ซื้อสินค้าญี่ปุ่นปลอดภาษี รู้ไว้ก่อนสบายใจ Duty Free in Japan

ข้อควรรู้
IMG_6258

ขอทักทายนักท่องเที่ยว สายช็อปทุกท่าน  เพราะบทความนี้เอามาฝากสายช็อปโดยเฉพาะเลยคะ   ทุกท่านคงทราบดีว่าญี่ปุ่นนี้คือสวรรค์ของการช็อปตัวยงทุกสาย ไม่ว่าจะเป็นสุภาพบุรุษหรือสุภาพสตรี แม้แต่เด็กเล็กและผู้สูงอายุก็ต้องสิโรราบให้กับสินค้าของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าแบรนด์เนม เครื่องสำอางค์ ขนมของกินของฝาก เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่นเด็ก ของเล่นผู้ใหญ่ และอีกมากมาย เรียกได้ว่า ขนกันมาเป็นกี่คนก็ต้องหมดตัวกันตามตามกัน  คนมาเที่ยวญี่ปุ่นนี้หลายคนมาเพื่อช็อปปิ้งเป็นหลัก เรื่องเที่ยวเป็นรองนี้ก็เยอะอยู่  แต่อย่างไรก็ตามจะช็อปทั้งทีก็เอาคุ้มกันสักหน่อยดีกว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มถึงจะไม่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆก็จริงอยู่ แต่ถ้าเผลอช็อปปิ้งเพลิน ลืมขั้นตอนบางอย่าง การมาซื้อของที่ญี่ปุ่นอาจจะแพงกว่าซื้อที่บ้านเราซะงั้นไป@-@

  

ส่วนใหญ่ที่ทุกคนนึกถึงร้านดิวตี้ฟรีก็คงไม่พ้น สนามบิน  กันซะส่วนใหญ่ แต่จริงๆแล้วมีหลายๆบริษัทที่พยายามจะปรับรูปแบบทางธุรกิจให้ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว  ตั่งแต่ปี 2018 มีร้านค้าปลอดภาษีผุดขึ้นมารวมๆทั้งหมด กว่า 44,646 ร้าน และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกแน่นอน และปัจจุบันมีการจ้างพนักงานต่างชาติเพิ่ม และมีการฝึกฝนพนักงานให้พูดภาษาต่างประเทศได้มากขึ้น ในปัจจุบันที่ญี่ปุ่นมีร้าน Duty Free มากมายเกิดขึ้น จนแน็ตเองก็จำไม่ได้แล้วว่าร้านที่เราเคยผ่านนี้อยู่ๆเปลี่ยนเป็นร้าน Duty Free ได้อย่างไร

CR:https://us.jnto.go.jp/blog/more-duty-free-items-in-japan/

★★★  สัญลักษณ์ในรูปนี้หากมีแปะไว้ที่ไหนก็สามารถรู้ได้เลยว่า สามารถขอภาษีคืนได้แน่นอน 

เงื่อนไขในการขอคืนภาษี

1)ต้องเป็นผู้ถือวีซ่านักท่องเที่ยวระยะสั้น(Temporarily Visitor) วีซ่านักเรียนเกิน6เดือน…อดไปจ้าา><”

* คนญี่ปุ่นที่ไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น อาจมีสิทธิได้รับการยกเว้นภาษีในบางกรณี

2) ใช้กับสินค้าอุปโภค-บริโภคส่วนบุคคลในญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อจำหน่าย

3) ต้องทำเรื่องขอคือภาษี ร้านค้าที่ซื้อ หรือ เคาเตอร์ Tax-Refund ภายในวันที่ซื้อสินค้าเท่านั้น  

    ไม่สามารถดำเนินการขอคืนภาษีในภายหลัง เช่น ที่สนามบินได้ การดำเนินการนั้นจำเป็นต้องแสดงหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าประเทศที่ร้านค้าที่ซื้อสินค้า ไม่สามารถใช้สำเนาในการยื่นเรื่องขอยกเว้นภาษีได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทางเรือสำราญจำเป็นต้องมีหนังสืออนุญาตเข้าประเทศเพื่อท่องเที่ยวทางเรือ

4) สินค้าที่ของดเว้นภาษีได้ต้องมีมูลค่า 5000เยนขึ้นไป

สินค้าแต่ละประเภทมีรายละเอียดและเงื่อนไขการยกเว้นภาษีที่แตกต่างกัน กรุณาตรวจสอบรายละเอียดจากภาพอธิบายดังต่อไปนี้

CR:https://tax-freeshop.jnto.go.jp

Let’s Check !!! ลองมาดูว่าให้ละเอียดกว่านี้กันคะ

CR:https://tax-freeshop.jnto.go.jp

★ ข้อควรระวัง ไม่สามารถรวม 2 ประเภทสินค้าแล้วขอคืนภาษีได้

    CR:http://www.passportchop.com


วิธีการทำ Tax-Refund


ขั้นตอนการขอภาษีคืนนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้านค้า แต่หลักจะมีอยู่ 2 แบบ ด้วยกัน คือ
(แบบที่1) แสดงพาสปอร์ตตอนชำระเงิน เพื่อหักภาษีออกจากราคาทันที
(แบบที่ 2 ) หลังจากที่ชำระค่าสินค้าทั้งหมดแล้ว จะต้องไปทำเรื่องขอรับเงินภาษีที่จ่ายไปคืน ณ เคาน์เตอร์
สำหรับขอภาษีคืน ซึ่งเมื่อไปถึงแล้ว จะต้องมีการแสดงสินค้าที่ซื้อไปทั้งหมด ใบเสร็จ และพาสปอร์ต
โดยจะต้องขอภาษีคืนภายในวันที่มีการซื้อสินค้า

<สิ่งที่ต้องทำที่ร้านค้าเมื่อต้องการขอภาษีคืน>
1) แสดงพาสปอร์ต
2) กรอกข้อมูลสินค้าที่ซื้อ
3) เซ็นลายมือชื่อผู้ซื้อ
4) การชำระค่าสินค้าและการรับสินค้า

<สิ่งที่ต้องทำที่สนามบิน>
5) แสดงใบบันทึกสินค้าปลอดภาษีอากรขาออก

6) เดินทางออกนอกประเทศ
หากผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรแล้ว จะถือว่าขั้นตอนการขอภาษีคืนทั้งหมดเสร็จสิ้นลง


ร้านค้าปลอดภาษีที่แนะนำ 

LOTTE

CR:http://en.lottedfs.com/branchGuide/142/intro

ที่ร้านค้าปลอดภาษีหรือ Duty Free แห่งนี้เป็นบริษัทที่ดังมากเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะไม่ใช่บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นก็ตาม แต่ด้วยความสถานที่ใหญ่โต ถือว่าใหญ่สุดในโตเกียว สาขากินซ่าลยก็ว่าได้ มีสินค้าให้ช้อปอย่างจุใจบนพื้นที่กว่า 4,400 ตารางเมตร สินค้าแบร์นดชั้นนำกว่า200 แบรนด์ อาทิ MCM ,Casio,Tissot,Gucciเป็นต้น และ อีกสาขาที่ สนามบินคันไซ (Kansai international Airport) ร้านค้าที่สาขานี้จะมีเครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีมากมายและแทบจะทุกคอลเลคชั่นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น Sulwhasoo และ Whoo หรือแม้แต่แบรนด์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Gucci, Tom Ford, Ray-Ban และ Prada ซึ่งมีทั้งแว่นกันแดด นาฬิกาแฟชั่น และกระเป๋า ให้ช้อปกันได้อย่างสะดวกสบายและเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ช้อปก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ

ข้อดี รับสินค้าได้ที่สนามบิน

  สามารถรับสินค้าที่ซื้อไว้และกระเป๋าเดินทางอื่นๆ ได้ที่สนามบิน (ฮาเนดะ/นาริตะ) ซึ่งหมายความว่าคุณไปถึงสนามบินได้โดยไม่ต้องถือสัมภาระใดๆ
นอกจากสินค้าที่คุณซื้อไว้ ร้านปลอดภาษี Lotte Duty Free Ginza ยังมีบริการรับฝากกระเป๋าเดินทางฟรี 7 วันในระหว่างทริปของคุณ เพื่อให้คุณสนุกกับการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งได้มากตามต้องการ

สาขา TOKYU PLAZA GINZA ชั้น 8 และ 9

ที่อยู่: ห้างสรรพสินค้า TOKYU PLAZA GINZA ชั้น 8 และ 9, 5-2-1 ย่านกินซ่า เขตชูโอ โตเกียว
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานีกินซ่าของรถไฟโตเกียวเมโทร/เดิน 4 นาทีจากสถานียูระคุโจของรถไฟ JR
เวลาทำการ: 11:00 a.m.~9:00 p.m.
วันหยุดทำการ: ปีละสองครั้ง (ตามวันหยุดทำการของห้างสรรพสินค้า TOKYU PLAZA GINZA)
Tel :+81-3-6264-6860
E-mail :lottedfsinfo@lotte.net

สาขาKansai Airport Store

CR:http://en.lottedfs.com/branchGuide/142/intro

ที่อยู่:Immigration 3rd Fl. Terminal No.1, Kansai Airport

เวลาทำการ: 07:00~24:00

Tel :+81-72-456-6543

ข้อควรระวัง

●ใช้ได้สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นจากสนามบินฮาเนดะหรือสนามบินนาริตะ หรือ คันไซภายใน 30 วัน 
●ต้องแสดงหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินของคุณเมื่อซื้อสินค้า (เอกสารที่สามารถยืนยันการเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นไปยังประเทศอื่น)


LAOX

[PR]

CR:https://www.laox.co.jp/en/stores/akihabara/

    ร้าน Laox เป็นร้านขายสินค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่ โดยมีทั้งหมด 38 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบริษัทดิวตี้ฟรีที่มีสาขาเยอะมากเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และในแต่ล่ะสาขาก็มีสินค้าที่เน้นแตกต่างกันไป

CR:https://www.laox.co.jp/en/stores/niigataairport/

  ร้านนี้จำหน่ายสินค้าทุกชนิดตั้งแต่เครื่องใช้ในบ้าน,เกม,ของเล่น,เครื่องสำอาง สินค้าจำพวกแฟชั่น,ของฝาก ขนมซึ่งในแต่ล่ะสาขาจะเน้นไม่เหมือนกัน แต่ที่เน้นมากที่สุดคือส่วนใหญ่จะวางสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่น Made in Japan เป็นหลัก 

 Laox เป็นหนึ่งในร้านของประเทศญี่ปุ่นที่เก่าแก่  Laox ได้เริ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 1930 ซึ่งหลังสงครามจบลงได้ไม่นาน ก็ได้เปิดสาขาที่ย่าน Akihabara หลังจากนั้น ก็เป็นที่รู้จักในฐานะร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ และLaox ก็กลายมาเป็นร้านชื่อดังในปี 1976 และได้กลายเป็นรู้จักทั่วประเทศจากโฆษณาทางทีวี

  ที่นี่ก็เป็นอีกร้านที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด อย่างที่กล่าวข้างต้นLaox เคยเป็นร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า เหมือน Yotobashi Camera กับ Big Cameraนั่นเอง แต่ตอนหลังเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขี้นในปัจจุบัน ทำให้ทางร้านได้เปลี่ยนจากร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเป็นร้านจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ร้านนี้นอกจากมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนไทยสามารถไปซื้อหิ้วกลับบ้านได้ เพราะมีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า220V  ซึ่งถ้าเทียบกับร้าน โยโตบาชิคาเมร่า ร้านบิ๊กคาเมร่า ก็อาจจะเรียกได้ว่าสะดวกในการหาของที่ต้องการมากกว่า ที่นี่มีการรวบรวมเอาไว้ให้เราได้ช็อปกันสะดวกากขึ้น ทั้งนี้ที่ร้านนี้เองก็มีการจัดจ้างพนักงานต่างชาติเยอะพอๆกับคนญี่ปุ่น  ทุกสาขาจะมีพนักงานที่พูดภาษาจีน อังกฤษ ฝรั่งเศษ หรืออาจมีภาษาไทยบ้างในบางร้าน  

CR:https://www.sankei.com/economy/photos/150605/ecn1506050031-p1.html

  นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการร้านนี้ 60-70% เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ไตหวัน อีก 10% เป็นชาวเวียดนาม ที่เหลือเป็น คนไทย, คนฟิลิปปินส์, คนอินโดนีเซีย, คนอเมริกันและฝรั่งเศส 

การขอคืนภาษีของที่นี่จะเป็นแบบชำระเงินแล้วหักภาษีออกไปให้เลย

 เมื่อชำระเงินจะมีการเรียกขอพาสปอร์ตเพื่อทำการหักภาษีให้ ณ ที่เราจ่ายไปเลยไม่ต้องยุ่งยากอะไร จะมีเอกสารการซื้อและการหักภาษีติดมาที่ในหนังสือเดินทางของเรา โดยหลักการหักภาษีนั้นก็เหมือนร้านDuty free ทั่วๆไป เงื่อนไขคือ ต้องซื้อ

สินค้าประเภทบริโภค (หรือใช้แล้วหมดไป เช่น เครื่องสำอางค์ ขนม ยาเป็นต้น)  5,001 เยนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 500,000 เยน (คำนวณจากราคาสินค้าแต่ละชิ้นที่รวมภาษีแล้ว)

อีกประเภทก็คือ สินค้าอุปโภค(เครื่องใช้ไปฟ้า มีด แก้วน้ำ ของตกแต่งบ้าน กระเป๋า นาฬิกา เป็นต้น)จะต้องซื้อสินค้าภายในร้านเดียวกันรวมมูลค่าตั้งแต่ 10,001 เยนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 500,000 เยน (คำนวณจากราคาสินค้าแต่ละชิ้นที่รวมภาษีแล้ว)

☆ ข้อควรระวัง 

 ● ก่อนชำระเงินควร คำนวณดูก่อนว่ามูลค่าของสินค้ารวมกันแล้วอยู่ในประเภทไหน ลดภาษีได้ไหม เพราะถ้าเราชำระเงินไปแล้วอาจไม่สามารถกลับไปคืนได้สินค้าแล้วขอคิดเงินใหม่ได้คะ 

 ● อย่าลืมเอาPassport ไปด้วยนะคะ

☆ข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ :https://www.laox.co.jp/


ร้าน ดองกิโฮเต้(Don Quijote)

CR:https://planetyze.com/ja/japan/tokyo/don-quijote-akihabara

   เป็นอีกร้านที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ร้านนี้ถือว่าเป็นอีกร้านที่โด่งดังมาก และมีจำนวนลูกค้าใช้บริการทั้งคนญี่ปุ่นและต่างชาติ เนื่องจากราคาสินค้าที่ถูก เรียกว่าราคาดีงาม สินค้าหลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศทุกวัย มีทั้งขนม อาหารสด เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแบร์นด นาฬิกา สินค้าแบร์นดเนมมือสอง ของเล่นเด็ก ของเล่นผู้ใหญ่ เกมส์ต่างๆ และเครื่องสำอางค์มากมาย สัญลักษณ์รูปนกเพนกวิน แสนน่ารักของร้านนี้ก็มีส่วนดึงดูดลูกค้าวัยรุ่นญี่ปุ่นมากเช่นกัน  ที่สำคัญร้านดองกี้มีหลายสาขาเปิด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะร้านที่อยู่ในที่ ร้านดองกี้มีสาขาอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นเป็น100กว่าสาขา ทั้งแบบเป็นร้านของดองกี้เอง หรืออยู่ใน Outlet หรือ ใน AEON  หรือในห้างต่างๆ 

ภายในร้านมีคำอธิบายด้วยภาษาต่างชาติอยู่ รวมทั้งภาษาไทยด้วย สินค้ายอดนิยมก็จะมีเขียนภาษาไทยติดไว้ด้วยนะคะ ในร้านดองกี้เองจะมีพนักงานพาสทามชาวต่างชาติ หรือพนักงานที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ จีน หรือภาษาไทยได้ 

การขอคืนภาษีของที่นี่จะเป็นแบบชำระเงินก่อนแล้วแล้วค่อยขอคืนภาษี

ร้านดองกี้ส่วนใหญ่จะเป็นร้านใหญ่  ซึ่งมีสินค้าจำนวนมากและหลากหลายทำให้เราสามารถช้อปปิ้งได้จบภายในที่เดียวเลยนั่นเอง เมื่อชำระเงินที่แคชเชียร์เรียบร้อยแล้วก็เดินไปต่อที่เคาน์เตอร์ขอคืนภาษีได้เลยค่ะ

ข้อควรระวัง และข้อแนะนำ 

● ลองมองหาบัตรส่วนลดจากพนักงานที่ยืนแจกคูปองอยู่ 

● บางสาขามีหลายชั้น อาจไม่สามารถชำระสินค้ารวมกันได้ ต้องชำระเป็นชั้นๆไป หรือเป็นแผนกๆไปนะคะ

ตรวจสอบสาขาจาก เว็บ 


ร้าน It’s Demo

    ร้านนี้เป็นร้านขายเครื่องสำอางและของจุ๊กจิ๊กลายลิขสิทธิ์ต่างๆ ค่ะ บอกเลยว่า สายดิสนีย์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!! มีทั้ง Princess Disney , Sailormoon , Care Bear , My Little Pony  เพียบ!!! แถมราคาก็เป็นมิตรด้วยนะ ร้านนี้มีหลายสาขามากมายในเจแปน เว็บ

CR:tokyostory.net


Matsumoto Kiyoshi (マツモトキヨシ)

เป็นร้าน Drugstore หรือร้านขายยาซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น เรียกได้ว่าถ้าไปเที่ยวตามย่านดังๆ จะต้องเจอเจ้าร้านเหลืองๆ น้ำเงินๆ อย่างแน่นอน และตอนนี้ที่เมืองไทยก็มีให้ได้เข้าไปช็อปกันได้เลย แต่แน่นอนอาจจะไม่ซะใจเท่าที่ญี่ปุ่นด้วยสินค้าที่หลากหลาย โปรโมชั่นต่างๆที่จัดกันเป็นระยะๆ 

นอกจากจะเป็นร้าน Tax Free Shop สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว บางครั้งสินค้าแต่ละชิ้นก็ยังลดราคาถูกกว่าเดิมอีกด้วย! อย่างนี้จะอดใจไม่ให้แวะได้ยังไงเนอะ (บางสาขาก็ขายราคาไม่เท่ากันด้วยนะ อาจจะต้องเช็คดีๆ)

CR:https://www.momo-t.jp/shop

  เป็นอย่างไรบ้างคะ พอจะได้ที่ช็อป และเทคนิคกันแล้วหรือยังคะ ยังไงก็ อย่าลืมหันซ้ายหันขวา ตรวจหาคูปองส่วนลดที่จะมีพนักงานออกมาแจกกันเป็นระยะ ระยะ โดยเฉพาะเหล่าบรรดาร้านดรักสโตร์ที่อยู่บริเวณติดๆกันจะแข่งขันกันสูง นี้ถือว่าเป็นโชคดีของผู้บริโภคอย่างเราแย่างแท้จริงคะ ^^ 

   นอกจากร้านค้าที่เอามาแนะนำกันแล้ว ยังมีร้านที่เข้าร่วมรายการนี้อีกจำนวนมาก สามารถเข้าไปเช็คได้จาก เว็บไซต์

    [PR]

    ถ้าคุณชอบบทความนี้
    กด "ถูกใจ" ด้วย!

    กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

    ใส่ความเห็น

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

    เพื่อออกความคิดเห็น กรุณาเข้าสู่ระบบใน facebook ก่อน คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียน