การเดินทางในญี่ปุ่น

เที่ยวอย่างคุ้มค่าด้วย JR Tokyo Wide Pass ทริปที่ (3) ไปเที่ยวนิกโกเมืองมรดกโลก (ใช้ JR Pass อย่างไรให้คุ้มค่า…ตอนที่ 4)

ภูมิภาค
หัวข้อที่เกี่ยว
|
เที่ยวอย่างคุ้มค่าด้วย JR Tokyo Wide Pass ทริปที่ (3) ไปเที่ยวนิกโกเมืองมรดกโลก (ใช้ JR Pass อย่างไรให้คุ้มค่า…ตอนที่ 4)
Contents
  1. นิกโกมีอะไร
  2. JR Tokyo Wide Pass คืออะไร
  3. ทริปสัมผัสไฮไลท์ของนิกโกในเวลาสองวันหนึ่งคืน [วันที่หนึ่ง]
  4. ทริปสัมผัสไฮไลท์ของนิกโกในเวลาสองวันหนึ่งคืน [วันที่สอง]

นิกโกมีอะไร

นิกโกเป็นเมืองหนึ่งใน จ.โทจิกิ ซึ่งอยู่ติดกับโตเกียว ที่นี่เต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้าที่เป็นมรดกโลกมากมาย ทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสวย ๆ หรือออนเซ็น นิกโกมีเสน่ห์และเที่ยวได้สนุกในทุกฤดูกาล หากใครอยากสัมผัสบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังหลงรัก เราขอบอกว่าคุณต้องไปนิกโกซักครั้งหนึ่ง ที่เที่ยวในนิกโกมีมากมายเกินกว่าจะเที่ยวได้หมดในเวลาไม่กี่วัน แต่แผนทริปคราวนี้เราทำตัวอย่างเน้นเฉพาะสถานที่ซึ่งเป็นไฮไลท์ของพื้นที่มาให้แบบสองวันหนึ่งคืน ซึ่งคุณสามารถลงเครื่องแล้วเดินทางต่อจากโตเกียวไปพักค้างคืนแรกที่โรงแรมออนเซ็นในละแวกนิกโกได้เลย หรือถ้าใครอยากไปแบบวันเดียวก็สามารถนำแผนทริปนี้ไปตัดต่อให้เหมาะกับความต้องการได้ไม่ยาก

JR Tokyo Wide Pass คืออะไร

JR Tokyo Wide Pass คือบัตรผ่านที่ใช้ขึ้นรถชินคังเซน รถไฟด่วน รถไฟธรรมดารวมถึงรถไฟเอกชนบางเส้นทางได้โดยไม่จำกัดเที่ยวภายในเวลา 3 วัน ด้วยราคาเพียง 15,000 เยน (7,500 เยนสำหรับเด็ก) เท่านั้น และที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกคือพื้นที่ใช้งานของพาสชนิดนี้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆทางการท่องเที่ยวไว้อย่างครบรส และจะช่วยให้คุณได้สัมผัสตั้งแต่หิมะบนยอดเขาที่นีงาตะไปจนถึงเมืองชายทะเลอย่างคามาคุระ

JR Tokyo Wide Pass สามารถหาซื้อได้ในประเทศญี่ปุ่นจากสถานีสำคัญๆ ที่มีศูนย์บริการของ JR East เช่น สถานีโตเกียว สถานีชินจูกุ สนามบินนาริตะและสนามบินฮาเนดะ และข้อดีอีกประการของพาสชนิดนี้คือ ทุกคนที่ถือพาสปอร์ตต่างชาติสามารถซื้อได้โดยไม่จำกัดชนิดวีซ่า จึงเหมาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกับเพื่อนคนไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว โดยในการซื้อจะต้องแสดงพาสปอร์ตทุกครั้ง

วิธีการใช้ JR Tokyo Wide Pass ที่เราแนะนำคือให้คุณหาที่พักเป็นฐานในโตเกียว จากนั้นจึงเดินทางไปท่องเที่ยวในจุดที่ต้องการแบบไปกลับโดยใช้ JR Tokyo Wide Pass ต่อเนื่องกันสามวัน และใช้พาสเฉพาะสำหรับในโตเกียวแทนในวันที่คุณอยากสนุกอยู่แค่ในเมือง สำหรับคนที่มีเวลามาก จะซื้อ JR Tokyo Wide Pass สองใบเพื่อใช้อย่างต่อเนื่องหรือมีช่วงเว้นจากกันก็ได้ และเนื่องจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะกับพาสชนิดนี้คือเที่ยวแบบไปกลับจากโตเกียว บทความสำหรับวิธีใช้พาสชนิดนี้จึงเขียนขึ้นในลักษณะการแนะนำทริปสำหรับหนึ่งวันโดยละเอียด เพื่อให้คุณนำไปผสมผสานเลือกเที่ยวเองได้ตามความชอบที่ไม่เหมือนกัน โดยเราจะเริ่มทริปแรกกันที่ปลายทางในฝันสำหรับผู้ที่อยากสนุกกับหิมะอย่างเต็มที่ซักครั้งในชีวิต

ข้อมูลที่นำมาจากหน้านี้↓

ทริปสัมผัสไฮไลท์ของนิกโกในเวลาสองวันหนึ่งคืน [วันที่หนึ่ง]

ออกจากสถานีชินจูกุหรือสถานีอุเอโนะ
ถ้าออกจากชินจูกุ รถไฟที่วิ่งไปถึงนิกโกเป็นรถไฟของบริษัทโทบุซึ่งเป็นรถไฟเอกชน แต่เราสามารถใช้ Tokyo Wide Pass ได้สำหรับรถของบริษัทโทบุที่วิ่งทะลุเข้ามาในเส้นทางของ JR ด้วย รถด่วนสายที่ขึ้นไปนิกโกได้คือสาย Nikko สาย SPACIA Nikko สาย Kinugawa และสาย SPACIA Kinugawa
ถ้าเดินทางจากอุเอโนะสามารถขึ้นรถด่วนของ JR ไปลงที่สถานีอุทสึโนะมิยะเพื่อไปต่อรถไฟ JR สายนิกโกไปลงที่สถานี JR นิกโกได้
ถ้าใครจะใช้สถานีอื่นสามารถไปต่อรถไฟของโทบุทั้งรถธรรมดาและรถด่วนที่ให้บริการระหว่างสถานีชิโมมาจิและสถานีโทบุนิกโก/สถานีคินุงาวะออนเซ็นได้
ระยะเวลาที่ใช้เดินทางจากชินจูกุหรืออุเอโนะอยู่ที่ประมาณ 2 ชม. แต่ไปจากชินจูกุจะสะดวกกว่าเพราะมีรถด่วนวิ่งมากกว่า ในขณะที่รถไฟ JR สายนิกโกที่ออกจากอุทสึโนะมิยะจะมีขบวนรถน้อยกว่า ถ้าจังหวะไม่ดีอาจต้องใช้เวลาถึง 3 ชม.
สถานีโทบุนิกโกและ JR นิกโกอยู่ห่างกันประมาณ 280 เมตร เดินถึงกันได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที ในแผนทริปนี้เราจะเขียนโดยใช้การเดินทางจากสถานีโทบุนิกโกเป็นหลักนะคะ

ถึงสถานีโทบุนิกโก

cr: pixta

»»——»» นั่งรถบัสโทบุไป 5 นาทีหรือเดินประมาณ 20 นาที

สะพานชินเคียว

สะพานชินเคียว
cr: pixta

สะพานที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามสะพานแปลกของญี่ปุ่นแห่งนี้สวยงามด้วยสีดำกับแดงที่ตัดกันและสายน้ำที่แลดูเป็นสีฟ้าสดใสซึ่งไหลอยู่เบื้องล่าง สร้างขึ้นตามตำนานเทพในตอนปลายสมัยนาราและถือว่าเป็นสะพานศักดิ์สิทธิ์ สมัยก่อนมีช่วงหนึ่งที่ใช้เฉพาะในกิจกรรมทางศาสนาหรือในเวลาที่มีแม่ทัพมาเยือนศาลเจ้าเท่านั้น แต่ได้เปิดให้คนทั่วไปใช้ได้มาตั้งแต่ปี 1973 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1999

เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-16.30 น. พ.ย. - มี.ค. 9.00-15.30 น.
ค่าข้ามสะพาน : ผู้ใหญ่ 300 เยน ม.ปลาย 200 เยน ม.ต้นและประถม 100 เยน

»»——»» เดิน 5 นาที

วัดนิกโกรินโนจิ

วัดนิกโกรินโนจิ
cr: pixta

วัดที่ถือว่าสำคัญที่สุดในนิกโกแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยนาราเมื่อประมาณ 1,250 ปีก่อน ก่อตั้งโดยพระสงฆ์ชื่อโชโด โชนิน “ซันบุทสึโด” วิหารหลักของวัด (ปิดบูรณะถึงเดือน มี.ค. 2021) เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สวยงามจำนวนมากรวมทั้งพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองที่สูงถึง 7.5 เมตร ที่ด้านหน้าซันบุทสึโดคือต้นซากุระอายุ 500 ปี

เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 8.00-16.00 น. (เข้าได้จนถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิด) เปิดทุกวัน
ค่าเข้าชม : ตั๋วชุดผู้ใหญ่ 900 เยน เด็ก 400 เยน

»»——»» เดิน 5 นาที

ศาลเจ้านิกโกโทโชกู

ศาลเจ้านิกโกโทโชกู
cr: pixta

สร้างเมื่อปี 1617 วิหารที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันสร้างในช่วงปี 1634-1636 โดยโชกุนโทคุงาวะ อิเอมิตสึ อาคาร 55 หลังของศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกเมื่อปี 1999

เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 8.00-16.00 น. (เข้าได้จนถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิด)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1300 เยน เด็ก 450 เยน

»»——»» เดิน 5 นาที

ศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง

ศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง
cr: pixta

เป็นศาลเจ้าที่กว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 34 ตารางกิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อบูชาภูเขาไฟนันไต (สูง 2486 เมตร) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ถือเป็นเทพเจ้าของนิกโกมาแต่โบราณ ประกอบไปด้วยศาลเจ้าสามแห่งคือโอคุมิยะบนยอดเขานันไต ศาลจูกูริมทะเลสาบจูเซ็นจิ และศาลเจ้าหลักที่อยู่ในเขตตัวเมืองนิกโก

เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 9.00-16.00 น.
ค่าเข้า : ไม่มีค่าเข้าในเขตศาลเจ้า แต่มีค่าเข้าชมในอาคารศาลเจ้า ผู้ใหญ่ 200 เยน เด็ก 100 เยน

»»——»» เดิน 5 นาที

สุสานไทยูอิง วัดรินโนจิ

วัดรินโนจิ
cr: pixta

สุสานของอิเอมิตสึ โชกุนโทคุงาวะคนที่ 3 จาก “นิโอมอน” ประตูทางเข้าไปจนถึง “โคคะมอน” ซึ่งเป็นทางเข้าสุสานของอิเอมิตสึ มีการกั้นแยกพื้นที่ซึ่งจัดไว้แตกต่างกันด้วยประตูทั้งใหญ่และเล็กที่ดีไซน์ไม่เหมือนกันเลย ให้ความเพลิดเพลินในการเดินชมอย่างยิ่ง

เวลาเปิด : เม.ย. – ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 8.00-16.00 น. (เข้าได้จนถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิด)
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็ก 250 เยน

»»——»» เดินประมาณ 20 นาที ไปที่ป้ายรถเมล์ชินเคียว ขึ้นรถบัสโทบุไปประมาณ 40 นาที

ทะเลสาบจูเซ็นจิ

ทะเลสาบจูเซ็นจิ
cr: pixta

ทะเลสาบที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของนิกโก มีระยะทางโดยรอบประมาณ 25 กม. ว่ากันว่าเกิดขึ้นจากการที่ลาวาซึ่งไหลออกมาตอนที่ภูเขานันไตระเบิดเมื่อประมาณ 2 หมื่นปีก่อนไหลไปปิดช่องเขา เมื่อปี 1876 หลังจากจักรพรรดิเมจิได้เดินทางมาที่นี่ บรรดานักการฑูตชาวต่างชาติก็เริ่มนิยมมาพักผ่อนหลบร้อนกันที่นี่ทำให้บริเวณโดยรอบพัฒนาไปเป็นเมืองรีสอร์ท และในปี 1954 ก็ได้มีการเปิดถนนสายอิโรฮะซากะซึ่งเป็นถนนที่มีการเก็บค่าผ่านทางทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นอีกมาก

»»——»» เดินประมาณ 5 นาที

น้ำตกเคกง

น้ำตกเคกง
cr: pixta

เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในนิกโก ด้วยความยิ่งใหญ่ของภาพน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงถึง 97 เมตร มีลิฟต์นำลงไปชมน้ำตกจากจุดชมวิวที่แอ่งน้ำตกอย่างสะดวกสบาย น้ำตกเคกงสวยทุกฤดู แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศแปลกใหม่ ลองมาเที่ยวในช่วง ม.ค. - ก.พ. จะได้เห็นภาพน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งอย่างสวยงามแปลกตา

»»——»» เดินประมาณ 5 นาที ไปที่ ป้ายรถเมล์จูเซ็นจิออนเซ็น ขึ้นรถบัสโทบุประมาณ 40 นาที

ทะเลสาบยุโนะโคะ

ทะเลสาบยุโนะโคะ
cr: pixta

ทะเลสาบในพื้นที่โอคุนิกโกที่มีระยะทางโดยรอบประมาณ 3 กม. เกิดจากลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟไปปิดกั้นแม่น้ำยุโนะ บริเวณโดยรอบคือป่าดึกดำบรรพ์ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่งดงามโดยรอบซึ่งสะท้อนลงบนผิวน้ำที่ราบเรียบราวกระจกเงาคือเสน่ห์ของที่นี่

»»——»» เดินไปอีกนิดก็ถึงที่พักคืนนี้

ยุโมโตะออนเซ็น

ยุโมโตะออนเซ็น
cr: pixta

แหล่งออนเซ็นเก่าแก่ริมฝั่งทะเลสาบยุโนะโคะแห่งนี้ได้รับการค้นพบเมื่อปี 788 โดยโชโด โชนินพระสงฆ์ผู้บุกเบิกนิกโก ที่นี่เป็นที่ชื่นชอบของคนในท้องถิ่นมายาวนานด้วยสรรพคุณของน้ำแร่ที่ว่ากันว่าให้ผลดีในการบำบัดโรค ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศเฉพาะตัวของเมืองออนเซ็นในญี่ปุ่นเราแนะนำให้ลองหาเรียวกังที่นี่พักดูซักคืน

ทริปสัมผัสไฮไลท์ของนิกโกในเวลาสองวันหนึ่งคืน [วันที่สอง]

»»——»» เดินจากยุโนะโมโตะออนเซ็นไปนิดเดียว

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนิกโกยุโนะโมโตะ

ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของทะเลสาบยุโนะโคะ เป็นศูนย์บริการของกระทรวงสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในละแวกนิกโก นอกจากนิทรรศการแล้วก็ยังมีจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ทัวร์เดินเขาชมธรรมชาติ หรือจะแค่แวะมาพักเหนื่อยเข้าห้องน้ำก็ได้เพราะที่นี่ไม่เสียค่าเข้า

เวลาเปิด : เม.ย. - มิ.ย. และ ก.ย. - พ.ย. 9.00-16.30 น. ก.ค. - ส.ค. 8.30-17.30 ธ.ค. - มี.ค. 9.30-16.30 น.
ค่าเข้า : ฟรี

»»——»» เดินประมาณ 30 นาที

น้ำตกยุโนะทาคิ

น้ำตกยุโนะทาคิ
cr: pixta

หนึ่งในสามน้ำตกสำคัญของนิกโก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบยุโนะโคะ สูง 70 เมตร ลงไปชมใกล้ ๆ ที่จุดชมวิวบริเวณแอ่งน้ำตกได้ เดินทางมาง่ายจึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมกันมากตลอดปี

»»——»» เดินประมาณ 5 นาที ไปที่ป้ายรถเมล์ตรงทางเข้าน้ำตกยุโนะทาคิ นั่งรถบัสโทบุประมาณ 15 นาทีไปลงที่ป้ายทาคิโนะอุเอะ

น้ำตกริวสึ

น้ำตกริวสึ
cr: pixta

หนึ่งในสามน้ำตกสำคัญของนิกโก อยู่ระหว่างทะเลสาบยุโนะโคะและทะเลสาบจูเซ็นจิ ยาว 210 เมตร สูง 60 เมตร น้ำตกจะถูกแยกเป็นสองสายด้วยหินก้อนใหญ่ก่อนไหลลงสู่แอ่งน้ำตกเป็นเส้นโค้งที่สวยงามดังภาพวาด

»»——»» เดินประมาณ 10 นาทีไปที่ป้ายรถเมล์น้ำตกริวสึ ขึ้นรถบัสโทบุประมาณ 5 นาที

โบ้ทเฮาส์ทะเลสาบจูเซ็นจิ

โบ้ทเฮาส์ทะเลสาบจูเซ็นจิ
cr: pixta

โบ้ทเฮาส์คืออาคารไม้สองชั้นที่มีเอกลักษณ์ด้วยหลังคาสีแดง บูรณะขึ้นมาจากของเดิมที่สร้างขึ้นในสมัยที่ชาวต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นนิยมมาหลบร้อนที่นี่ ชั้นล่างจัดแสดงเรือพายที่ได้รับพระราชทานมาจากกษัตริย์เบลเยียม ชั้นสองมีคาเฟ โถงนิทรรศการและระเบียงที่เหมาะสำหรับการชมวิวทะเลสาบแบบพาโนรามา

เวลาเปิด : เม.ย. - มิ.ย. และ ก.ย. - พ.ย. 9.00-16.00 น. ก.ค. - ส.ค. 9.00-17.00 น. ธ.ค. - มี.ค. ปิด
ค่าเข้า : ค่าบำรุงสถานที่ 100 เยน

»»——»» เดินไปอีกนิด

เส้นทางเดินเล่นรอบทะเลสาบจูเซ็นจิ

เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางเลียบริมทะเลสาบที่เดินเล่นได้สบาย ๆ เพราะราบเรียบไม่ชัน ทั้งยังสวยงามเพราะลัดเลาะไปในแมกไม้ โดยเริ่มจากท่าเรือโชบุกาฮามะใกล้น้ำตกริวสึไปสิ้นสุดที่ศาลจูกูของศาลเจ้าฟุตาระซัง

»»——»» เดินเล่นประมาณ 50 นาที

ศาลจูกูของศาลเจ้าฟุตาระซัง

ศาลจูกูของศาลเจ้าฟุตาระซัง
cr: pixta

ศาลจูกูของศาลเจ้าฟุตาระซังที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาภูเขานันไตเทพเจ้าแห่งนิกโก ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบจูเซ็นจิ หอสมบัติล้ำค่าของที่นี่มีสมบัติล้ำค่าแห่งชาติ ทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรม สิ่งที่ขุดค้นได้จากภูเขานันไตจัดแสดงไว้มากมายก รวมทั้ง “เนเนคิริมารุ” ดาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-16.30 น. พ.ย. - มี.ค. 9.00-15.30 น.
ค่าเข้า : หอสมบัติล้ำค่า ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน

»»——»» เดินไปนิดหน่อยก็จะถึงป้ายรถเมล์ฟุตาระซังจินจะมาเอะ นั่งรถบัสโทบุไปประมาณ 50 นาที

ถึงสถานีโทบุนิกโก ชึ้นรถไฟประมาณ 2 ชม.กลับสถานีชินจูกุ

❋ แผนทริปที่นำเสนอคราวนี้ต้องเดินหนักมาก จึงไม่ควรพกสัมภาระติดตัวไปมากนัก ของที่ไม่จำเป็นแนะนำให้เก็บไว้ในล็อคเกอร์ในสถานีนิกโกหรือสถานีโทบุนิกโก คนที่พักค้างในยุโนะโมโตะออนเซ็นและมีของเยอะอาจจะนั่งรถบัสกลับมาตั้งหลักที่สถานีก่อนแล้วค่อยย้อนกลับไปทะเลสาบจูเซ็นจิก็ได้ หรือจะใช้บริการส่งของจากที่พักคืนก่อนหน้าไปยังที่พักแห่งถัดไปก็จะช่วยให้เดินเล่นได้อย่างเบาสบายตัว

❋น้ำตกที่แนะนำไว้ทั้งสามแห่งสวยงามมากในฤดูใบไม้ร่วงและสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ตลอดปี ในฤดูหนาวลานสกีละแวกทะเลสาบยุโนะโมโตะก็มีเส้นทางสกีที่เหมาะกับมือใหม่มากมาย

❋ ในทะเลสาบจูเซ็นจิมีเรือล่องชมวิวที่เหมาะมากสำหรับการชมวิวธรรมชาติริมฝั่งทะเลสาบ มีบริการทั้งแบบล่องเต็มรอบ (ประมาณ 1 ชม.) หรือจะนั่งแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งก็ได้ ถ้ามีเวลามากพอจะใส่ไว้ในแผนทริปด้วยก็ได้

❋ถ้าจะใช้รถบัสตลอดในการเที่ยวตามทริปนี้ แนะนำให้ซื้อยุโนะโมโตะฟรีพาสราคา 3,000 เยนสำหรับ 2 วัน

❋ ถ้าใครจะเที่ยวแต่วัดในพื้นที่มรดกโลกโดยนั่งรถบัสแทนการเดิน แนะนำให้ซื้อพาสรถบัสเวียนในโซนมรดกโลก ราคา 1 วัน 500 เยน เพราะแค่ขึ้นเพียง 2 เที่ยวก็คุ้มแล้ว (ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 310 เยน) เส้นทางของพาสนี้ครอบคลุมวัดและศาลเจ้าสำคัญ ๆ ของนิกโกที่รวมตัวกันอยู่ในรัศมีประมาณแค่ 2 กม. รอบสถานีรถไฟนิกโก ซึ่งแนะนำไว้ครบในแผนทริปนี้

ค้นหา JR Pass ราคาถูกใน Klook

-- END --

ข้อมูลในหน้านี้อาจมีข้อมูลในวันที่เผยแพร่ แม้ว่าเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่โปรดทราบว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้รับการอัปเดต
ABOUT ME
kaguya
kaguya
นักเขียนและนักเดินทางที่มีบ้านอยู่บนเส้นทางจักรยานชิมานามิไคโดในฮิโรชิมา
RELATED POST
การเดินทางในญี่ปุ่น

Hidden Japan: นั่งรถไฟท้องถิ่น Geibi-sen ชมชนบทญี่ปุ่น ฟีล Studio Ghibli ที่ฮิโรชิม่า

รถไฟ 'ชินคันเซ็น' ของญี่ปุ่นนั้นทั้งเร็วและสะดวกสบายจนโด่งดังไปทั่วโล … 11/03/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
japan highway
การเดินทางในญี่ปุ่น

จุดพักรถบนทางด่วนญี่ปุ่น มันดีอย่างนี้เอง

นั่งรถกันมานานแล้ว...ขอแวะเข้าห้องน้ำ พักรถกันหน่อย โอ้ว้าว!   นี่คือ … 21/03/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
การเดินทางในญี่ปุ่น

ทำความรู้จัก Joyful Train (JR East) รถไฟแห่งความสุขสายตะวันออก

วิธีการเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่นหลักๆ คงหนีไม่พ้นการเดินทางโดยรถไฟ ภา … 29/01/2026
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
unnamed
การเดินทางในญี่ปุ่น

1 day trip เที่ยวโอสึ (Otsu) ครบรส ด้วยรถไฟ JR ง่ายๆ ไม่ไกลจากเกียวโต

มาแพลนทริป 1 day ในโอสึ (Otsu) เมืองสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ ที่อยู่ไม่ไกล … 20/11/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
การเดินทางในญี่ปุ่น

เที่ยว Amanohashidate และ Ine ฉบับเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ ผมชื่อ ฐา ครับ  วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์การไปเ … 28/01/2024
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ
jr pass
การเดินทางในญี่ปุ่น

พื้นที่ใช้งานของเจอาร์พาสประเภทต่างๆ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยวีซ่าท่องเที่ยวระยะส … 11/09/2023
คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้
กด "ถูกใจ" ด้วย!

กด “ถูกใจ” และรับข้อมูลล่าสุด!

OhHotrip.com icon
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.