เสน่ห์ของการไปเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ได้มีแค่ห้าแยกชิบูย่าในโตเกียว ย่านช้อปปิ้งคึกคักในโอซาก้า หรือสวนสนุกชื่อดังเท่านั้นนะคะ การนั่งชินคันเซ็นหรือเครื่องบินเพื่อไปให้ถึงจุดหมายอย่างรวดเร็วก็สะดวกดีค่ะ แต่ถ้าเราลองจัดเวลาสักนิดแล้วไปนั่ง "รถไฟท้องถิ่น" (Local Line) ตามต่างจังหวัดดู เราจะได้พบกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และวิวทิวทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่สวยงามราวกับภาพวาดเลยล่ะค่ะ
ในฐานะที่ทำบล็อกท่องเที่ยวและต้องรีเสิร์ชข้อมูลที่เที่ยวญี่ปุ่นอยู่ทุกวัน สิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนเลยก็คือ แทนที่จะโฟกัสแค่ "การไปให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด" การได้เพลิดเพลินกับ "เวลาที่ใช้ในการเดินทาง" แบบสโลว์ไลฟ์บนรถไฟต่างหาก คือความลักชูรีของการเที่ยวญี่ปุ่นอย่างแท้จริงค่ะ การได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรถไฟที่วิ่งโยกเยกเบาๆ ชมวิวสวยๆ ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลผ่านหน้าต่าง พร้อมกับทานข้าวกล่องเอกิเบน (Ekiben) ประจำท้องถิ่นไปด้วย เป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้ลืมความวุ่นวายในชีวิตประจำวันและฮีลใจได้ดีที่สุดเลยค่ะ 📷✨
ครั้งนี้ เราเลยขอคัดสรร 5 เส้นทางรถไฟท้องถิ่นวิวสวยระดับท็อปจากทั่วญี่ปุ่น ที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ นักเดินทางทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นกันค่ะ ทริปญี่ปุ่นรอบหน้า ลองหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง แล้วไปนั่งรถไฟฮีลใจกันดูไหมคะ?
- 1: Geibi Line (จ.ฮิโรชิม่า - จ.โอคายาม่า) 〜นั่งรถไฟชมวิวชนบทญี่ปุ่นสุดคลาสสิก ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในอนิเมะ〜
- 2: Kominato Railway (จ.ชิบะ) 〜ทะลุมิติไปโลกเรโทร ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวแค่ 1 ชั่วโมง〜
- 3: Oigawa Railway (จ.ชิซุโอกะ) 〜จัดเต็มความบันเทิง! การพบกันของธรรมชาติอลังการและรถไฟ SL〜
- 4: Tadami Line (จ.ฟุกุชิม่า - จ.นีงาตะ) 〜เส้นทางรถไฟท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ งดงามราวกับภาพวาด〜
- 5: Gono Line (จ.อาโอโมริ - จ.อากิตะ) 〜ที่สุดของขบวนรถไฟชมวิวทะเลญี่ปุ่นและพระอาทิตย์ตกดิน〜
- สรุปส่งท้าย
1: Geibi Line (จ.ฮิโรชิม่า - จ.โอคายาม่า) 〜นั่งรถไฟชมวิวชนบทญี่ปุ่นสุดคลาสสิก ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในอนิเมะ〜

รถไฟสาย “เกบิเซ็น” (Geibi Line) วิ่งลัดเลาะผ่านธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขาชูโกกุ โดยเริ่มตั้งแต่สถานี Hiroshima ในจังหวัดฮิโรชิม่า ไปจนถึงสถานี Bitchu-Kojiro ในจังหวัดโอคายาม่าค่ะ สองข้างทางยังคงมีวิวชนบทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมให้เห็นอยู่ ถือว่าเป็นเส้นทางที่หาดูได้ยากมากในยุคนี้ ภาพรถไฟขบวนเล็ก 1 ตู้ที่วิ่งกึกกักๆ ไปตามป่าลึกและแม่น้ำใสๆ ให้ความรู้สึกเรโทรและชวนให้นึกถึงโลกในภาพยนตร์อนิเมะเลยล่ะค่ะ 🍃
💡 มุมมองแนะนำจากเรา
สถานีรถไฟไร้คนขับที่เงียบสงบสไตล์โลคอล และธรรมชาติบริสุทธิ์ที่มองเห็นจากหน้าต่าง เป็นจุดถ่ายรูปที่สายกล้องต้องเลิฟแน่นอนค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่าบางช่วงของเส้นทางนี้มีรถไฟวิ่งน้อยมากในแต่ละวัน แถมบางช่วงอาจมีการหยุดวิ่งเพื่อซ่อมบำรุงหรือมีรถบัสวิ่งแทนด้วย ดังนั้นแทนที่จะ “บังเอิญไปขึ้น” เส้นทางนี้เหมาะสำหรับคนที่ “เช็กตารางเวลาล่วงหน้าอย่างดีและวางแผนมาแล้ว” มากกว่าค่ะ
ความสนุกของการได้ลองเที่ยวแบบแมนนวลนิดๆ ถือเป็นเสน่ห์ของเส้นทางรถไฟที่วิ่งผ่านพื้นที่ห่างไกลแบบนี้เลย แนะนำมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบผู้ใหญ่ชิลๆ ที่พร้อมสนุกไปกับความไม่สะดวกสบายบ้างเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ
สำหรับเสน่ห์แบบเจาะลึกของสาย Geibi Line และจุดแวะเที่ยวที่น่าสนใจ เราได้เขียนรีวิวจัดเต็มไว้ในบทความนี้แล้ว ลองตามไปอ่านกันได้เลยนะคะ!
👉 Hidden Japan: นั่งรถไฟท้องถิ่น Geibi-sen ชมชนบทญี่ปุ่น ฟีล Studio Ghibli ที่ฮิโรชิม่า
ข้อมูลรายละเอียด: Geibi Line (สถานี Hiroshima)
- ที่อยู่: 2-37 Matsubaracho, Minami Ward, Hiroshima, Hiroshima Prefecture (สถานี Hiroshima)
- เวลาเดินรถ: แตกต่างกันไปตามขบวนรถ กรุณาตรวจสอบตารางเวลาล่าสุด
- การเดินทาง: สามารถขึ้นรถไฟได้จากสถานี JR Hiroshima
- เว็บไซต์: https://www.jr-odekake.net/
- เบอร์โทรศัพท์: 0570-00-2486 (JR West Customer Center)
- แผนที่ (Google Map): https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Hiroshima+Station
- หมายเหตุ: เนื่องจากบางช่วงมีรถไฟวิ่งน้อยมาก กรุณาตรวจสอบตารางเวลาล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง และอาจมีบางวันที่หยุดวิ่งเพื่อซ่อมบำรุงหรือมีรถบัสให้บริการแทน
2: Kominato Railway (จ.ชิบะ) 〜ทะลุมิติไปโลกเรโทร ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวแค่ 1 ชั่วโมง〜

สำหรับใครที่มองหา “ชนบทที่ไปได้ง่ายๆ จากโตเกียว” ขอป้ายยาแรงๆ ให้กับ “โคมินาโตะ เท็ตสึโด” (Kominato Railway) ในจังหวัดชิบะเลยค่ะ นั่งรถไฟ JR สาย Sobu (Rapid) จากสถานี Tokyo มาลงที่สถานีต้นทาง Goi ใช้เวลาแค่ประมาณ 60 นาทีเท่านั้น วินาทีที่ก้าวลงที่สถานี คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเรโทรสไตล์ยุคโชวะ เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปเลยล่ะค่ะ 🕰️
💡 มุมมองแนะนำจากเรา
ช่วงที่แนะนำสุดๆ คือฤดูใบไม้ผลิค่ะ! คอนทราสต์ระหว่างสีเหลืองของดอกนาโนะฮานะ (Canola flowers) ที่บานสะพรั่งสองข้างทาง กับสีชมพูของดอกซากุระนั้นสวยงามจนแทบลืมหายใจ รับรองว่าได้รูปสวยๆ ไว้อัปลงโซเชียลรัวๆ แน่นอนค่ะ
นอกจากนี้ ขบวน “Boso Satoyama Torokko” ที่มีตู้ชมวิวแบบเปิดโล่งโดยไม่มีกระจกหน้าต่างก็ได้รับความนิยมมากค่ะ คุณสามารถเพลิดเพลินกับวิวชนบทชิลๆ พร้อมรับลมและกลิ่นอายธรรมชาติของฤดูใบไม้ผลิได้โดยตรง เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ง่ายๆ และคุ้มค่าแก่การไปเยือนมากๆ ค่ะ
ข้อมูลรายละเอียด: Kominato Railway (สถานี Goi)
- ที่อยู่: 1-1-2 Goichuo-higashi, Ichihara, Chiba Prefecture (สถานี Goi)
- เวลาเดินรถ: แตกต่างกันไปตามขบวนรถ กรุณาตรวจสอบตารางเวลาล่าสุด
- วันเปิดให้บริการ (Torokko): สำหรับขบวน Boso Satoyama Torokko กรุณาตรวจสอบปฏิทินการเดินรถจากเว็บไซต์ทางการ
- การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR Sobu (Rapid) จากสถานี Tokyo ประมาณ 60 นาที แล้วเปลี่ยนสายเป็น Kominato Railway ที่สถานี Goi
- เว็บไซต์: https://www.kominato.co.jp/
- เบอร์โทรศัพท์: 0436-21-6771 (ฝ่ายการเดินรถ Kominato Railway)
- แผนที่ (Google Map): https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Goi+Station
- หมายเหตุ: ขบวน Boso Satoyama Torokko เป็นแบบระบุที่นั่ง แนะนำให้จองผ่านเว็บไซต์ล่วงหน้าค่ะ หากต้องการนั่งรถไฟไป-กลับจากสถานี Goi ไปไกลกว่าสถานี Kazusa-Okubo การใช้ตั๋ว 1-Day Free Pass (ผู้ใหญ่ 2,000 เยน) จะคุ้มค่ากว่าค่ะ
🎫 เที่ยวให้คุ้มกว่าเดิมกับ Klook!
หากเพื่อนๆ มีแพลนจะเที่ยวรอบๆ คันโต เช่น โตเกียว ภูเขาไฟฟูจิ หรือนิกโก้ การใช้พาสรถไฟแบบเหมาจ่ายก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สะดวกค่ะ
หมายเหตุ: Kominato Railway ไม่รวมอยู่ในพาสนี้ ต้องซื้อตั๋วแยกต่างหากนะคะ
3: Oigawa Railway (จ.ชิซุโอกะ) 〜จัดเต็มความบันเทิง! การพบกันของธรรมชาติอลังการและรถไฟ SL〜

“โออิกาวะ เท็ตสึโด” (Oigawa Railway) วิ่งเลียบแม่น้ำโออิในจังหวัดชิซุโอกะ การได้นั่งรถไฟชมวิวสีเขียวของ “ไร่ชา” ของดีประจำชิซุโอกะ และวิวแม่น้ำกว้างใหญ่ จะทำให้เราสัมผัสได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ค่ะ 🍵
💡 มุมมองแนะนำจากเรา
ถ้าพูดถึง Oigawa Railway สิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คือการได้นั่งรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ (SL) ของจริงค่ะ! ปัจจุบันในปี 2026 รถไฟ SL สีดำขบวนปกติกำลังงดให้บริการเพื่อปรับปรุงตัวรถ แต่ในปี 2026 นี้มีอีเวนต์พิเศษ “DAY OUT WITH THOMAS” โดยมี “รถไฟโทมัส” (Thomas) และ “รถไฟเพอร์ซี่” (Percy) ซึ่งมีกำหนดกลับมาวิ่งอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคมค่ะ
เป็นงานอีเวนต์ทางการที่จำลองบรรยากาศให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของโทมัสจริงๆ ไม่ใช่แค่ครอบครัวที่มีเด็กๆ เท่านั้น แต่ผู้ใหญ่เองก็ต้องตื่นเต้นแน่นอนค่ะ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติที่สวยงามของญี่ปุ่นกับความบันเทิงที่หาจากที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ
ข้อมูลรายละเอียด: Oigawa Railway (สถานี Shin-Kanaya)
- ที่อยู่: 2-1112-2 Kanaya-higashi, Shimada, Shizuoka Prefecture (สถานี Shin-Kanaya)
- เวลาเดินรถ: แตกต่างกันไปตามขบวนรถ กรุณาตรวจสอบตารางเวลาล่าสุด
- วันเปิดให้บริการ (ขบวนพิเศษ): วันที่ให้บริการของขบวนรถอีเวนต์จะแตกต่างกันไปตามหัวรถจักร กรุณาตรวจสอบปฏิทินการเดินรถจากเว็บไซต์ทางการ
- การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR Tokaido Main Line มาลงที่สถานี Kanaya แล้วเปลี่ยนสายไปขึ้น Oigawa Railway ไปยังสถานี Shin-Kanaya ซึ่งเป็นสถานีต้นทางของรถไฟโทมัสและเพอร์ซี่ค่ะ
- เว็บไซต์: https://daitetsu.jp/
- เบอร์โทรศัพท์: 0547-45-4112
- แผนที่ (Google Map): https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Shin-Kanaya+Station
- หมายเหตุ: การขึ้นรถไฟโทมัสและขบวนพิเศษอื่นๆ ต้องใช้ตั๋วโดยสารเฉพาะ กรุณาตรวจสอบวันที่วิ่งและที่นั่งว่างจากเว็บไซต์ทางการ และแนะนำให้จองล่วงหน้าค่ะ
หมายเหตุ: เนื่องจากผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นในปี 2022 ช่วงสถานี Kawaneonsen-Sasamado ถึง Senzu ยังคงปิดให้บริการ ปัจจุบันรถไฟสายหลัก Oigawa Main Line จึงให้บริการในช่วงสถานี Kanaya ถึง Kawaneonsen-Sasamado ค่ะ
🎫 เที่ยวให้คุ้มกว่าเดิมกับ Klook!
ถ้าอยากจัดเต็มเที่ยวโซนชิซุโอกะหรือรอบๆ ภูเขาไฟฟูจิ การใช้พาสสำหรับนักท่องเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สะดวกค่ะ
หมายเหตุ: ตัว Oigawa Railway เองไม่รวมอยู่ในพาสนี้ ต้องจ่ายค่าโดยสารแยกนะคะ
4: Tadami Line (จ.ฟุกุชิม่า - จ.นีงาตะ) 〜เส้นทางรถไฟท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ งดงามราวกับภาพวาด〜

รถไฟสาย “ทาดามิเซ็น” (Tadami Line) เชื่อมต่อระหว่างสถานี Aizu-Wakamatsu ในจังหวัดฟุกุชิม่า กับสถานี Koide ในจังหวัดนีงาตะ ด้วยระยะทางรวมประมาณ 135 กิโลเมตร เส้นทางนี้วิ่งผ่านป่าอันอุดมสมบูรณ์และหุบเขาลึก ข้ามแม่น้ำหลายต่อหลายครั้ง ทำให้มีชื่อเสียงเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาตลอดสี่ฤดูค่ะ ในอดีตเคยได้รับการยกย่องบนอินเทอร์เน็ตของจีนว่าเป็น “เส้นทางรถไฟที่โรแมนติกที่สุดในโลก” มาแล้ว ความสวยงามที่ว่านี้ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเลยล่ะค่ะ ❄️
💡 มุมมองแนะนำจากเรา
ช่วงที่สวยงามอลังการที่สุดต้องยกให้ฤดูหนาวเลยค่ะ! พื้นที่รอบๆ จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน คอนทราสต์ตัดกับสีเขียวมรกตของแม่น้ำทาดามิ เป็นภาพที่สวยจนแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว
ภาพตอนที่รถไฟวิ่งข้าม “สะพานข้ามแม่น้ำทาดามิแห่งที่ 1” (No.1 Tadami River Bridge) ซึ่งเป็นจุดชมวิวชื่อดังนั้น ดูราวกับภาพวาดศิลปะชิ้นเอก เนื่องจากเป็นเส้นทางที่วิ่งผ่านพื้นที่ห่างไกล จำนวนรอบรถไฟจึงมีจำกัด แต่กล้าการันตีเลยว่าเป็นเส้นทางวิวสวยระดับท็อปของญี่ปุ่นที่คุ้มค่าแก่การปรับตารางเที่ยวเพื่อมาชมให้ได้สักครั้งในชีวิตแน่นอนค่ะ แค่ช่วงเวลาที่ยืนรอรถไฟท่ามกลางวิวหิมะที่เงียบสงบ ก็กลายเป็นความทรงจำสุดพิเศษแล้วค่ะ
ข้อมูลรายละเอียด: Tadami Line (สถานี Aizu-Wakamatsu)
- ที่อยู่: 1-1 Ekimaemachi, Aizuwakamatsu, Fukushima Prefecture (สถานี Aizu-Wakamatsu)
- เวลาเดินรถ: แตกต่างกันไปตามขบวนรถ กรุณาตรวจสอบตารางเวลาล่าสุด
- การเดินทาง: นั่งชินคันเซ็นสาย Tohoku จากสถานี Tokyo ไปลงที่สถานี Koriyama (ประมาณ 80 นาที) จากนั้นต่อรถไฟ JR สาย Ban-etsu West Line ไปยังสถานี Aizu-Wakamatsu อีกประมาณ 80 นาที
- เว็บไซต์: https://tadami-line.jp/
- เบอร์โทรศัพท์: 0242-93-5155 (สำนักงานจัดการสาย Tadami)
- แผนที่ (Google Map): https://www.google.com/maps/search/?api=1&query=Aizu-Wakamatsu+Station
- หมายเหตุ: หากต้องการไปถ่ายรูปที่จุดชมวิวชื่อดัง “No.1 Tadami River Bridge Viewpoint” จะต้องลงรถไฟที่สถานี Aizu-Miyashita และเดินทางไปยัง “Michi-no-Eki Oze Kaido Mishima-juku” เป็นระยะทางประมาณ 3.5 กม. (เดินเท้าประมาณ 45 นาที หรือนั่งรถบัสประจำเมืองประมาณ 5 นาที) จากนั้นเดินเท้าต่อไปยังจุดชมวิวอีกประมาณ 10 นาทีค่ะ
หมายเหตุ: รถบัสประจำเมืองมีรอบวิ่งน้อย และหยุดให้บริการในวันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงสิ้นปี-ปีใหม่ ส่วนขากลับจะเป็นรถบัสแบบ Demand Bus ซึ่งต้องจองล่วงหน้า แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางค่ะ นอกจากนี้ หากสภาพอากาศเลวร้าย เช่น หิมะตกหนัก รถไฟอาจหยุดวิ่งได้
🎫 เที่ยวให้คุ้มกว่าเดิมกับ Klook!
หากมีแพลนเที่ยวหลายพื้นที่ในฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น เช่น ภูมิภาคโทโฮคุ นีงาตะ และนากาโนะ สามารถพิจารณาใช้ “JR EAST PASS” เพื่อช่วยให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้นค่ะ
5: Gono Line (จ.อาโอโมริ - จ.อากิตะ) 〜ที่สุดของขบวนรถไฟชมวิวทะเลญี่ปุ่นและพระอาทิตย์ตกดิน〜

และอันดับ 1 ที่คว้ามงไปครองก็คือ “โกโนเซ็น” (Gono Line) ที่วิ่งเลียบชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นในจังหวัดอาโอโมริและอากิตะค่ะ! เส้นทางนี้วิ่งลัดเลาะไปตามแนวชายฝั่งที่ทะเลกับภูเขาบรรจบกันอย่างลงตัว คุณจะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของพระอาทิตย์ตกดิน และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาชิราคามิ (Shirakami-Sanchi) ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
ขบวนรถไฟท่องเที่ยว “รีสอร์ทชิราคามิ” (Resort Shirakami) ที่ให้บริการในเส้นทาง Akita–Aomori และ Akita–Hirosaki ผ่านเส้นทาง Gono Line มาพร้อมกับหน้าต่างบานกว้างและที่นั่งแสนสบาย ทำให้นั่งยาวๆ ได้แบบสบายๆ เลยค่ะ 🌊
💡 มุมมองแนะนำจากเรา
ความดีงามของเส้นทางนี้คือ เมื่อรถไฟวิ่งถึงจุดชมวิวไฮไลท์ ขบวนรถจะชะลอความเร็วลง เพื่อให้ผู้โดยสารได้ชมวิวและถ่ายรูปกันแบบเต็มอิ่มค่ะ วิวทะเลญี่ปุ่นที่กว้างสุดลูกหูลูกตาผ่านหน้าต่างรถไฟ จะเปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็นสีส้มตามช่วงเวลา ดูได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อเลย
นอกจากนี้ ในบางขบวนหรือบางวัน จะมีการแสดงดนตรีสด “สึการุชามิเซ็น” (Tsugaru Shamisen) และมีการเล่านิทานพื้นบ้านด้วยภาษาถิ่นในตู้โดยสารด้วยค่ะ การเดินทางทริปนี้จะไม่ใช่แค่การย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ “การได้นั่งรถไฟนี่แหละคือกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมที่สุด” ประสบการณ์ดีๆ แบบนี้รอทุกคนอยู่นะคะ!
ข้อมูลรายละเอียด: Gono Line (Resort Shirakami / เส้นทาง Akita–Aomori และ Akita–Hirosaki)
- ที่อยู่: 1-1-1 Yanakawa, Aomori City, Aomori Prefecture (สถานี Aomori) / 7-1-2 Nakadori, Akita City, Akita Prefecture (สถานี Akita) / 1-1 Omotecho, Hirosaki City, Aomori Prefecture (สถานี Hirosaki)
- เวลาเดินรถ: แตกต่างกันไปตามขบวนรถ กรุณาตรวจสอบตารางเวลาล่าสุด
- วันเปิดให้บริการ: สำหรับวันวิ่งของขบวน Resort Shirakami กรุณาตรวจสอบปฏิทินจากเว็บไซต์ทางการ (ไม่ได้วิ่งทุกวันค่ะ)
- การเดินทาง: หากเดินทางจากโตเกียวไปทางอาโอโมริ ให้นั่งชินคันเซ็นสาย Tohoku ไปลงที่สถานี Shin-Aomori หรือถ้าไปทางอากิตะ ให้นั่งชินคันเซ็นสาย Akita ขบวน Komachi ไปลงที่สถานี Akita จากนั้นค่อยต่อรถไฟขบวน Resort Shirakami ค่ะ
- เว็บไซต์: https://www.jreast.co.jp/railway/joyful/shirakami.html
- เบอร์โทรศัพท์: 050-2016-1600 (JR East Customer Contact Center)
- แผนที่ (Google Map): สถานี Aomori / สถานี Akita / สถานี Hirosaki
- หมายเหตุ: ขบวน Resort Shirakami เป็นรถไฟแบบระบุที่นั่งทุกที่นั่ง จึงต้องทำการจองที่นั่งก่อนขึ้นรถไฟ ช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่นหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แนะนำให้จองที่นั่งล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ นะคะ
🎫 เที่ยวให้คุ้มกว่าเดิมกับ Klook!
หากมีแพลนเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ นีงาตะ หรือนากาโนะหลายพื้นที่ “JR EAST PASS” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สะดวกค่ะ ในพาสนี้รวมค่าที่นั่งแบบ Reserved Seat ของรถธรรมดาไว้แล้ว จึงสามารถใช้พาสเพื่อจองที่นั่งบนขบวน Resort Shirakami ได้โดยไม่ต้องเสียค่าที่นั่งจองเพิ่มเติมค่ะ ทั้งนี้ยังต้องทำการระบุที่นั่งก่อนขึ้นรถไฟนะคะ
สรุปส่งท้าย
เป็นยังไงกันบ้างคะ? การใช้ชินคันเซ็นหรือเครื่องบินเพื่อพุ่งตรงไปยังจุดหมายนั้นสะดวกและดีก็จริง แต่การเลือกลองนั่งรถไฟท้องถิ่นที่ค่อยๆ วิ่งไปแบบสโลว์ไลฟ์ จะช่วยให้เราได้พบกับเสน่ห์ที่ลึกซึ้งของญี่ปุ่น ซึ่งมักจะถูกมองข้ามหากเราเที่ยวตามแพลนมาตรฐานทั่วไปค่ะ
การได้ลิ้มรสข้าวกล่องเอกิเบนแสนอร่อยของแต่ละท้องถิ่น พลางชมวิวธรรมชาติสวยๆ นอกหน้าต่าง จะทำให้ทริปญี่ปุ่นของคุณกลายเป็นความทรงจำสุดพิเศษได้อย่างแน่นอน ลองใส่เส้นทางรถไฟท้องถิ่นวิวสวยอลังการเหล่านี้ลงไปในแพลนเที่ยวญี่ปุ่นรอบหน้ากันดูนะคะ 🚄✨
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “บทความนี้มีประโยชน์จัง!” หรือ “อยากอ่านข้อมูลของพื้นที่อื่นๆ อีก!” ฝากแชร์หรือคอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะคะ 😊 คราวหน้าอยากให้เราทำรีวิวพื้นที่ไหนอีก รีเควสต์กันเข้ามาได้เลยค่า!













