ที่เที่ยวในญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

Cover Museum

นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วประเทศแล้ว ญี่ปุ่นยังมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่น่าสนใจและจะทำให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ ที่บ่งบอกตัวตนของความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

วันนี้เราจะพาไปรู้จัก 13 พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ที่ไม่อยากให้พลาดแวะไปเยี่ยมชมสักครั้งหากมีโอกาส การันตีได้ว่า แต่ละที่ล้วนมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันและจะไม่ทำให้คุณเสียดายเวลาเลยแม้แต่นิดเดียว

++++++++++++++++++++ ♦ ++++++++++++++++++++

1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงโตเกียว (Tokyo National Museum)

หากพูดถึงพิพิธภัณฑ์ในญี่ปุ่น ที่นี่น่าจะเป็นรายชื่ออันดับแรกๆในลิสต์ที่ต้องไปให้ได้ (Must-Visit) ของใครหลายๆคนเลยทีเดียว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงโตเกียว ยังได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1872 มีโซนจัดแสดง 5 ส่วน โดยแบ่งเป็นอาคารจัดนิทรรศการ งานแสดง/คอนเสิร์ต งานเพื่อการศึกษาและวิจัย ซึ่งรวบรวมสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญทางโบราณคดีและศิลปะแบบดั้งเดิมไว้อย่างหลากหลายจากทั่วภูมิภาคเอเชีย (เน้นญี่ปุ่นเป็นหลัก) นอกจากนั้นยังมีโซนร้านอาหารและขายของที่ระลึกอีกด้วย

ที่อยู่: 13-9 Ueno Park, Taito-ku, Tokyo, 110-8712, Japan

การเดินทาง: เดิน 10 นาที จากถไฟ JR สถานี Ueno หรือ Uguisudani / หรือ เดิน 15 นาที จากรถไฟใต้ดินสาย Ginza หรือ Hibiya สถานี Ueno / หรือ เดิน 15 นาที จากรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda สถานี Nezu / หรือ เดิน 15 นาที จากรถไฟสาย Keisei สถานี Ueno

วัน-เวลาทำการ: 09.30-17.00 น. (หยุดวันจันทร์ และวันหยุดตามประกาศ)

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / นักศึกษา 500 เยน / เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปี เข้าชมฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.tnm.jp/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

2. พิพิธภัณฑ์จิบลี (Ghibli Museum)

เป็นอีกหนึ่งที่มีชื่ออยู่ในอันดับต้นๆของพิพิธภัณฑ์ที่ห้ามพลาด โดยเฉพาะสำหรับแฟนๆภาพยนต์จาก Studio Ghibli ของ Miyazaki Hayao หนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชั่นที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการจัดแสดงประวัติและเทคนิคของการสร้างภาพแอนิเมชั่นและมีโรงภาพยนต์ขนาดเล็กที่จะฉายหนังสั้นที่เป็นลิขสิทธิ์ของ Studio Ghibli แต่เพียงผู้เดียว นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงหุ่นจำลองของตัวละครชื่อดัง (ซึ่งอาจเป็นตัวละครในดวงใจของคุณ) อยู่โดยรอบ ทั้งที่เป็นรูปปั้นขนาดเท่าคนจริง หรืออาจจะเป็นหุ่นของเล่นขนาดใหญ่

ที่อยู่: 1-1-83 Shimorenjaku, Mitaka-shi, Tokyo 181-0013, Japan

การเดินทาง: เดิน 15 นาที จากรถไฟ JR Chuo Line สถานี Mikata

วัน-เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น. ทุกวัน

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็กอายุ 13-18 ปี 700 เยน / เด็กอายุ 7-12 ปี 400 เยน / เด็กอายุ 4-6 ปี 100 เยน / เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เข้าชมฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.ghibli-museum.jp/en/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

3. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum)

จากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ.1945 ทำให้ฮิโรชิม่าถูกทำลายอย่างย่อยยับ ในเวลาต่อมาชาวเมืองฮิโรชิม่าจึงได้ช่วยกันเก็บรวบรวมเศษซากต่างๆที่ยังหลงเหลือไว้ด้วยกัน จนเกิดโฉมแรกของอนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพนี้ขึ้นมานับแต่นั้น

ภายในพื้นที่จะเป็นสวนสาธารณะ มีป้ายสักการะดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูขนาดใหญ่ และเป็นสถานที่จัดงาน “Hiroshima Peace Memorial Ceremony” ในวันที่ 6 ส.ค.ของทุกปี มีอาคาร “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า” ที่จะแสดงข้อมูลและภาพจำลองเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมดังกล่าว โดยใช้ CG ล้ำยุค เพื่อเตือนให้เห็นถึงความสูญเสียจากสงคราม และอีกจุดไฮไลท์คือ “โดมปรมาณู” (Genbaku Dome) สถาปัตยกรรมอันงดงามที่ถูกระเบิดทำลายจนเหลือเพียงซากความทรงจำ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.1996

ที่อยู่: 1-2 Nakajima-cho, Naka-ku, Hiroshima 730-0811 Japan

การเดินทาง: เดินทางจากรถไฟ JR สถานี Hiroshima;

  • โดยใช้ทางออก A-3 ไปนั่งรถบัสหมายเลข 24 (ไป Yoshijima) ไปลงที่ Heiwa kinen koen ใช้เวลา 20 นาที
  • โดยใช้ทางออก Shinkansen-guchi ไปนั่งรถ Hiroshima Meipuru~pu ไปลงที่ Heiwa kinen koen ใช้เวลา 17 นาที
  • นั่งแท็กซี่ 15 นาที

วัน-เวลาทำการ: 08.30 – 18.00 น. / วันที่ 5 และ 6 สิงหาคม เปิดถึง 20.00 น.

ค่าเข้าชม: เฉพาะส่วนพิพิธภัณฑ์ – ผู้ใหญ่ 200 เยน (อายุเกิน 65 ปี 100 เยน) / นักเรียนมัธยมปลาย 100 เยน / เด็กทั่วไป-นักเรียนมัธยมต้น เข้าชมฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://hpmmuseum.jp/?lang=eng

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

4. พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต (Kyoto Railway Museum)

เดิมทีก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 ในชื่อของ “Umekoji Steam locomotive Museum” ก่อนที่จะปิดตัวไปและกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี 2016 พร้อมชื่อใหม่ไฉไลกว่าเดิมคือ “Kyoto Railway Museum” ภายใต้คอนเซ็ปท์ “ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของรถไฟ ที่ก้าวหน้าไปพร้อมกับชุมชน” เพื่อให้คนทั่วไปได้สัมผัสประสบการณ์แห่งนวัตกรรมความทันสมัย ผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานของรถไฟ

อาคารจัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 ชั้น มีการจัดนิทรรศการแนะนำโครงสร้างและอุปกรณ์ต่างๆเกี่ยวกับรถไฟ รวมทั้งจัดแสดงรถไฟแบบต่างๆทั้งในอดีตแบบที่เป็นหัวรถจักรไอน้ำ มาจนยุคปัจจุบันที่เป็นรถไฟหัวกระสุน หรือ ชินคันเซ็น (รถไฟความเร็วสูง) โดยมีจุดไฮไลท์คือโซน Roundhouse ที่ว่ากันว่าเคยเป็นโรงเก็บรถที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศที่นับเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ที่อยู่: Kankijicho, Shimogyo-ku, Kyoto

การเดินทาง: เดิน 2 นาทีจากรถไฟใต้ดินสถานี Umekoji-Kyotonishi / หรือเดิน 20 นาที จากรถไฟ JR สถานี Kyoto

วัน-เวลาทำการ: 10.00 – 17.30 น. ปิดทุกวันพุธ ยกเว้นวันหยุดตามประกาศ

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป 1,200 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย-นิสิตนักศึกษา 1,000 เยน / นักเรียนประถม-มัธยมต้น 500 เยน / เด็ก 3 ขวบขึ้นไป 200 เยน

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.kyotorailwaymuseum.jp/en/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

5. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ (Fukui Prefectural Dinosaur Museum)

เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งในจังหวัดฟุกุอิมีการขุดพบโครงกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก จึงมีการตั้งชื่อได้โนเสาร์ตามสถานที่ขุดพบ ใช้ชื่อพันธุ์ว่า “Fukuisaurus Tetoriensis”

ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิจะแบ่งการจัดแสดงเป็นโซน คือ โซนหลัก ซึ่งจะจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่ค้นพบในพื้นที่กว่า 40 ชนิด จากนั้นจะเป็นโซนธรณีวิทยา ที่จะอธิบายประวัติศาสตร์เปลือกโลกและฟอสซิลต่างๆ ถัดมาจะเป็นโซนอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างมีสเน่ห์เข้ากับบรรยากาศโลกดึกดำบรรพ์ นอกจากนั้นยังมีโซนขายของที่ระลึก และที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์คือ โซนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จะเปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปขุดหาฟอสซิลกันจริงๆบนชั้นดินที่ทำการจัดแสดง

ที่อยู่: 51-11 Terao Murokochō Katsuyama-shi, Fukui-ken

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ไปลงที่สถานี Fukui จากนั้นต่อรถไฟ Echizen สาย Eiheiji Katsuyama ไปลงที่สถานี Katsuyama (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) จากนั้นนั่งรถแท็กซี่ประมาณ 10 นาที หรือจะใช้บริการ Community Bus ซึ่งวิ่งไปยังพิพิธภัณฑ์ก็ได้ แต่อาจใช้เวลานานขึ้น 5-10 นาที

วัน-เวลาทำการ: 09.00 – 17.00 น. หยุดทุกวันพุธที่ 2 และ 4 ของเดือน และวันหยุดตามประกาศ

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 730 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย-นิสิตนักศึกษา 420 เยน / นักเรียนประถม-มัธยมต้น 260 เยน / ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป และเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ เข้าชมฟรี / (มีค่าเข้าชมเพิ่มเติมในโซนขุดฟอสซิล)

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.dinosaur.pref.fukui.jp/en

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

6. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเนะ (Hakone Open-Air Museum)

เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกในญี่ปุ่น ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1969 เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะรูปปั้นแกะสลักจากผลงานของศิลปินชื่อดังระดับโลกทั้งอดีตและปัจจุบันกว่า 120 ชิ้น ภายในพื้นที่สวนสาธารณะสีเขียวขจีขนาด 70,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูเขาและอุทยานแห่งชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะเดินเสพผลงานศิลปะชิ้นเล็กๆไปจนชิ้นมหึมาอันทรงคุณค่าอย่างระมัดระวัง แต่ก็จะมีผลงานบางส่วนที่เปิดโอกาสให้เด็กๆสามารถสัมผัสได้เช่นกัน รวมไปถึงอาคารศิลปะ Picasso ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เพราะมีกิจกรรมด้านศิลปะให้เลือกทำได้หลากหลาย

นอกจากนั้นที่นี่ยังมีนิทรรศการและการจัดแข่งขันทางศิลปะทั้งเอ้าท์ดอร์และอินดอร์อยู่เรื่อยๆตามฤดูกาล มีร้านอาหารและโซนขายของที่ระลึกให้แวะชม ที่สำคัญคือตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวและเม้าท์ฟูจิ การเดินทางจึงสะดวกสบายเป็นอย่างมาก

ที่อยู่: 1121 Ninotaira, Hakone-machi, Ashigarashimo-gun, Kanagawa 250-0493

การเดินทาง: จากโตเกียว นั่งรถไฟสาย Odakyu ไปลงที่สถานี Hakone Yumoto จากนั้นต่อรถไฟ Hakone Tozan มาลงที่สถานี Chokoku-no-Mori เดินต่ออีก 2 นาที ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์

วัน-เวลาทำการ: เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,600 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย-นิสิตนักศึกษา 1,200 เยน / นักเรียนประถม-มัธยมต้น 800 เยน (ทุกราคาจะมีส่วนลดเมื่อซื้อตั๋วออนไลน์ โปรดเช็คข้อมูลเพิ่มเติม)

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.hakone-oam.or.jp/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาชิ (Adashi Museum of Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาชิ ก่อตั้งขึ้นโดย Adashi Zenko ในปี 1980 โดยนำเอาความหลงใหลในงานศิลปะญี่ปุ่นขนานแท้ของเจ้าตัว มาผสมผสานกับงานจัดสวนสวยๆ ด้วยความหวังว่าการรับชมงานศิลปะในสวนที่ออกแบบตกแต่งอย่างมีชั้นเชิง จะสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมได้มากขึ้น

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาชิเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในเรื่องการจัดสวน และได้รับรางวัลสวนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นมา 17 ปีติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 2003) โดย “Journal of Japanese Garden” คุณสามารถเพลิดเพลินกับสวนของที่นี่ได้ตลอดทั้งปีในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ต่างกันไปตามช่วงเวลา นอกเหนือจากสวนแล้ว พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาชิยังเป็นที่จัดแสดงผลงานจิตรกรรมและงานศิลปะในศตวรรษที่ 20 จำนวนเกือบ 1300 ชิ้นที่หมุนเวียนตามช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงภาพเขียนถาวรโดย Yokoyama Taikan และการจัดแสดงนิทรรศการกระเบื้องเซรามิคด้วย

ที่อยู่: 320 Furukawa-cho, Yasugi, Shimane, 692-0064, JAPAN

การเดินทาง: ใช้รถไฟ JR โดยนั่ง Shinkansen จากโตเกียวสถานี Tokyo, Nagoya, Shin-Osaka, และ Hakata ไปลงที่สถานี Okayama จากนั้นต่อรถไฟที่จะไป Izumo City หรือ JR สาย Habuki มาลงที่สถานี Yasuki ซึ่งจะมี Shuttle Bus รับ-ส่ง ถึงพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

วัน-เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.30 น. (เม.ย. – ก.ย.) / และ 09.00 – 17.00 น. (ต.ค. – มี.ค.)

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 2,300 เยน / นิสิตนักศึกษา 1,800 เยน / มัธยมปลาย 1,000 เยน / ประถม-มัธยมต้น 500 เยน

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.adachi-museum.or.jp/en

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

8. พิพิธภัณฑ์เนซู (Nezu Museum)

พิพิธภัณฑ์ Nezu (根津美術館, Nezu bijutsukan) เคยเป็นที่รู้จักในนามสถาบันวิจิตรศิลป์เนซู เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ตั้งอยู่ในย่านฮาราจูกุ ในกรุงโตเกียว เดิมใช้เป็นที่จัดแสดงคอลเล็กชั่นส่วนตัวของ Nezu Kaichirō ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานศิลปะญี่ปุ่นโบราณและเอเชียตะวันออก และหลังจากที่คุณเนซูเสียชีวิตลงในปี 1940 จึงได้มีการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงงาน และเปิดให้สาธารณชนเข้าชมเป็นครั้งแรกในปี 1941 เคยปิดปรับปรุงในปี 2006 และกลับมาเปิดใหม่ในปี 2009 พร้อมกับอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ที่ออกแบบโดย Kengo Kuma สถาปนิกชาวญี่ปุ่น

ตัวอย่างคอลเล็กชั่นชิ้นสำคัญที่จัดแสดงได้แก่ ภาพวาดบนม่านบานพับสมัยเอโดะ โดย Ogata Kōrin ฯลฯ ด้านงานศิลปะอื่นๆที่น่าสนใจก็มี อาทิเช่น ภาพวาดจากจิตรกรที่มีชื่อเสียง, การประดิษฐ์ตัวอักษร, ประติมากรรม, เซรามิก, สิ่งทอและวัสดุทางโบราณคดี รวมไปถึง เครื่องทองสัมฤทธิ์จากจีนสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว นอกจากนั้น พิพิธภัณฑ์เนซู ยังขึ้นชื่อเรื่องสวนสไตล์ญี่ปุ่นอันกว้างใหญ่อีกด้วย

ที่อยู่: 6-5-1 Minami-Aoyama Minato-Ku, Tokyo 107-0062, Japan

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Hanzomon หรือ Chiyoda ไปลงสถานี Omotesando ย่านกินซ่า ใช้ทางออก A5 (บันได) เดินประมาณ 8 นาที ถึงพิพิธภัณฑ์ / หรือใช้ทางออก B4 และ B3 (บันไดเลื่อน) แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

วัน-เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น. หยุดวันจันทร์ (เปิดบริการวันจันทร์ที่เป็นวันหยุดตามประกาศ โดยเลื่อนไปปิดวันอังคารแทน)

ค่าเข้าชม: วันปกติ ผู้ใหญ่ 1,100 เยน / นักเรียน-นักศึกษา 800 เยน ส่วนวันที่มีจัดนิทรรศการ ผู้ใหญ่ 1,300 เยน / นักเรียน-นักศึกษา 1,000 เยน

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.nezu-muse.or.jp/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

9. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโตโยต้า (Toyota Commemorative Museum of Industry and Technology)

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโตโยต้า ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มบริษัทโตโยต้า โดยใช้สถานที่ซึ่งเคยเป็นโรงงานนำร่องสำหรับวิจัยและพัฒนาเครื่องทอผ้า ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 โดย Sakichi Toyoda ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1994 มีจุดมุ่งหมายให้สาธารณชนได้เข้าถึงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีดั้งเดิมที่เกิดขึ้น ณ ตึกอิฐแดง และสัมผัสถึงความทุ่มเทพัฒนาเครื่องทอผ้าของ Sakichi Toyoda ผู้ก่อตั้ง และ Kiichiro Toyoda บุตรคนโตที่อุทิศชีวิตไปกับการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ อันเป็นรากฐานแห่ง “การผลิต” อันทันสมัยของญี่ปุ่นในปัจจุบัน

ภายในพิพิธภัณฑ์จะประกอบด้วยหอสำหรับแสดงเครื่องจักรต่างๆ เช่น หอจัดแสดงเครื่องทอผ้า, หอแสดงยานยนต์,  เครื่องจักรไอน้ำ, เทคโนแลนด์ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีในส่วนของ อาคารสำนักงานกลุ่มบริษัทโตโยต้า, ห้องสมุด, สวนยานยนต์, ร้าขายของที่ระลึก, ร้านอาหาร และคาเฟ่ ให้คุณได้ใช้เวลาศึกษาประวัติศาสตร์ที่นี่อย่างไม่รู้เบื่อ

ที่อยู่: 1-35, Noritake Shinmachi 4-chome, Nishi-ku, Nagoya 451-0051 Japan

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Nagoya ไปลงสถานี Sako แล้วเดินต่อประมาณ 3 นาที

วัน-เวลาทำการ: 09.30 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม: ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 500 เยน / นักเรียนมัธยม 300 เยน / เด็กประถม 200 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.tcmit.org/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอสึกะ (Otsuka Museum of Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอสึกะ สร้างขึ้นในสวนสาธารณะนารุโตะเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีของกลุ่ม บริษัท โอสึกะฟาร์มาซูติคอล เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีการจำลองงานศิลปะขนาดเท่าของจริงจากผลงานศิลปะตะวันตกชิ้นเอกตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงศตวรรษที่ 20 รวมถึงผลงานของศิลปินระดับโลก Michel Angelo, El Greco, Goya, Monet และ Picasso ฯลฯ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอสึกะ มีจุดเด่นในเรื่องการนำเสนอผลงานแต่ละชิ้นอย่างปราณีต ช่วยให้ผู้เยี่ยมชมสามารถชื่นชมงานศิลปะของศิลปินต้นแบบมากมายในที่เดียว

นอกเหนือจากภาพเขียนกว่าพันชิ้นแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังมีการแสดงในส่วนของ แท่นบูชา สุสาน และห้องโถง ที่จำลองมาจากหลายสถานที่ เช่น จากโบสถ์ Sistine เป็นต้น ในส่วนของภาพจิตรกรรม จะมีการคัดลอกภาพเหล่านั้นลงบนแผ่นเซรามิกซึ่งเป็นเทคนิคที่เคลมกันว่าสามารถอนุรักษ์สีและรูปทรงของชิ้นงานนั้นๆได้นานถึง 2,000 ปี นอกเหนือจากงานศิลปะแล้วพิพิธภัณฑ์ยังมีพื้นที่กลางแจ้งจำนวนมากพร้อมระเบียงกว้างและสวนสวย ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์เหล่านี้ได้จากร้านอาหารและร้านกาแฟที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์

ที่อยู่: 〒772-0053 65-1, Fukuike, Narutochotosadomariura, Naruto-shi, Tokushima

การเดินทาง: จากสถานีโตเกียวนั่งรถไฟ Hikari โดยใช้บริการ JR สาย Tokaido หรือ Sanyo Shinkansen ไปยัง Okayama จากนั้นไปนั่งรถ JR สาย Marine ไปลงสถานี Takamatsu จากนั้นใช้รถด่วนพิเศษ “Uzushio” ไปยังสถานี Ikenotani หรือ Shozui และเปลี่ยนไปนั่ง JR Naruto ลงที่สถานี Naruto จากนั้นนั่งรถบัสที่จะไป Naruto Park ซึ่งจะแวะจอดหน้าพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลา 20 นาที

วัน-เวลาทำการ: 09.30 – 17.00 น. หยุดวันจันทร์ (เปิดบริการวันจันทร์ที่เป็นวันหยุดตามประกาศ โดยเลื่อนไปปิดวันอังคารแทน)

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 3,300 เยน / นักศึกษา 2,200 เยน / นักเรียน 550 เยน

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://o-museum.or.jp/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

11. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ (Mori Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ก่อตั้งโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Minoru Mori ตั้งอยู่บนชั้น 53 ของ Roppongi Hills Mori Tower ซึ่งสามารถมองเห็นโตเกียวแสนสวยจากมุมสูงได้ทั้งเมือง เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2003 โดยส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เข้าชมได้เฉพาะเมื่อมีงานนิทรรศการแสดงศิลปะเท่านั้น ซึ่งจะเน้นศิลปะร่วมสมัยและเป็นผลงานของศิลปินเอเชียเป็นหลัก โดยในงานนิทรรศการแต่ละครั้งจะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนแนวคิดในเรื่องศิลปะอย่างอิสระ ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการมาจนวันนี้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก ทั้งในแง่ความหลากหลายของงานแสดงและรูปแบบการนำเสนอที่ทันสมัยเป็นสากล

ที่อยู่: Roppongi Hills Mori Tower, 6-10-1 Roppongi, Minato-ku, Tokyo, Japan

การเดินทาง: เดิน 3 นาที จากรถไฟสาย Hibiya ลงสถานี Roppongi ใช้ทางออก 1C / หรือ เดิน 6 นาที จากรถไฟ Toei สาย Oedo ลงสถานี Roppongi ใช้ทางออก 3 / หรือ เดิน 9 นาที จากรถไฟ Toei สาย Oedo ลงสถานี Azabu-juban ใช้ทางออก 7 / หรือ เดิน 12 นาที จากรถไฟสาย Namboku ลงสถานี Azabu-juban ใช้ทางออก 4 / หรือ เดิน 10 นาที จากรถไฟสาย Chiyoda ลงสถานี Nogizaka ใช้ทางออก 5

วัน-เวลาทำการ: (เปิดเฉพาะเมื่อมีจัดนิทรรศการ) วันจันทร์ และวันพุธ-วันเสาร์ เวลา 10.00-22.00 น. / วันอังคาร 10.00-17.00 น. **โดยนิทรรศการที่กำลังจะมาถึงคือ MAM Digital, MAM Collection 012 และ MAM Screen 013 เริ่มตั้งแต่ 31 ก.ค. 2020 ถึง 1 มี.ค. 2021

ค่าเข้าชม: เช็ครายละเอียดอีกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.mori.art.museum/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

12. พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยาเมกุโระ (Meguro Parasitological Museum)

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยาเมกุโระ เป็นพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ขนาดเล็กใน Meguro Ward ใจกลางกรุงโตเกียว สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่ปรสิตและการศึกษาค้นคว้าด้านปรสิตวิทยาเพียงแห่งเดียวในโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1953 โดย Dr.Satoru Kamegai ก่อนจะบูรณะและเปิดใหม่ในปี ค.ศ.1993 มีพื้นที่จัดแสดง 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะนำเสนอข้อมูลด้านประสิตวิทยา ความหลากหลายและวงจรชีวิตของเหล่าปรสิตบนโลก

ส่วนชั้นที่ 2 จะแสดงถึงความสำคัญและผลกระทบของปรสิตที่มีต่อมนุษย์ มีการจัดแสดงตัวอย่างปรสิตที่เก็บอนุรักษ์ไว้กว่า 300 ตัวอย่าง รวมทั้งตัวอย่างของพยาธิตัวตืด Diphyllobothrium Nihonkaiense ยาว 8.8 เมตร และยังมีห้องสมุดที่เก็บรวบรวมงานวิจัยปรสิตกว่า 60,000 รายการ เอกสารวิจัย 50,000 เล่ม และหนังสือเกี่ยวกับปรสิต 5,000 เล่ม ที่สำคัญ ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรี แต่รับบริจาคตามศรัทธาของผู้เยี่ยมชม เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ

ที่อยู่: 4-1-1 Shimomeguro, Meguro-ku, Tokyo 153-0064, JAPAN

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote หรือ Namboku หรือ Mita หรือ Meguro มาลงที่สถานี Meguro แล้วใช้ทางออกด้านตะวันตก เดินต่อประมาณ 12 นาที ถึงพิพิธภัณฑ์

วัน-เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น. ปิดจันทร์และอังคาร (ยกเว้นจันทร์และอังคารที่เป็นวันหยุดตามประกาศ จะเลื่อนมาปิดวันทำการถัดไปแทน)

ค่าเข้าชม: ฟรี (รับบริจาคสมทบทุน)

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.kiseichu.org/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++++++++++++

13. พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลโมริ (teamLab Borderless)

“มหัศจรรย์” คือคำอธิบายที่น่าจะชัดเจนที่สุดสำหรับ “teamLab Borderless” ศิลปะดิจิทัลกว่า 50 ชิ้น โดยกลุ่มผู้รักงานศิลปะหลายสาขาอาชีพที่มารวมตัวกันสร้างงานศิลปะอันงดงามบนผืนผ้าใบดิจิทัล ที่นำมาแสดงบนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิตอลโมริ ที่พาเลต ทาวน์ โอไดบะ โตเกียว ภายใต้แนวคิด “Art is borderless” ที่จะเชื่อมโยงศิลปะและผู้ชมเข้าด้วยกันอย่างไร้ขอบเขต ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งดิจิทัลที่เคลื่อนไหวงดงามเหนือคำบรรยาย ได้สัมผัสความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจรอบๆกายได้ราวกับศิลปะนั้นมีชีวิตจริงๆ “teamLab Borderless” เริ่มก่อตั้งในปี 2001 และค่อยๆสร้างผลงานจนเป็นที่รู้จักรวมทั้งเดินสายจัดนิทรรศการตามเมืองใหญ่ๆชั้นนำทั่วโลก ก่อนจะมีพิพิธภัณฑ์ถาวรดังในปัจจุบัน

ที่อยู่: Odaiba Palette Town 2F, 1-3-8 Aomi, Koto-ku, Tokyo, Japan

การเดินทาง: เดิน 3 นาที จากสถานี Aomi โดยนั่งรถไฟสาย Yurikamome หรือ เดิน 5 นาที จากสถานี Tokyo Teleport โดยใช้รถไฟสาย Rinkai

วัน-เวลาทำการ: 11.00 – 19.00 น. ทุกวัน

ค่าเข้าชม: ผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 3,200 เยน / เด็กอายุ 4-14 ปี 1,000 เยน / ผู้มีบัตรคนพิการ 1,600 เยน

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://borderless.teamlab.art/

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น…ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

++++++++++++++++++++ END ++++++++++++++++++++

By Pok Safin

ขอบคุณข้อมูล :

https://www.tnm.jp/

ttp://www.ghibli-museum.jp/en/

http://hpmmuseum.jp/?lang=eng

http://www.kyotorailwaymuseum.jp/en/

https://www.dinosaur.pref.fukui.jp/en

https://www.hakone-oam.or.jp/

https://www.adachi-museum.or.jp/en

http://www.nezu-muse.or.jp/

http://www.tcmit.org/

https://o-museum.or.jp/

https://www.mori.art.museum/

https://www.kiseichu.org/

https://borderless.teamlab.art/

ABOUT ME
Pok Safin
หัวใจและความคิดของเราไม่เคยหยุดเดินทาง มาตะลุยโลกกว้างไปด้วยกันนะคะ

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ค้นหากิจกรรมบน Klook ได้เลยจากด้านล่างนี้!

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!