ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

มหาวิทยาลัยชั้นนำญี่ปุ่นมีที่ไหนบ้าง

หัวข้อที่เกี่ยว
มหาวิทยาลัยชั้นนำญี่ปุ่นมีที่ไหนบ้าง

ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศในเขตเอเชียที่มีระบบการศึกษาชั้นนำระดับโลก มหาวิทยาลัยหลายแห่งในญี่ปุ่นมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จนติดอันดับ 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก สูงสุดคือมหาวิทยาลัยโตเกียวที่ล่าสุดเมื่อปี 2021 ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 23 ของโลกเลยทีเดียว

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างทรัพยากรรุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งด้านสังคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อความก้าวหน้าของประเทศ กระทรวงศึกษาธิการของประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับตรงนี้มาก ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันสูงของนักเรียนมัธยมในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ใครที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ก็จะมีโอกาสเข้าทำงานในบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นได้มากขึ้น

จริงๆแล้ว มหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นก็แบ่งเป็นภาครัฐและเอกชน และแต่ละจังหวัดก็มีมหาวิทยาลัยในเขตพื้นที่ตัวเองอยู่แล้ว แต่ด้วยการแข่งขันทางการศึกษาเพื่อที่จะผลิตนักวิชาการและคนรุ่นใหม่ให้มีชื่อเสียงระดับประเทศและนานาชาติมากขึ้น นักเรียนส่วนใหญ่จึงต่อสู้กันเพื่อเข้าในมหาวิทยาลัยชั้นนำ

เราไปดูกันว่า มีมหาวิทยาลัยไหนบ้างในญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในระดับประเทศและระดับโลกกัน

University of Tokyo

มหาวิทยาลัยที่ขึ้นลำดับหนึ่งเลยของญี่ปุ่นนั้นคือ มหาวิทยาลัยโตเกียว ไม่เพียงแต่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่มีชื่อเสียงในระดับโลก ปี 2021นี้ มหาวิทยาลัยโตเกียวได้รับการจัดลำดับเป็นที่ 23 ของโลก ซึ่งมีอยู่ไม่กี่มหาวิทยาลัยจากเอเชียที่สามารถขึ้น top 50 ได้ และมหาวิทยาลัยโตเกียวก็ครองแชมป์อยู่ในตำแหน่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกมานานหลายปี

มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันสั้นๆว่า “โทได” เป็นมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยภาครัฐที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี 1877 มีการจัดโปรแกรมทั้งระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโทในหลากหลายสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ กฎหมาย วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมต่างๆ ซึ่งนักศึกษาสามารถสอบเข้าในคณะที่ตัวเองต้องการจะศึกษาได้จากระบบสอบเข้ากลางของประเทศญี่ปุ่น แต่ด้วยความที่เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นก็จะทำให้มีการแข่งขันสูงมากเพื่อที่จะสามารถเข้ารับการศึกษาในมหาวิทยาลัยที่นี่ได้ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยก็อยู่ในใจกลางเมืองโตเกียว เป็นแหล่งรวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ ผสมผสานกับวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นกันอย่างลงตัว นักศึกษาที่นี่ ไม่เพียงแต่ได้รับการศึกษาระดับชั้นนำแล้ว ยังได้อยู่ในเมืองที่มีความก้าวหน้าและพัฒนาในระดับโลกอีกด้วย

นักวิทยาศาสตร์และนักพัฒนาของญี่ปุ่นหลายคนก็จบมาจากมหาวิทยาลัยโตเกียวแห่งนี้ หลายคนสำเร็จไปจนถึงได้รับรางวัลโนเบล นอกจากนี้แล้ว นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นกว่า 17 คน นักบินอวกาศกว่า 3 คน ก็มีแบล็คกราวมาจากมหาวิทยาลัยโตเกียวทั้งนั้น นับเป็นแหล่งผลิตหัวกะทิของประเทศล้วนๆ ใครที่สามารถจบจากมหาวิทยาลัยโตเกียวได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งในสายงาน เพราะว่าไปที่ไหนทุกคนก็เปิดประตูพร้อมรับเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกอย่างแน่นอน

University of Kyoto

มหาวิทยาลัยอีกหนึ่งแห่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้มหาวิทยาลัยโตเกียวเลย นั่นคือมหาวิทยาลัยเกียวโต มหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ที่เมืองแห่งประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น เรียกสั้นๆว่า “เคียวได” ก่อตั้งในปี 1897 เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับสองของประเทศญี่ปุ่นลองจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ล่าสุดในปี 2021 มหาวิทยาลัยเกียวโตได้ถูกจัดลำดับเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดลำดับ 33 ของโลก เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยจากประเทศเอเชียที่ขึ้นใน Top 50

มหาวิทยาลัยเกียวโตเป็นมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยภาครัฐที่ปัจจุบันนำเสนอกว่า 10 คณะในหลากหลายสาขาวิชา ทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การศึกษา เศรษฐศาสตร์ เภสัชศาสตร์ การเกษตร มนุษยศาสตร์และการบริหารเป็นต้น มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงระดับปริญญาเอก จุดเด่นของมหาวิทยาลัยนี้คือเน้นการศึกษาวิจัยด้วยตัวเองและการเข้าร่วมในภาคนานาชาติ มหาวิทยาลัยล้อมรอบด้วยธรรมชาติและวัดโบราณเก่าๆที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมากและยังถูกลงบันทึกเป็นมรดกสำคัญของโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งที่ที่เหมาะแก่การศึกษาหาความรู้และใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

มหาวิทยาลัยเกียวโตได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตผู้ได้รับรางวัลโนเบลมากที่สุดจากมหาวิทยาลัยทั้งหมดในเขตภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลที่จบจากมหาวิทยาลัยเกียวโตนี้ทั้งหมด 18 คน ทั้งนี้ ยังไม่รวมรางวัลทางด้านวิชาการในระดับโลกอื่นๆไม่ว่าจะเป็น  Gauss Prize หรือ John Maddox Prize เป็นต้น ผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นหลายคนก็เป็นหนึ่งในศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเกียวโต ด้วยชื่อเสียงที่โดดเด่นทั้งภาควิชาการและตัวอย่างความสำเร็จของผู้ที่จบการศึกษามา ทำให้มหาวิทยาลัยเกียวโตเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้าได้ยากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีนักเรียนหลายคนที่ตั้งใจและมุ่งมั่นเพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของมหาวิทยาลัยเกียวโตนี้ ซึ่งแน่นอน เมื่อประสบความสำเร็จการศึกษามา ทุกบริษัทก็ยินดีต้อนรับเข้าทำงาน 100%

Osaka University

อีก 1 มหาวิทยาลัยชื่อดังในเขตคันไซ นั่นคือมหาวิทยาลัยโอซาก้า หรือรู้จักกันในนามว่า  “ฮันได” เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยภาครัฐ ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1931 ตั้งอยู่ในจังหวัดโอซาก้า เป็น 1 ใน 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นลองจากมหาวิทยาลัยโตเกียวและมหาวิทยาลัยเกียวโต ในปีล่าสุด 2021 มหาวิทยาลัยโอซาก้าจัดอยู่ในลำดับที่ 75 ของโลก

มหาวิทยาลัยโอซาก้ามีโปรแกรมตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอกเช่นกัน ประกอบด้วยคณะหลากหลายสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นมนุษยศาสตร์ ภาษาศาสตร์กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชศาสตร์และวิศวกรรม แต่ที่โดดเด่นที่สุดของมหาวิทยาลัยนี้คือคณะทันตแพทย์ ฟิสิกส์ วิศวกรรมเคมี และดาราศาสตร์ ซึ่งศิษย์เก่าขอมหาวิทยาลัยโอซาก้าหลายคนก็ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาเหล่านี้และรางวัลอื่นๆในระดับโลกด้วยเช่นกัน Osama Tezuka นักเขียนการ์ตูนชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นที่ได้ฉายาว่าเป็น “บิดาแห่งนักวาดการ์ตูน” ของญี่ปุ่นก็เป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยโอซาก้าแห่งนี้ นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีผู้บริหารของบริษัทชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารจากบริษัท Sony หรือ Panasonic เก่าก็เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยโอซาก้า

ถ้าพูดในลำดับประเทศของญี่ปุ่นก็ถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง 1 ใน 3 แต่ถ้าเมื่อเทียบในเขตคันไซแล้วก็ยังสูสีกับมหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ก็อยากที่จะสอบเข้าให้ได้ โดยเฉพาะนักเรียนในสาขาวิชาวิทย์คณิตที่ต้องการศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นจากมหาวิทยาลัยโอซาก้ามากกว่ามหาวิทยาลัยเกียวโต ก็จะพยายามเต็มที่ เข้าสู่สนามแข่งขันกันอย่างจริงจังในช่วงฤดูสอบเอ็นทรานซ์ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะถูกจัดในช่วงต้นปีของทุกๆปี มหาวิทยาลัยโอซาก้าเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีในการสมัครงานจากทุกบริษัท

Tokyo Institute of Technology

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโตเกียวหรือที่รู้จักกันในนาม “TIT” เปรียบเสมือนเป็น “MIT” ของภูมิภาคเอเชีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโตเกียวก่อตั้งขึ้นมาในปี 1881 ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว เป็นมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้ง ยังเป็น 1 ใน 5 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับระดับโลกแล้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโตเกียวจัดอยู่ในลำดับที่ 56 ของปี 2021 นี้ ซึ่งแซงขาดมหาวิทยาลัยโอซาก้าไปเลย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโตเกียวเปิดสอนในหลักสูตรหลักๆคือระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท แต่ก็มีคอร์สสั้นหรือคอร์สอบรมเฉพาะด้านอื่นๆอีกหลายรายการ  โดยเน้นไปด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมในสาขาต่างๆ สาขาคอมพิวเตอร์ รวมถึงวิทยาศาสตร์ ทั้งทางเคมี ฟิสิกส์และนาโนเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังมีศูนย์วิจัย 6 แห่งที่เน้นไปด้านการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น Materials and Structures Laboratory, Research Laboratory for Nuclear Reactors, Quantum Nanoelectronics Research Centre เป็นต้น

ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโตเกียวที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในระดับประเทศและระดับนี้ ยังมีศิษย์เก่าที่เป็นนักวิทยาศาสตร์หลายท่านที่ได้รับรางวัลโนเบล รวมถึง Game developer ชื่อดังและเป็น CEO เก่าของบริษัท Nintendo ก็เป็นศิษย์เก่าของสถาบันนี้

ด้วยความแข็งแกร่งในการศึกษาและวิจัยในสาขาภาคเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโตเกียวได้ยืนตำแหน่งมหาวิทยาลัยที่มีอัตราประสบความสำเร็จในการได้รับงานอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้นักเรียนหลายคนที่ชื่นชอบในสาขาวิชาวิทย์คณิตต้องการที่จะเข้าเรียนในสถาบันนี้เป็นอย่างมาก การแข่งขันในการเข้าสอบก็ยากในระดับต้นๆของประเทศ ซึ่งแข่งกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวหรือมหาวิทยาลัยเกียวโตเลย แต่ที่นี่จะเน้นการแข่งขันในกลุ่มนักเรียนสายวิทย์คณิต

Keio University

อีก 1 มหาวิทยาลัยชื่อดังที่ตั้งอยู่ในเมืองโตเกียวนั่นคือ มหาวิทยาลัยเคโอ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1858 มีโปรแกรมการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในหลากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่ การบริหาร เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ กฎหมาย เทคโนโลยีสังคมศาสตร์ พยาบาลเป็นต้น สาขาวิชาที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนี้ก็จะเป็นสายศิลป์คือ คณะเศรษฐศาสตร์ กฎหมายและบริหาร

มหาวิทยาลัยเคโอเป็น 1 ใน 2 มหาวิทยาลัยจากประเทศญี่ปุ่นที่เข้าร่วมในกลุ่ม  the World Economic Forum's Global University Leaders Forum เคียงข้างกับมหาวิทยาลัยโตเกียว นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหลายคนก็จบจากมหาวิทยาลัยนี้ นอกจากนี้ยังมีนักบินอวกาศอีก 2 ท่านที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเคโอ แต่เนื่องด้วยความแข็งของสาขาวิชาบริหารและเศรษฐศาสตร์ ทำให้มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตผู้บริหารของบริษัทชั้นนำประเทศญี่ปุ่นมากที่สุดรวมถึง CEO ของบริษัทโตโยต้า

ด้วยความที่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนของประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใครๆก็สามารถจะเข้าได้ การสอบแข่งขันยังมีการแข่งขันที่สูงมาก โดยเฉพาะนักเรียนที่อยากจะศึกษาทางด้านบริหารหรือเศรษฐศาสตร์ ต่างจากการเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนที่ไทยซึ่งมีความง่ายกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐ แต่ที่ญี่ปุ่นยังใช้ระบบการสอบเข้าอย่างจริงจัง ต่างกันที่ค่าเทอม มหาวิทยาลัยเอกชนจะสูงกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐที่มีทางกระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรสนับสนุน

มหาวิทยาลัยเคโอยังมีการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยมีทั้งส่งนักเรียนญี่ปุ่นไปแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมในมหาวิทยาลัยชั้นนำนานาชาติ และรับนักเรียนแลกเปลี่ยนจากทั่วมุมโลกมาเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาญี่ปุ่นที่ campus ในเมืองโตเกียว ทำให้มหาวิทยาลัยเคโอยังได้ขึ้นชื่อว่า เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความ International มากและนักเรียนส่วนใหญ่ก็มีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับที่ดีทีเดียวเมื่อเทียบกับนักเรียนทั่วไปจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ

มหาวิทยาลัยชั้นนำส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ทั้งสองเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นคือ เมืองโตเกียวและเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นศูนย์รวมทางด้านทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน  นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยที่แนะนำข้างต้นแล้ว แต่ละเขตพื้นที่ก็มีมหาวิทยาลัยชั้นนำอีก ตัวอย่างเช่น ในเขตชูบุหรือตอนกลางของญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยนาโกย่า ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ Top 10 ของประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน ถ้าเป็นบนเกาะฮอกไกโด ก็ต้องเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโด เป็นต้น ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็มีชื่อเสียงในพื้นที่นั้นๆในสาขาวิชาที่แตกต่างกันไป คนญี่ปุ่นเองไม่ใช่ทุกคนที่จะเลือกมหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ หลายคนอยากอยู่ที่บ้านเกิด สำหรับนักเรียนเหล่านั้นก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังในเขตเมืองบ้านเกิดของเขาเอง เพราะสุดท้ายแล้ว การได้รับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและสำเร็จการศึกษาออกมาทุกคนมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะจบมาจากมหาวิทยาลัยภาครัฐหรือเอกชนก็ตาม

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
Ammer
Ammer
สวัสดีครับ ผมแอมเมอร์ ครับ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Nanzan University ที่ประเทศญี่ปุ่นและใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นกว่า 7 ปี อดีต เป็นพนักงานต้อนรับบนเรื่องบินและบินเส้นทางญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ทำให้มีความคุ้นเคยกับญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือจดใต้ ประเทศญี่ปุ่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ปัจจุบันทำงานเป็นให้กับบริษัทเอกชนชื่อดัง นอกเหนือจากงานเขียนบน OhHoTrip ยังมีผบงานเขียนหนังสือออนไลน์ เรียน"ญี่ปุ่น" ยังไงให้รอด และช่อง Youtube เกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ถ้าชอบ Blog ที่ผมเขียน ช่วยกด LIKE กดแชร์ด้วยนะครับ :) https://www.youtube.com/c/Ammerkongtangjitt-japan
RELATED POST
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

เดินทางสู่ใจกลางโตเกียวง่ายๆจากสนามบิน Narita / Haneda สบายกว่า เร็วกว่า++

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพร้อมกับบทความสั้นๆ แนะนำการเดินทางระหว่างสนามบ … 15/04/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

What to wear in Japan - ไอเดียการแต่งตัวสำหรับเที่ยวญี่ปุ่นทั้ง 12 เดือน

ว่าด้วยเรื่องแฟชั่น! แน่นอนว่า ด้วยสภาพสังคมเช่นนี้ เทรนด์การแต่งตัวค … 09/01/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

พักแรมในวัด..สัมผัสบรรยากาศพุทธแท้ในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีรากฐานซึ่งได้รับอิทธิพลจากศาสนาอย่างลึกซึ้ง ไม่ … 06/04/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

10 มรรยาทควรรู้ในการเที่ยวญี่ปุ่น

1.ไม่ต้องทิป สังคมญี่ปุ่นถือว่าการทำงานอย่างเต็มที่ บริการอย่างดีที … 15/04/2020
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
ข้อควรรู้ญี่ปุ่น

ว่าด้วยเรื่อง "ราเม็ง" ... (Japanese Ramen)

"ราเม็ง" (ラーメン) เป็นอาหารยอดนิยมและเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารประจำชา … 20/03/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

OhHotrip.com icon
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.