ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2024 พิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) ที่อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์การสร้างผลงานและความมุ่งมั่นของ Nintendo ได้เปิดให้เข้าชมแล้วแล้วที่เมืองเกียวโต !
ในบทความนี้จะเราจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับพิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) แห่งนี้กันค่ะ
- พิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) เป็นสถานที่แบบไหนหรอ?
- มาจองบัตรเข้าชม (ระบบสุ่มจับฉลาก) กันเถอะ
- การประกาศผลการสุ่มจับฉลากรับสิทธิ์ซื้อบัตร
- ถ่ายรูปที่ระลึกกับตัวละครยอดฮิตที่จุดถ่ายรูป
- พิพิธภัณฑ์ข้างในเป็นยังไงนะ?
- ชั้น 1 เป็นมุมสัมผัสประสบการณ์เล่นเกมต่างๆ 8 เกม
- ร้านอาหาร
- มิวเซียมช็อปกับไอเทมรุ่นลิมิเต็ดมากมาย
- ข้อมูลพิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum)
พิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) เป็นสถานที่แบบไหนหรอ?

สถานที่แห่งนี้แต่ก่อนเคยเป็นโรงงาน "Nintendo Uji Ogura Factory" ซึ่งเดิมใช้สำหรับผลิตเกมส์ไพ่และการ์ดฮานะฟุดะ(หรือไพ่ดอกไม้) รวมถึงการซ่อมแซมเครื่องเล่นเกม ก่อนที่จะได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
สิ่งที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) หลักๆมาจากเนื้อหาการบรรยายที่ใช้สำหรับอบรมพนักงานใหม่ของ Nintendo
คุณ Shigeru Miyamoto ตัวแทนของ Nintendo กล่าวในงานเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ว่าแม้ Nintendo จะเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านการนำเสนอเครื่องเล่นเกมและความบันเทิงที่แปลกใหม่และมีเอกลักษณ์ แต่พิพิธภัณฑ์นี้ได้เปิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดแนวคิดของบริษัทเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคทั่วไปผ่านการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
มาจองบัตรเข้าชม (ระบบสุ่มจับฉลาก) กันเถอะ
สำหรับบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) เป็นระบบ “จองล่วงหน้าแบบระบุวันที่และเวลา” ผ่านเว็บไซต์ทางการของ Nintendo เท่านั้น ปัจจุบันมีผู้คนสนใจจำนวนมากและผู้ที่จะได้เข้าชมจะต้องเป็นผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์จากการสุ่มจับฉลากเท่านั้นค่ะ
ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2024 นี้ ระบบได้เปิดให้เราสามารถลงทะเบียนจองบัตรเข้าชมล่วงหน้าสำหรับ “การใช้บริการในอีก 3 เดือนข้างหน้า” ค่ะ
เอาล่ะ ต่อไปจะขออธิบายตั้งแต่ขั้นตอนการจองบัตรไปจนถึงการเข้าชมพิพิธภัณฑ์เลยนะ
1. สร้างบัญชี Nintendo

ขั้นแรก ก่อนที่จะสมัครการสุ่มรับสิทธิ์เพื่อซื้อบัตรเข้าชม เราจำเป็นต้องมี บัญชี Nintendo ก่อนค่ะ
หากใครยังไม่มีบัญชี สามารถสร้างบัญชีใหม่ได้ (ฟรี)
2. สมัครสุ่มจับฉลากรับสิทธิ์ซื้อบัตร

จากนั้นเลือกวันและเวลาที่ต้องการเข้าชมที่ "เลือกวันที่เข้าชม" บนหน้าจองบัตร สามารถเลือกได้มากสุด 3 รายการ

3. ยืนยันอีเมล
ตรวจสอบอีเมลที่ใช้ลงทะเบียนในบัญชี Nintendo
4. เลือกจำนวนบัตร
เลือกจำนวนบัตรที่ต้องการซื้อ
5. ตรวจสอบข้อควรระวัง
ข้อควรระวังที่สำคัญเกี่ยวกับการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) มีตามด้านล่างนี้ค่ะ
• เฉพาะผู้ที่มีชื่อเขียนอยู่บนบัตรเข้าชมเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าพิพิธภัณฑ์ได้
• ในวันเข้าชม ต้องนำ “บัตรหรือเอกสารยันตัวบุคคลของทุกคนที่จะเข้าชม” มาด้วย
6. กรอกข้อมูลผู้สมัคร
กรอกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้สมัคร
สามารถจองบัตรได้สูงสุด 8 ใบต่อวันเข้าชมเดียวกัน
ในวันเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ชื่อผู้สมัครต้องตรงกับบัตรหรือเอกสารยืนยันตัวตน
7. กรอกข้อมูลผู้เข้าชม
กรอกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้เข้าชม
ในวันเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ผู้ที่ร่วมเดินทางมาด้วยจะต้องแสดงบัตรหรือเอกสารยืนยันตัวตนเช่นกัน
การประกาศผลการสุ่มจับฉลากรับสิทธิ์ซื้อบัตร
ผลการสุ่มรับสิทธิ์จะประกาศใน “วันที่ 1 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่สมัคร เวลา 13:00 น.”
ผลจะถูกส่งไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ในบัญชี Nintendo
สามารถตรวจสอบสถานะการจองได้จาก หน้าจองบัตร
ถ่ายรูปที่ระลึกกับตัวละครยอดฮิตที่จุดถ่ายรูป

เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้ามาแล้ว ก็จะเห็นท่อเขียวขนาดใหญ่ บล็อก และโมเดลซูเปอร์เห็ดเลยค่ะ
ท่อนี้สามารถเข้าไปถ่ายรูปได้จากทางด้านหลังด้วย อย่าลืมแวะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก่อนเลยนะ!

ในบัตรเข้าชมจะมีเหรียญ 10 เหรียญ ให้แต่ละคน ซึ่งสามารถใช้ที่โซนกิจกรรมที่ชั้น 1 ได้
พิพิธภัณฑ์ข้างในเป็นยังไงนะ?

พอเข้าไปในอาคาร จะเจอกับเหล่า Toad (คิโนปิโอะ) ยืนต้อนรับพวกเราอยู่ ถ้าไปแตะหัวพวกเขา จะได้ยินเสียงคอรัสน่ารัก ๆ ด้วยนะ

ข้อมูลแนะนำเส้นทางภายในอาคาร
เมื่อผ่านประตูทางเข้ามาแล้ว ให้ไปที่พิพิธภัณฑ์ที่ชั้น 2 กันก่อนเลยค่ะ

เมื่อเข้ามาในพิพิธภัณฑ์แล้ว จะเจอกับบันไดเลื่อนขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่นี่จะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ Nintendo เคยทำออกมาวางขายจนถึงปัจจุบันซึ่งมีเยอะมากมายเลย
เราสามารถชมเครื่องเล่นเกมสำหรับที่บ้านตั้งแต่ แฟมิลี่คอมพิวเตอร์ ไปจนถึง Nintendo Switch รวมถึงซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และยังมีของเล่นที่ Nintendo สร้างขึ้นก่อนที่จะมีวิดีโอเกมอีกด้วย
*มีกฎห้ามถ่ายภาพในห้องแสดงนิทรรศการ เลยไม่มีรูปภาพจากส่วนนี้มาให้ชมกัน...
ชั้น 1 เป็นมุมสัมผัสประสบการณ์เล่นเกมต่างๆ 8 เกม

ที่ชั้น 1 เราสามารถใช้เหรียญ 10 เหรียญที่ได้รับจากบัตรเข้าชมเพื่อสนุกกับนิทรรศการเชิงประสบการณ์ 8 ประเภท ซึ่งมีการผสมผสานของเล่นที่วางจำหน่ายจาก Nintendoในอดีต กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ลองเล่นกัน
จำนวนเหรียญที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับนิทรรศการนั้นๆ และไม่สามารถเติมเหรียญเพิ่มได้ ดังนั้นต้องคิดให้รอบคอบก่อนนะว่าจะเลือกเล่นอะไรดี

Shigureden SP (ต้องใช้ 2 เหรียญ)

Ultra Machine SP (ต้องใช้ 2 เหรียญ)

Love Tester SP (สำหรับ 2 คน, ต้องใช้คนละ 2 เหรียญ)

Ultra Hand SP (ต้องใช้ 1 เหรียญ)

Game & Watch SP (ต้องใช้ 1 เหรียญ)

Nintendo Classic (ต้องใช้ 1 เหรียญ)

Big Controller (สำหรับ 2 คน, ต้องใช้คนละ 2 เหรียญ)

Zapper & Scope (ต้องใช้ 4 เหรียญ)
ร้านอาหาร

ที่ชั้น 1 คาเฟ่ "HATENA BURGER" กับการตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากเกม

มิวเซียมช็อปกับไอเทมรุ่นลิมิเต็ดมากมาย

ปิดท้ายทริปด้วยของฝาก! มีสินค้าทางการจำหน่ายมากมายซึ่งมาในธีมต่างๆทั้งจากตัวละครและโลกแห่งเกมของ Nintendo



สินค้าที่มีโลโก้ Nintendo Museum เป็นสินค้ารุ่นลิมิเต็ดที่สามารถซื้อได้ที่นี่เท่านั้น
มีสินค้าหลากหลายและเยอะมากๆ ตั้งแต่เสื้อยืด หมวก ไปจนถึง ถ้วย จานเล็ก ผ้าเช็ดหน้า พวงกุญแจ และขนม ลองตามหาของที่ถูกใจกันดูได้เลย
ที่พิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum) แห่งนี้บอกได้เลยว่าทุกคนจะได้สนุกกับโลกของเกมและประวัติศาสตร์ของนินเทนโดจากหลากหลายมุมมอง ถ้าได้ลองไปแล้วจะพบว่าเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าจะเป็นแฟนเกมตัวจริงหรือคนที่ไม่คุ้นเคยกับเกมเลย ก็สนุกได้ไม่แพ้กัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเกียวโต ต้องลองมาเที่ยวกันให้ได้นะ
ข้อมูลพิพิธภัณฑ์ Nintendo (Nintendo Museum)
Nintendo Museum
ที่อยู่
56 Kaguraden, Ogura-cho, Uji-shi, Kyoto 611-0042
วิธีเดินทาง
เดิน 5 นาทีจากทางออกด้านตะวันออกของสถานี Ogura (รถไฟ Kintetsu สาย Kyoto)
เดิน 8 นาทีจากทางออกด้านเหนือของสถานี JR Ogura (สาย JR Nara)
เวลาทำการ
10.00-18.00 น. (เข้าชมครั้งสุดท้าย 16.30 น.)
ราคา
ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) 3,300 เยน / นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย 2,200 เยน / นักเรียนประถมศึกษา 1,100 เยน
โทรศัพท์
-
ข้อมูลอื่น ๆ
ต้องจองตั๋วล่วงหน้า (พฤศจิกายน 2567)
ปิดทำการ: วันอังคารและตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ (30 ธ.ค. – 3 ม.ค.)
*หากวันอังคารเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ พิพิธภัณฑ์จะเปิดให้บริการ แต่จะปิดทำการในวันถัดไป (วันพุธ)














