ถ้าพูดถึงเกียวโต หลายคนคงนึกถึงวัดทอง (Kinkakuji), เสาโทริอิพันต้นที่ฟูชิมิอินาริ หรือย่านช้อปปิ้งคึกคักอย่างคาวารามางิใช่ไหมคะ? แน่นอนว่าที่เหล่านั้นสวยงามและน่าไปเยือน แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มรู้สึกว่า "อยากหนีความวุ่นวายไปสัมผัสชนบทญี่ปุ่นจริงๆ" หรือ "อยากลองไปยืนอยู่ในฉากที่เหมือนหลุดออกมาจากนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น" แล้วล่ะก็...
"Miyama Kayabuki no Sato (มิยามะ คายาบุกิ โนะ ซาโตะ)" คือจุดหมายปลายทางที่คุณต้องจดลงในลิสต์ทริปหน้าด่วนๆ เลยค่ะ!
ส่วนตัวแล้ว ครั้งแรกที่ฉันไปถึงที่นี่ วินาทีที่ก้าวลงจากรถบัส สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ "ความเงียบสงบ" และ "กลิ่นหอมอ่อนๆ ของต้นหญ้า" ที่ลอยมาแตะจมูก เป็นความรู้สึกที่ทำให้พูดไม่ออกเลยทีเดียวค่ะ ที่นี่ไม่ได้มีแค่ทิวทัศน์ที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นหมู่บ้านที่เวลารอบตัวหมุนช้าลงอย่างน่าประหลาดใจ วันนี้ฉันจะพาไปรู้จักเสน่ห์ของที่นี่กันค่ะ

เหมือนนั่งไทม์แมชชีนกลับไปในอดีต ณ หมู่บ้านหลังคาหญ้าแฝก
ขับรถออกจากตัวเมืองเกียวโตไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ผ่านเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยว เราก็จะพบกับพื้นที่ "มิยามะ" ที่ซึ่งบ้านเรือนแบบโบราณมุงด้วยหลังคาหญ้าแฝก (ที่เรียกว่า "คายาบุกิ") ยังคงหลงเหลืออยู่มากมาย
ขอบอกก่อนว่าที่นี่ไม่ใช่สวนสนุกหรือธีมพาร์คที่สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวนะคะ แต่เป็นหมู่บ้านจริงๆ ที่มีบ้านเรือนแบบคายาบุกิอยู่ประมาณ 40 หลัง และมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริงๆ! เพราะฉะนั้น บรรยากาศที่เราสัมผัสได้จึงเป็นความอบอุ่นแบบ "บ้านคน" ไม่ใช่แค่ฉากที่สร้างขึ้นค่ะ
ตอนที่เดินเล่นในหมู่บ้าน ฉันเห็นผักที่ชาวบ้านตากแห้งไว้หน้าบ้าน หรือดอกไม้เล็กๆ ที่ปลูกไว้อย่างใส่ใจตามทางเดิน วันที่ฉันไป มีคุณยายเจ้าถิ่นกำลังทำสวนอยู่ พอเราสบตากัน คุณยายก็ยิ้มและพยักหน้าทักทายให้อย่างใจดี การได้แลกเปลี่ยนรอยยิ้มเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละค่ะ คือเสน่ห์ที่แท้จริงของมิยามะ

และจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเลยก็คือ "ตู้ไปรษณีย์ทรงกลมสีแดง" ที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านค่ะ ท่ามกลางทิวทัศน์โทนสีเขียวและสีน้ำตาลของธรรมชาติ สีแดงสดของตู้ไปรษณีย์นี้จะโดดเด่นและถ่ายรูปสวยมากๆ ใครๆ ก็มักจะมายืนถ่ายรูปคู่กันตรงนี้ แต่เคล็ดลับของฉันคือ ลองเดินถอยออกมาหามุมสูงนิดนึง แล้วถ่ายให้เห็นทั้งหมู่บ้านและภูเขาด้านหลังไปพร้อมๆ กับตู้ไปรษณีย์ดูสิคะ รับรองว่าจะได้ภาพที่เหมือนฉากในนิทานญี่ปุ่นสมัยก่อนเป๊ะๆ เลย!
เที่ยวได้ทุกฤดู: ความสดชื่นของฤดูร้อน และความโรแมนติกของฤดูหนาว
มิยามะเป็นสถานที่ที่ "หน้าตา" เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน คุณจะถูกโอบล้อมไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจีและภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ (Ozone) เข้าไปเต็มปอด ลองหลับตาฟังเสียงลมพัดผ่านรวงข้าวดูนะคะ เสียง "ซู่...ซู่..." เบาๆ แค่นั้นก็ช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ

แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัว ฤดูที่ฉันประทับใจที่สุดจนอยากบอกต่อคือ "ฤดูหนาว" ค่ะ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะมีงานเทศกาล "Miyama Kayabuki no Sato Yukitouro (งานเทศกาลโคมไฟหิมะ)" หลังคาบ้านโบราณจะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน และมีการประดับไฟ Light-up พร้อมจุดเทียนในโคมหิมะทั่วหมู่บ้าน
บอกตามตรงว่าตอนกลางคืนที่มิยามะ "หนาวมากกกก" (เตรียมชุดหนาๆ ไปให้พร้อมนะคะ!) แต่ท่ามกลางอากาศที่หนาวจับใจ การได้เห็นแสงไฟอุ่นๆ สะท้อนกับหิมะ เป็นภาพที่โรแมนติกและสวยงามจนลืมหนาวไปเลยค่ะ ถ้าโชคดีอาจจะได้ดูดอกไม้ไฟกลางฤดูหนาวด้วยนะ (วันจัดงานและรายละเอียดการจุดดอกไม้ไฟอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี แนะนำให้เช็คเว็บไซต์ทางการก่อนไปนะคะ)
อิ่มอร่อยกับรสชาติท้องถิ่น: ของดีเมืองมิยามะ
เดินเล่นจนท้องร้องแล้ว ก็ต้องแวะชิมของอร่อยที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นกันหน่อย เนื่องจากมิยามะมีน้ำที่สะอาดมาก "โซบะ (Soba)" ของที่นี่จึงอร่อยเป็นพิเศษค่ะ ร้านโซบะในหมู่บ้านหรือบริเวณใกล้เคียงมักจะเสิร์ฟโซบะทำมือที่หอมกลิ่นธัญพืชและเส้นเหนียวนุ่ม
และสำหรับสายหวาน ห้ามพลาดขนมที่ทำจาก "นมมิยามะ (Miyama Milk)" เด็ดขาด! ทั้งซอฟต์ครีมที่รสชาตินนมเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน หรือพุดดิ้งที่เนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก บอกเลยว่าฟินมาก! ฉันชอบซื้อพุดดิ้งติดมือกลับไปกินต่อที่โรงแรมประจำเลยค่ะ การได้นั่งจิบชาพร้อมชมวิวหมู่บ้านในคาเฟ่ เป็นช่วงเวลาที่หรูหราที่สุดแล้วค่ะ
ไปเองหรือไปทัวร์ดี? คำแนะนำเรื่องการเดินทาง
ขอสารภาพตามตรงในฐานะนักเขียนสายเที่ยวเลยนะคะว่า การเดินทางไปมิยามะด้วยตัวเองนั้นค่อนข้างลำบากนิดนึงค่ะ
ถ้าใช้ขนส่งสาธารณะ ต้องนั่งรถไฟแล้วต่อรถบัส ซึ่งรอบรถบัสมีน้อยมาก ถ้ากะเวลาผิดนิดเดียวอาจต้องนั่งรอกันเป็นชั่วโมงเลยค่ะ โดยเฉพาะถ้าใครไม่แม่นภาษาญี่ปุ่น หรืออยากใช้เวลาเที่ยวให้คุ้มค่า การเดินทางเองอาจจะเหนื่อยเกินไป
ดังนั้น ทางเลือกที่ฉันแนะนำคือ "ซื้อ One Day Tour แบบไปเช้า-เย็นกลับ จากโอซาก้าหรือเกียวโต" ค่ะ วิธีนี้สะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทาง หลับบนรถสบายๆ ตื่นมาก็ถึงที่หมายเลย แถมส่วนใหญ่ทัวร์จะพารวมไปเที่ยวจุดอื่นๆ อย่าง "หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ (Ine no Funaya)" หรือ "อามาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate)" ด้วย ทำให้เราเก็บที่เที่ยวโซนเกียวโตตอนเหนือ (Sea of Kyoto / Kyoto by the Forest) ได้ครบจบในวันเดียว คุ้มค่าและประหยัดเวลามากๆ ค่ะ
ใน Klook มีทัวร์ที่พารวมไปเที่ยวมิยามะให้เลือกหลายโปรแกรมเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ทัวร์จะเต็มเร็วมาก แนะนำให้รีบเช็คก่อนเดินทางนะคะ
▼ เช็คทัวร์ไปเที่ยวมิยามะได้ที่ Klook
🎟️ ทัวร์แนะนำ: [เดินทางจากเกียวโต] ทัวร์หนึ่งวัน: อามาโนะฮาชิดาเตะ, อิเนะโนะฟุนายะ และมิยามะ คายาบุกิ โนะ ซาโตะ (ทัวร์ยอดฮิตที่พาเก็บ 3 ไฮไลท์เด็ดในวันเดียว ซึ่งถ้าไปเองคงทำไม่ได้แน่ๆ แถมมีเวลาให้เดินเล่นที่มิยามะเพียงพอด้วยค่ะ)
ข้อมูลรายละเอียดของ Miyama Kayabuki no Sato
สุดท้ายนี้ ฉันสรุปข้อมูลสำคัญไว้ให้แล้วค่ะ สำหรับใครที่ตัดสินใจจะไปเอง อย่าลืมเชอร์ตารางเวลารถบัสให้แม่นยำนะคะ
- ชื่อสถานที่: Miyama Kayabuki no Sato (หมู่บ้านมิยามะ คายาบุกิ โนะ ซาโตะ)
- ที่อยู่: Miyama-cho Kita, Nantan City, Kyoto Prefecture
- เวลาทำการ: เข้าชมหมู่บ้านได้ตลอดเวลา (แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ขอความร่วมมือไม่ส่งเสียงดังรบกวนในช่วงเช้าตรู่หรือดึกเกินไปนะคะ) ส่วนร้านค้าและพิพิธภัณฑ์มักเปิดประมาณ 9:00 - 17:00 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและร้านค้า)
- วันหยุด: เปิดทุกวัน (ร้านค้าอาจมีวันหยุดไม่แน่นอน)
- การเดินทาง:
- รถไฟและรถบัส: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR San-in Main Line (Sagano Line) ไปลงสถานี "Sonobe" หรือ "Hiyoshi" แล้วต่อรถบัส Nantan City Bus ไปลงป้าย "Kita (Kayabuki no Sato)"
- รถบัสสายด่วน: ในบางฤดูกาลอาจมีรถบัสวิ่งตรงจากสถานี Kyoto (เช่น Keihan Kyoto Kotsu) ซึ่งต้องจองล่วงหน้าค่ะ
- เว็บไซต์: Miyama Navi (Official Site)
- Google Map: ดูแผนที่
- ข้อควรระวัง:
- บ้านเรือนเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ห้ามแอบเข้าไปในบริเวณบ้านหรือส่องดูภายในบ้านเด็ดขาดนะคะ
- ห้ามใช้โดรน (Drone) บินถ่ายภาพ
- ช่วยกันรักษาความสะอาด นำขยะกลับไปทิ้งด้วยนะคะ
ลองหนีความวุ่นวายในเมือง แล้วออกไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมมองเดิมๆ ที่หายากดูไหมคะ? ทริปญี่ปุ่นครั้งหน้า อย่าลืมแวะไปเติมพลังใจที่ "Miyama Kayabuki no Sato" กันดูนะคะ รับรองว่าจะหลงรักความเงียบสงบของที่นี่แน่นอนค่ะ
จากใจผู้เขียน
แอบกระซิบว่า ถ้าใครไปช่วงหน้าหนาว "รองเท้า" สำคัญมากค่ะ! ห้ามใส่ผ้าใบธรรมดาเด็ดขาด แนะนำให้ใส่รองเท้าบูทที่กันน้ำและพื้นกันลื่นนะคะ จะได้เดินลุยหิมะถ่ายรูปสวยๆ ได้อย่างปลอดภัย ไม่ลื่นล้มก้นจ้ำเบ้านะคะ!

![[Kyoto Hidden Gem] พาไปหลงยุคที่ “Miyama Kayabuki no Sato” หมู่บ้านโบราณในอ้อมกอดขุนเขาที่อยากให้คุณลองไปสัมผัสสักครั้ง](https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2026/01/kayabiki-no-sato-32050295_ac-ohho-768x512.webp)












