เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

การเดินทางในญี่ปุ่น
ภูมิภาค
|
หัวข้อที่เกี่ยว
|
P1070897
1 Day Trip Amanohashidate&Ine

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ ผมชื่อ ฐา ครับ  วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์การไปเที่ยวเมือง Amanohashidate และ  Ine จังหวัด Kyoto ให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ทราบกันนะครับ

ใครที่ได้มาญี่ปุ่นหลายรอบแล้ว ละเบื่อการท่องเที่ยวในที่ซ้ำๆ เดิมๆ  ผมขอแนะนำที่เที่ยวที่หนึ่งที่ถ้าได้ไปแล้วต้องประทับใจอย่างแน่นอน  นั่นคือ Amanohashidate และ  Ine จังหวัด Kyoto ซึ่งเดินทางไปได้ง่ายๆทั้งจาก Kyoto  และ Osaka ครับ

เนื่องจากผมพักที่บ้านของครอบครัวแฟนที่ชานเมือง Osaka จึงเริ่มต้นการเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ครับ  ง่วงมาก  ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยประมาณครับ  โดยผมเริ่มต้นเดินทางจากสถานี  JR Mikunigaoka ครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

มี  Website Hyperdia ทำให้ชีวิตการเดินทางง่ายขึ้นมากเลยครับ  รถไฟที่นี่ค่อนข้างตรงเวลามากครับ  รวมถึงในนี้ยังบอกชานชลาที่รถไฟจะไปถึง และรถไฟที่เราต้องไปต่อด้วยครับ  เยี่ยมมาก

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ถึงสถานี Osaka แล้วครับ  เรามารอรถไฟขบวน LTD Express KONOTORI 1  ที่จะออกเดินทางจากชานชลาที่ 3  ครับ

และรถไฟก็มาถึงสถานี Fukushiyama ครับ  เราจะมาต่อรถไฟสายท่องเที่ยวกันที่สถานีนี้  ใครที่ใช้ Japan Rail Pass ( หรือ Pass JR  ใหญ่) จะใช้ได้แค่สถานีนี้นะครับ  ถ้าจะไป Amanohashidate ต้องซื้อตั๋วแยกครับ  สามารถซื้อได้ที่นายสถานีได้เลย

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เพื่อความสะดวกสบายและความคุ้มค่า  ผมได้ซื้อตั๋วแบบ 2 Days Pass  ซึ่งสามารถใช้เดินทางโดยรถไฟท้องถิ่น ขึ้นกระเช้า นั่งรถบัส นั่งเรือได้ไม่จำกัดจำนวนครับ  ผมไปวันเดียวแต่ซื้อ 2 Days Pass เนื่องจากเดินทางไปยัง 2 เมืองคือ  Amanohashidate และ Ine ครับ ซึ่งจะคุ้มค่ากว่า ในราคา 4,500 เยน  แต่ถ้าใครไปเที่ยวแค่เมืองเดียวแนะนำซื้อแค่ 1 Day pass ก็พอครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

หน้าตาของรถไฟขบวน Tango Aomatsu 1 ครับ  รถไฟดูคลาสสิกมากครับ  คนขัยังใช้ระบบ Manual อยู่เลย ดูแล้วเพลินดีครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

บรรยากาศภายในรถไฟครับ  ย้อนยุคดี  สองข้างทางสวยมากครับ แต่ไม่ได้ถ่ายมาเลย เพราะถือของหนักมากครับ  ยกกล้องไม่ได้เลย  T^T

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

นั่งไปเรื่อยๆประมาณ  1 ชั่วโมงกว่าๆ  เราก็มาถึงสถานี  Amanohashidate  ^^

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆเที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

บริเวณด้านหน้าและด้านข้างของสถานีครับ

ระหว่างที่เรารอเวลาที่รถบัสเพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง  Ine เราจึงไปเดินเล่นบริเวณรอบๆสถานีครับ  บริเวรสวนสาธารณะริมทะเลเที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

มีครอบครัวและนักท่องเที่ยวมาเดินเล่นบริเวณนี้มากมายครับ

จากนั้นเราก็เดินกลับไปยังหน้าสถานี Amanohashidate เพื่อรอรถบัส  แต่รถนั้นเลทจากกำหนดการเดิมไปถึง 40  นาที  มีหลายคนถอดใจไปเหมือนกัน  แต่เราสู้และอดทนรอ  จนรถมาครับ ค่าโดยสารรถรวมอยู่ใน  Pass เรียบร้อยแล้ว  ต่อไปเราจะไปยังเมือง   Ine  กันครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

นั่งรถมาเรื่อยๆอีก 1  ชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงท่าเรือ โดยเราจะลงป้ายที่ชื่อว่า Inewanmeguri/Hide หรือสังเกตป้ายที่มีนักท่องเที่ยวลงเยอะๆครับ  ลงตามๆเค้าไปเลย 555

ใครที่อยากให้อาหารนกนางนวลหรือเหยี่ยว  สามารถซื้อข้าวเกรียบได้ที่บริเวณสถานีครับ  อาหารโปรดของพวกเค้าเลย  ลืมบอกว่าค่าโดยสารเรือจะรวมอยู่ใน  Pass แล้วเช่นกันครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เรือออกเดินทางแล้ว  เสียดายวันนี้เมฆมาก ฟ้าไม่ใสเลย  T^T

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

นกนางนวลและนกเหยี่ยวมาทักทายนักท่องเที่ยวแล้วครับ มีจำนวนเยอะมาก บินตามเรือนักท่องเที่ยวทุกลำเลย ส่วนมากนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่จะเป็นคนญี่ปุ่นเองและทัวร์จีนครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เมืองอิเนะ (Ine-cho) เป็นเมืองเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกียวโต มีประชากร 2,500 คน เลียบแนวเส้นโค้งที่ทอดยาวของอ่าวอิเนะ (Ine Bay) ซึ่งเรียงรายไปด้วยบ้านลักษณะแปลกตาที่เรียกว่า “ฟุนายะ” (Funaya) โดยชั้นล่างเป็นท่าจอดเรือ ส่วนชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย เป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถออกเรือจากบ้านไปหาปลาได้สะดวกรวดเร็ว เพราะเมืองนี้มีอุตสาหกรรมการประมงที่เฟื่องฟู

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ชอบภาพนี้มากครับ  บรรยากาศดีมาก

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

มีนกยืนท้ายเรืออยู่ตัวนึง  ให้เราถ่ายรูปได้นานมาก  เห็นแล้วก็อยากกลับไปอีกรอบครับ

[PR]

หลังจากที่เราเที่ยวใน Ine เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางกลับไปยังเมือง Amanohashidate ครับ เรานั่งรถบัสสาย 8 กลับไป และลงรถที่ป้าย Amanohashidate moto-ise kono jinja shine ชื่อยาวเวอร์

เราจะไปนั่ง Chair lift เพื่อเดินทางไปชมวิวเมืองกันครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ลงรถแล้วเราก็เจอป้ายแนะนำการท่องเที่ยวในเมืองนี้ครับ  และเราก็ต้องข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆเที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เดินเข้าไปในศาลเจ้าครับ  และก็เลี้ยวไปทางซ้าย  เดินไปเรื่อยๆ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เราก็จะเจอกับสถานี  Fushu Station ครับ  มีให้เลือกทั้งนั่งเป็น Cable Car และ Chair Lift ครับ  เราเลือกนั่งเป็น  Chair Lift  เพราะไปคนเดียวและรอไม่นานครับ ^^  ราคาคนละ 660 เยน  แต่ถ้ามี Pass    อยู่แล้วก็ขึ้นฟรีครับ  สถานีจะปิดให้บริการเวลา  16.00 แต่เราไปช่วงวันหยุด  Golden Week  พอดี เลยปิดเวลา  17.00 ครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ไม่มีอะไรรัดเอวเลย  นั่งขึ้นไปอย่างนี้  เสียวๆดีเหมือนกันครับ   ^^

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ที่จริงแล้วสามารถชมวิวได้ทั้ง 2 ฝั่ง  คือฝั่ง Karamatsu Park และฝั่ง Amanohashidate View Land ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันครับ  แต่ถ้าใครใช้  Pass จะขึ้นฟรีเฉพาะฝั่ง Karamatsu Park  นะครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ปกติแล้วถ้าใครมาที่นี่ต้องมาถ่ายรูปท่ามองลอดใต้หว่างขา แบบที่คนในรูปซ้ายมือทำครับ  เค้าบอกว่าจะเห็นวิวที่สวยกว่าและเหมือนมังกรครับ  55 ถ้ามามองลอดหว่างขาที่เมืองไทย คงจะเห็นผีแทนอ่ะครับ 5555   แต่ผมไม่ได้ทำเพราะว่าไปคนเดียวไม่มีคนถ่ายรูปให้

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

Cable Car ครับ รอคิวนานเลยขี้เกียจรอ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เค้าว่ากันว่า วิวบริเวณนี้เป็น  1 ใน 3 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

พอลงมาจากเขาแล้ว  เราก็เดินไปนั่งเรือเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่งเพื่อกลับไปยังสถานีรถไฟกัน  ที่จริงนอกจากนั่งเรือข้ามฝั่งแล้วเรายังสามารถปั่นจักรยาน หรือเดินข้ามฝั่งก็ได้เช่นกัน  ราคาเรือรวมอยู่ใน Pass แล้วครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

บรรยากาศบริเวณท่าเรือครับ  มีคนมาเดินเล่นมากมาย

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ข้ามฝั่งมาแล้วเราก็มาเดินเล่นเพื่อรอเวลารถไฟออกครับ  เรามาเดินเล่นบริเวณสะพานแดง  ที่สามารถหมุนได้ เพื่อให้เรือสามารถเดินทางข้ามไปยังอีกฝั่งได้ครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

ชมเรือที่แล่นผ่านระหว่างสองฝั่งครับ  มีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปเยอะเลย

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

พอเรือแล่นผ่านไป สะพานก็หมุนกลับเพื่อให้คนสามารถเดินข้ามไปยังอีกฝั่งได้ครับ

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

บรรยากาศริมทะเลครับ  สีน้ำทะเลสวยมาก

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

และแล้วก็ถึงเวลากลับ  Osaka  แล้วครับ  TT

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

รถไฟที่เรานั่งนั้นคือขบวน Hashidate 8 ที่จะเดินทางไปยัง Kyoto  แต่เราจะลงระหว่างทางที่สถานี  Fukushiyama  เพื่อต่อรถไฟสาย LTD Express  Konotori  26  กลับไปโอซาก้าครับ  เราสามารถใช้ Pass ได้ถึงสถานี Fukushiyama ครับ  แต่ถ้าใครจะนั่งยาวๆ ต่อไปถึง Kyoto เลยต้องชำระค่าโดยสารเพิ่มหรือใช้ต่อกับ Japan Rail  Pass ได้ครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยๆแล้วอยากหาที่เที่ยวแปลกใหม่ครับ  ขอให้ทุกคนสนุกกับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นครับ  วันนี้ลาไปก่อนนะครับ

    [PR]

    ถ้าคุณชอบบทความนี้
    กด "ถูกใจ" ด้วย!

    กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

    เพื่อออกความคิดเห็น กรุณาเข้าสู่ระบบใน facebook ก่อน คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียน