ที่พักในญี่ปุ่น

เปิดประสบการณ์พักโรงแรมแบบใหม่ สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิถีพุทธศาสนาของญี่ปุ่นที่ Waqoo Shitaderamachi

ภูมิภาค
|
หัวข้อที่เกี่ยว
เปิดประสบการณ์พักโรงแรมแบบใหม่ สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิถีพุทธศาสนาของญี่ปุ่นที่ Waqoo Shitaderamachi

ช่วงหลังปีใหม่ที่ผ่านมา บังเอิญว่าได้มีโอกาสหาโรงแรมพักในตัวเมืองโอซาก้า ทำให้ไปเจอโรงแรมหนึ่งที่มีคอนเซปน่าสนใจมากทีเดียวค่ะ โรงแรมแห่งนี้ชื่อว่า Waqoo Shitaderamachi อยู่บริเวณเทนโนจิ

ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจคที่ชื่อว่า Wakuu ซึ่งมีเป้าหมายมุ่งเน้นไปที่พัฒนาพื้นที่บริเวณวัดหรือศาลเจ้าโดยการทำให้ผู้ที่มาพักได้เข้าใจถึงความสวยงาม ความน่าสนใจของศาสนาพุทธ และวัดหรือศาลเจ้าของประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งโรงแรมในเครือวาคูโปรเจคนี้มีทั้งหมด 4 แห่ง คือ

1. Waqoo Naritasan Monzen 和空 成田山門前 ที่จังหวัดชิบะ

2.Waqoo Houryuji 和空 法隆寺 ที่จังหวัดนารา

3.Waqoo Shitaderamachi 和空 下寺町ที่เมืองโอซาก้า

4.Waqoo Miidera 和空 三井寺 ที่จังหวัดชิกะ

โดยแต่ละที่พักจะมีกิจกรรมและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ยกตัวอย่างเช่น Waqoo Miidera ที่จังหวัดชิกะนั้นจะเป็นห้องพักที่อยู่ในสวนของวัด มีกิจกรรมเดินขึ้นเขาปฏิบัติธรรม พิธีชงชา หรือการพาชมตัวอาคารพร้อมเล่าประวัติศาสตร์ของวัดด้วยเช่นกัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามเว็บไซต์ของโรงแรมได้ตามลำดับค่ะ

Waqoo Naritasan Monzen 和空 成田山門前

Waqoo Houryuji 和空 法隆寺

Waqoo Shitaderamachi 和空 下寺町

Waqoo Miidera 和空 三井寺

ในส่วนของ Waqoo Shitaderamachi 和空 下寺町 ที่ได้ไปพักนั้นเป็นโรงแรมที่อยู่แถวบริเวณเทนโนจิ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นมีวัดจำนวนมากกว่า 80 แห่ง ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่พิเศษทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยคอนเซ็ปของทางโรงแรม คือ ชุขุโฮ 宿坊ซึ่งมีความหมายว่า เป็นที่พักสำหรับพระหรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปที่วัดใช้ในการพักจากการเดินทางและชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำที่พักเหล่านี้เข้ามาเป็นจุดขายให้กับคนที่อยากสัมผัสกับวัฒนธรรม ธรรมเนียมของวัดทางศาสนาพุทธ

ทุกคนไม่ต้องกังวลว่าจะมีการชวนเข้าลัทธิแปลก ๆ นะคะ เพราะส่วนใหญ่แล้วการได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับวัดของคนญี่ปุ่นนั้นส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมผสมกับการท่องเที่ยวไปในตัว รับรองว่าไม่มีการชวนเข้าลัทธิศาสนาใด ๆ แน่นอนค่ะ

บรรยายกาศของโรงแรมที่เข้าพักนั้นเมื่อเข้ามาเราจะได้สัมผัสถึงกลิ่นธูปหอม เหมือนกับได้เข้าวัดญี่ปุ่นเลยทีเดียวค่ะ

การเดินทางไปยังโรงแรมนั้นถ้าหากใครมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่แนะนำว่าให้ใช้บริการแท็กซี่น่าจะสะดวกที่สุดค่ะ เพราะว่าการเดินเท้าจากสถานีไปยังโรงแรมนั้นแม้จะใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาที แต่ว่าต้องเดินผ่านซอกซอยและเดินลงเนินค่อนข้างเยอะ ดังนั้นถ้าหากมาพักกับเพื่อนและมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่แนะนำว่าควรใช้บริการรถแท็กซี่ดีกว่า

ครั้งนี้ไม่ได้มีสัมภาระมากมาย ก็เลยใช้การเดินเท้าจากสถานี โดยลงรถที่สถานี ชิเต็นโนจิมาเอะ ยูฮิกะโอกะShitennojimae yuuhigaoka ออกประตูทางออกที่ 5  และเดินเท้าต่ออีก 6 นาที ตามแผนที่ตามเว็บของโรงแรม

https://waqoo-shitadera.com/access/

 

เมื่อตอนเข้าเช็คอินพนักงานจะแต่งตัวด้วยชุดที่เหมือนกับเป็นลูกวัดที่อาศัยอยู่ในวัด และมีรองเท้าแตะให้เลือกนำกลับบ้านเป็นที่ระลึกด้วยค่ะ

บรรยากาศในโรงแรมสวยเรียบง่าย ชวนให้จิตใจสงบมากค่ะ โรงแรมไม่ได้มีขนาดใหญ่มากค่ะ เป็นอาคารสามชั้นแต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกถือว่าครบถ้วนเลยทีเดียว

ส่วนห้องนอนถือว่าเป็นการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น เตียงเป็นแบบยกระดับและพื้นเป็นแบบเสื่อทาทามิค่ะ มีไดร์เป่าผม กาต้มน้ำ อุปกรณ์จำเป็นให้ครบหมดทุกอย่างค่ะ ส่วนชุดนอนของทางโรงแรมน่ารักมากค่ะเป็นแบบเสื้อของลูกวัด ใส่เข้าคู่กับรองเท้าแตะเลยทีเดียว

ห้องน้ำกว้างขวางสะดวกมากค่ะ 

ถ้าหากใครมาพักขอแนะนำให้ลองรับประทานอาหารเช้าที่เรียกกันว่า เซชินเรียวริ 精進料理  โดยจะมีคำอธิบายเขียนไว้ในกระดาษ มีทั้งแบบภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ เซชินเรียวริเป็นอาหารของพระที่เป็นข้าวกับผักดอง ซึ่งอาหาแบบเซชินเรียวรินี้จะมีของต้องห้ามสองชนิดนั่นคือ หนึ่ง สิ่งของที่มีเนื้อสัตว์​ ปลา และไข่ สองคือผักประเภทที่เรียกว่า โกะกุน ซึ่งเป็นผักที่มีกลิ่นรุนแรงเช่น ต้นหอม และกระเทียม ซึ่งเชื่อกันว่าจะมีผลต่อสภาพจิตใจ

สีสันของอาหารนั้นจะมีทั้งหมด 5 สี นั่นคือ สีดำ ขาว แดง เหลือง เขียว  มีทั้งหมด 5 รสชาติคือ เค็ม เปรี้ยว หวาน ขม และกลมกล่อม และต้องปรุงด้วย 5 วิธีคือ ย่าง นึ่ง อบ ทอด และหั่นสด

ขั้นตอนในการกินนั้นเริ่มแรกคือ พูดว่า อิทาดาคิมัส เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่ออาหารและคนที่ทำ จากนั้นจะมีการขั้นตอนที่เรียกว่า ซาบะ นั่นคือการหยิบข้าวมาคำเล็ก ๆ มาวางไว้ที่มุมบนสุดของถาดอาหารเพื่อเป็นการเผื่อแผ่ให้กับสัตว์ตัวเล็ก ๆ มากิน

นอกจากนี้เป็นธรรมเนียมของการกินอาหารแบบพระคือเราจะเหลือของดองไว้1 ชิ้นเพื่อใช้ในการทำความสะอาดถ้วยข้าว โดยจะมีการเทน้ำร้อนลงไปในชามข้าวที่เหลือและใช้ของดองนั้นปาดเอาของเหลือที่ติดตามถ้วยข้าวมากินให้หมด เพื่อเป็นการแสดงความหมายว่าไม่กินทิ้งกินขว้าง

(แต่ในโรงแรมไม่ได้เคร่งครัดขนาดนั้นค่ะ กินได้ตามสบายเลย)

นอกจากนี้ตรงบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมจะมีหนังสือเกี่ยวกับศาสนาพุทธ และสินค้าเกี่ยวกับศาสนาพุทธให้อ่าน

 

การมาเข้าพักที่นี่มีกิจกรรมที่ทางโรงแรมจัด นั่นคือ การนั่งสมาธิ ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย

กิจกรรมวาดรูปพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ในปางต่าง ๆ  ซึ่งเรียกกันว่า เอะซะเคียว ซึ่งเป็นการฝึกสมาธิหรือสมองไปพร้อมกัน ในส่วนนี้มีค่าใช้จ่ายแต่อาจจะต้องสอบถามกับทางโรงแรมเพิ่มเติม

กิจกรรมคัดลอกพระคัมภีร์ ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกจิตในรูปแบบหนึ่ง ถ้าหากใครสนใจกิจกรรมเหล่านี้สามารถติดต่อสอบถามกับทางโรงแรมได้

ซึ่งต้องจองล่วงหน้า 2 วัน ส่วนทางนี้ไม่มีเวลาก็เลยไม่ได้ลองทำนะคะ ไว้จะลองทำโอกาสหน้าค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะสำหรับโรงแรมที่แนะนำมา ส่วนตัวอยากจะไปลองทำกิจกรรมกับทางโรงแรมดูสักครั้ง แล้วก็อยากลองไปโรงแรมที่อยู่ในเครืออีกค่ะ ถือว่าได้ไปพักผ่อนทั้งทางร่างกายและจิตใจด้วยนะคะ 

ข้อมูลเพิ่มเติม

Waqoo Shitaderamachi, Osaka, Osaka-shi, tennoji-ku, Shitaderamachi 2-5-12, 543-0076

tel: 06-6775-7020, Fax: 06-6775-7030, Mail: [email protected]

website: https://waqoo-shitadera.com/

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Pleng Chayaporn
เวลารู้สึกเหนื่อย ๆ จะพกกล้องและออกเดินทางไปเที่ยวคนเดียว หรือออกไปเดินหาร้านกาแฟ ร้านอาหารในท้องถิ่นเพื่อไปสัมผัสกับบรรยากาศ ผู้คนและวัฒนธรรมในที่แห่งนั้น
RELATED POST

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!