดจิบะเลยก็ว่าได้ ที่เขตเอโดกาวะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อเป็นพิเศษเป็นเขตที่อยู่อาศัยซะส่วนมากค่ะ พูดง่ายๆว่าเหมือนเขตปริมณฑลของบ้านเรานั่นเองค่ะ

งานดอกไม้ไฟแห่งเอโดะกาวะเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงกลางหน้าร้อน ซึ่งในปี 2019 นี้ก็จัดมาเป็นครั้งที่ 44 แล้วนะคะ โดยในทุกๆปีจะมีผู้คนแห่มาจองที่กันตั้งแต่เช้า เช้าขนาดไหนหน่ะหรอคะ.....เริ่มตั้งแต่ช่วง 7โมงเช้าค่ะ ที่มุมดีๆถูกจองกันไปหมดแล้ว หากไปหลังจากนั้นอาจจะต้องเดินหากันหน่อย แต่ก็ยังมีโลเคชั่นดีๆเหลืออยู่ค่ะ แต่สำหรับจะจองที่กว้างๆนั่งหลายๆคนอันนี้แนะนำว่าอย่าไปเกิน 9โมงเช้านะคะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่เตือน TvT

ส่วนคนจะเยอะขนาดไหนนั้นก็ไม่มากไม่มายค่ะ แค่จำนวนคนไปชมจากฝั่งโตเกียว(ไม่รวมอีกฝากของแม่น้ำ)ก็ปาเข้าไป 900,000 คนเข้าไปแล้วค่ะ เอาเป็นว่าแค่นี้คงรับประกันได้ว่าเป็นงานที่มีค่าควรไปชมสักครั้งในชีวิตก็ดูจะไม่ได้โอเวอร์ไปเลยใช่ไหมละคะ เอาละหลังจากได้รับข้อมูลเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับงานดอกไม้ไฟเอโดกาวะไปแล้วไปชมภาพตั้งแต่เริ่มไปจองที่จนถึงภาพดอกไม้ไฟสวยๆกันดีกว่า เอ้า! เลื่อนลงไปโลดดด

สำหรับวันที่ดูดอกไม้ไฟเราขอแนะนำตารางดังนี้ค่ะ
เช้า >> เดินทางไปจองที่นั่งชมดอกไม้ไฟเอโดะกาวะ ควรถึงไม่เกิน 9โมงเช้าสำหรับโลเคชั่นทั่วไป และไม่ควรถึงเกิน 8 โมงสำหรับโลเคชั่นดีๆ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการวิวพรีเมี่ยมถ่ายรูปพรีเมี่ยมแนะนำให้เข้ากว่า7โมงค่ะ
กลางวัน>> เที่ยวชมภายในโตเกียว เช่นวัดอาซากุซะ โตเกียวสกายทรี เป็นต้น
ส่วนตัวที่เราแนะนำวัดอาซากุซะเพราว่าใส่ชุดยูกาตะทั้งทีก็มารัวกล้องให้เข้าบรรยากาศหน้าร้อนญี่ปุ๊นญี่ปุ่น
เย็น >> เดินทางกลับไปยังเอโดกาวะ

****หลังงานจบ จินตนาการคน 9 แสนคนเดินทางกลับพร้อมกันนะคะ OMG แค่พูดก็บรรยายยากแล้วเนอะ เพราะฉะนั้นหลังจากงานเลิกแนะนำให้รอจนคนซ่าก่อนค่อยเดินทางกลับดีกว่าค่ะ ถ้ากลับก่อนจะเสียดายโชว์ฟีเนเร่นะเออ****

โปรแกรมไปดูดอกไม้ไฟกันวันนี้มีเมมเบอร์ 9 คนค่ะ เป็นกลุ่มค่อนข้างใหญ่เราเลยต้องออกเดินทางไปจองกันตั้งแต่เช้าสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Shinozaki station สาย Toei Shinjuku line (สีเขียวอ่อน) จากสถานสามารถเดินไปถึงจุดจองที่ได้ใน15นาทีค่ะ หรือจะนั่งรถบัสจากหน้าสถานีไปก็มีบริการนะคะ ลงที่ป้ายAsamajinja ประมาณ6นาทีค่ะ แต่รอบบัสมีไม่มากถ้าจะนั่งบัสก็ต้องเช็คตารางกันให้ดีนะคะ

หรือจากแผนที่ด้านบนก็สามารถเดินตรงตามเส้นทางไปได้เลยค่ะ แล้วในระหว่างทางเราก็จะเจอเพื่อนร่วมทางที่จะไปจองที่ด้วยมากมาย รับรองว่าไม่มีหลงค่ะ เย้! หลังจากนั่งรถไฟมาถึงShinozaki stationแล้วเดินทางมาถึงจุดที่เราสามรถจองที่แล้วในเวลา 8 โมง 15 นาที แล้วนี่คือสิ่งที่เราเจอค่ะ.....ทะเลแห่งผ้าปูรองนั่ง (ฮา)

จากนั่นเราก็เดินทางที่ลงหลักปักฐานแล้วก็จัดการปูจองที่นั่งของเราค่ะ ด้านหลังอาจจะเห็นว่ายังไม่ค่อยมีผ้ามาปู แต่นี้คือบริเวณที่เราเดินห่างออกมาจากจุดยิงดอกไม้ไฟมาประมาณนึงแล้วค่ะ ตรงใกล้ๆไม่มีที่ว่างเหลือเลยจริงๆToT พอเราจองเสร็จเพื่อไม่ให้ลืมว่าอันไหนของเราก็เอาเทปมาเขียนเป็นชื่อไว้เลยค่ะ ปลอดภัยหายห่วง

- ต่อสู้กับลมจนปูเสร็จเรียบร้อยแล้วจ้า แอร๊ยยยย รอจนกลางคืนไม่ไหวแล้วววว-
นอกจากเขียนชื่อแล้วอย่าลืมถ่ายรูปจุดสังเกตุกันเอาไว้ด้วยนะคะ ไว้เวลาเรากลับมาตอนเย็นๆบรรยากาศเปลี่ยน คนจำนวนมหาศาลจะได้ไม่หลงค่ะ คราวนี้ที่นั่งเราอยู่ตรงบันไดหมายเลข 13 แหม เลขสวยซะด้วย ;D

จองที่เสร็จเรียบร้อยในตอนเช้า ดอกไม้ไฟจะเริ่มตั้งแต่ 1ทุ่ม15นาทียาวไปถึง 2 ทุ่มครึ่ง จุใจเต็มอิ่มไปเลยกัน 75 นาทีแห่งความอลังการยามค่ำคืนค่ะ เรื่องควรระวังเรื่องเวลาอันนี้คือต้องกะให้ดีนะคะ เพราะช่วงก่อนเริ่มงามคนจะเยอะมาก ทั้งมีร้านยะไต(ร้านอาหารงานวัดแบบแบบเรา)ขายตามทางมากมาย การจราจรในการเดินจะใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ (คนมันเยอะมากจริงๆ) เราขอแนะนำให้กะเวลาถึงShinozaki stationภายใน 5โมงครึ่งแล้วมาเดินหาอะไรทานชิวๆ ซื้ออาหารเครื่องดื่มเอากลับไปยังที่นั่งจองจะเซฟที่สุดค่ะ เพราะใกล้ยิ่งเวลามากๆก่อนเริ่มงานระยะทางที่เราสามารถเดินได้ภายใน 15 นาทีอาจจะใช้เวลา 40นาที-1ชั่วโมงได้เลยค่ะ

หลังจากที่เราไปจองที่กันเสร็จ ออกกันไปทั้งหน้าสดๆเลยจ้า มาที่นี้ก็กลับที่พักมาเตรียมแปลงโฉมเป็นสาวญี่ปุ่นเตรียมไปอาซากุสะกันแล้ว ยูกาตะ เครื่องสำอาง ดอกไม้ติดผม รอยยิ้ม ครบ!!! แปลงร่างงงงง

ฝ่ามวลมนุษย์ให้ได้รูปสวยๆ

เพิ่มพร็อปถ่ายรูปด้วยน้ำแข็งใส
เนื่องจากหัวข้อแนะนำของเราในวันนี้ไม่ได้เที่ยวที่วัดอาซาคุสะเป็นหลัก ดังนั้นเราจึงไม่ขอลงรายระเอียดเกี่ยวกับวัดนะคะ
แต่สิ่งที่อยากแนะนำของที่นี่เลยนอกจากร้านของฝากที่อยู่ในลานวัดแล้ว อย่าลืมลิ่มรสขนมปังเมล่อนกับไอศกรีมร้านประจำของอาซาคุซะกันด้วยนะ!! อากาศร้อนๆ ไอศกรีมเย็นๆ เมล่อนปังรสเลิศ โอ๊ย ฟินเฟร้อค่า และด้วยเวลาที่ไม่มีมากนัก บวกกับกลัวคนจะเยอะ พวกเราเลยรีบเดินทางกลับไปที่เอโดกาวะค่ะ เอาจริงๆเลยคือถ่ายรูปจนเหนื่อย

เรามาถึงShinozaki station ตอนประมาณ 5 โมงครึ่งค่ะ กำลังเดินได้สบายๆ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่โอเคมากค่ะฟ้ากำลังเริ่มครื้มๆ พวกเรา 3 หน่อเดินทางมาถึงก่อนแล้วเดี๋ยวเพื่อนคนญี่ปุ่นที่เหลือจะเดินทางมาสมทบค่ะ
แม้นยังไม่มีวิวสวยๆ พวกเราก็ยังคงหาเรื่องถ่ายรูปกันต่อได้ ความบ้ากล้องมันรักษาไม่หายค่ะ(ฮา)

ดูค่ะ ข้างหลังนั่น!! กองทัพมดเจแปนกำลังทยอยมาแล้วค่ะ !! เยอะจริงๆ

จากจำนวนผู้มาร่วมงานเกือบล้าน เพื่อนๆคนญี่ปุ่นของเราที่กะเวลาพลาดเดินทางมาถึงร่วม1ทุ่มค่ะ ก่อนเวลาจุดดอกไม้ไฟแปปเดียวเท่านั้น นางบอกว่ามาถึงสถานที่ตั้งแต่6โมงนิดๆแล้วแต่คนเยอะมากกว่าจะกระดืบๆมาถึงใช้เวลาไปนานมากๆค่ะ(ประมาณ45นาที) เพราะงั้นย้ำอีกครั้งนะคะ กะเวลาดีๆค่ะ

และแล้วเวลาที่เรารอคอยก็มาถึงฟ้าพลบค่ำ.....อากาศเริ่มเย็นสบาย ลมอ่อนๆบรรยายกาศดีมากค่ะ ดอกไม้ไฟชุดแรกมาแล้ว

สีแดงสดตัดกับสีท้องฟ้ามากๆ

รูปแบบและสีสันหลากหลาย

ฟ้าเริ่มมืดสนิทแล้ว ยิ่งเสริมให้ดอกไม้ไฟสวยเด่นกลางท้องฟ้ามากๆเลย

สวยขนาดนี้ ยิ่งอยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาตัวเอง แค่ภาพถ่ายบรรยายความงามออกมาไม่พอจริงๆ

ลูกนี้ใหญ่มากๆ สว่างท้องฟ้าสวยงามมากๆ

ใครว่าดอกไม้ไฟจะต้องสีร้อนแรงตลอดเวลา. ส่วนตัวชอบสีโทนเย็นแบบนี้ สีน่ารักๆแบบนี้ก็มีน้า

เหมือนฉากในมังงะ หลุดออกมาให้เห็นเลยค่า >////<

ดอกไม้ไฟก็จะจุดลูกเดี่ยวๆสวยๆแบบนี้สลับกับจุดแบบเป็นชุดใหญ่ไปตลอด1ชั่วโมง 15นาที

อลังการอ้าปากค้าง ยิ่งจองที่นั่งได้ดี ความฟินยิ่งทวีคูณ

แถมอีก 1 ภาพ ให้ได้ชมกัน
เป็นยังไงกันบ้างคะ สวยถูกใจจนอยากมาชมด้วยตาตัวเองเลยใช่หรือเปล่า รูปภาพต่างๆที่นำมาให้ชมกันนี้ยังไม่รวมชุดฟิเนเร่นะคะ ชุดฟิเนเร่ตระการตาตรึงใจยิ่งกว่ารูปที่นำมาฝากเป็นเท่าตัวเลยละค่ะ โดยชุดการจุดรูปแบบชนิดของดอกไม้ไฟจะเปลี่ยนไปในทุกๆปี ไม่มีเบื่อเลย. และแล้วก็ถึงเวลากลับกันค่ะ เนื่องจากจำนวนคนมหาศาลแม้ว่าดอกไม้ไฟจะจบลงไปแล้วตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่ง แต่เราก็นั่งคุยรอกันไปเรื่อยๆจนคนซาแล้วถึงเดินทางกลับที่พักพร้อมความประทับใจแบบหน้าร้อนญี่ปุ่นแท้ๆ มาญี่ปุ่นทั้งทีไม่ลองมาสัมผัสบรรยากาศงานดอกไม้ไฟกันหน่อยหรอคะ?<3.


คำแนะนำในการวางแผนท่องเที่ยวงานดอกไม้ไฟญี่ปุ่น
English website: https://livejapan.com
Japanese website: https://hanabi.walkerplus.com


สิ่งที่ต้องเตรียมในการจองที่

1: ผ้าปูรองนั่ง สามารถหาซื้อได้ตามร้านร้อยเยนแนะนำว่าหากมาจองแต่เช้าให้ซื้อเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าค่ะ. ที่สถานีShinozaki station ก็มีร้านร้อยเยนอยู่ใกล้กับสถานีหลายร้านค่ะ แต่ว่ากว่าจะเปิดทำการก็ประมาณ9โมงครึ่งหรือ10โมง
2: หมุดตรึงผ้าปูรองนั่ง. อันนี้ก็ซื้อได้จากร้านร้อยเยนค่ะ
3: เทป. เทปใช้ติดระหว่างผ้าปูรองนั่งกับใช้แปะชื่อ

รายละเอียดของงานดอกไม้ไฟเอโดกาวะ
จำนวนดอกไม้ไฟ : ประมาณ 14,000 ลูก
ระยะเวลา : ประมาณ 75 นาที (เริ่มจุด 1ทุ่ม 15นาที ถึง 2ทุ่ม 30 นาที)
กำหนดการ : ต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี
สถานีใกล้เคียง : Shinozaki station
จำนวนคนมาร่วมงาน : ประมาณ 9 แสนคนในฝั่งโตเกียว (หากรวมฝั่งจิบะด้วยมากกว่า 1ล้านคน)

HP Edogawa city. https://www.city.edogawa.tokyo.jp

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Karuru
สวัสดีค่ะKaruru นะคะ ขอแนะนำตัวให้รู้จักกันสักนิดหนึ่งน้า Karuru เป็นสาวน้อยตัวเล็กๆในโตเกียวค่ะ(เอาจริงๆก็ตัวไม่น้อยหรอกTvT) ตอนแรกก็แค่ได้ทุนมาเรียนมหาลัยที่ญี่ปุ่นแต่แล้วจับพลัดจับผลูเรียนจบทำงานต่อ ล่วงเลยมาก7-8ปีเข้าไปแล้วค่ะ. สำหรับเรื่องท่องเที่ยวก็ถือเป็นงานอดิเรกอย่างนึงเลย ตอนแรกๆก็ตามเที่ยวตามกินตามสถานที่แนะนำในเน็ตนี่แหละค่ะ แต่พอเวลาผ่านไป ก็อยากจะแชร์ประสบการณ์เที่ยวของตัวเองบ้างก็เลย รวบรวมเนื้อหาประสบการณ์ที่น่าสนใจ มาแนะนำต่อให้ทุกคนได้เป็นเกร็ดในการวางแผนเที่ยว. หวังว่าทุกคนจะได้รับข้อมูลไว้อ้างอิงไม่มาก ก็น้อยนะคะ. ผู้เขียนจะดีใจมาๆเลยค่ะ <3
RELATED POST

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!