นิกโกมีอะไร
นิกโกเป็นเมืองหนึ่งใน จ.โทจิกิ ซึ่งอยู่ติดกับโตเกียว ที่นี่เต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้าที่เป็นมรดกโลกมากมาย ทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสวย ๆ หรือออนเซ็น นิกโกมีเสน่ห์และเที่ยวได้สนุกในทุกฤดูกาล หากใครอยากสัมผัสบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังหลงรัก เราขอบอกว่าคุณต้องไปนิกโกซักครั้งหนึ่ง ที่เที่ยวในนิกโกมีมากมายเกินกว่าจะเที่ยวได้หมดในเวลาไม่กี่วัน แต่แผนทริปคราวนี้เราทำตัวอย่างเน้นเฉพาะสถานที่ซึ่งเป็นไฮไลท์ของพื้นที่มาให้แบบสองวันหนึ่งคืน ซึ่งคุณสามารถลงเครื่องแล้วเดินทางต่อจากโตเกียวไปพักค้างคืนแรกที่โรงแรมออนเซ็นในละแวกนิกโกได้เลย หรือถ้าใครอยากไปแบบวันเดียวก็สามารถนำแผนทริปนี้ไปตัดต่อให้เหมาะกับความต้องการได้ไม่ยาก
JR Tokyo Wide Pass คืออะไร
JR Tokyo Wide Pass คือบัตรผ่านที่ใช้ขึ้นรถชินคังเซน รถไฟด่วน รถไฟธรรมดารวมถึงรถไฟเอกชนบางเส้นทางได้โดยไม่จำกัดเที่ยวภายในเวลา 3 วัน ด้วยราคาเพียง 15,000 เยน (7,500 เยนสำหรับเด็ก) เท่านั้น และที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกคือพื้นที่ใช้งานของพาสชนิดนี้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆทางการท่องเที่ยวไว้อย่างครบรส และจะช่วยให้คุณได้สัมผัสตั้งแต่หิมะบนยอดเขาที่นีงาตะไปจนถึงเมืองชายทะเลอย่างคามาคุระ
JR Tokyo Wide Pass สามารถหาซื้อได้ในประเทศญี่ปุ่นจากสถานีสำคัญๆ ที่มีศูนย์บริการของ JR East เช่น สถานีโตเกียว สถานีชินจูกุ สนามบินนาริตะและสนามบินฮาเนดะ และข้อดีอีกประการของพาสชนิดนี้คือ ทุกคนที่ถือพาสปอร์ตต่างชาติสามารถซื้อได้โดยไม่จำกัดชนิดวีซ่า จึงเหมาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกับเพื่อนคนไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว โดยในการซื้อจะต้องแสดงพาสปอร์ตทุกครั้ง
วิธีการใช้ JR Tokyo Wide Pass ที่เราแนะนำคือให้คุณหาที่พักเป็นฐานในโตเกียว จากนั้นจึงเดินทางไปท่องเที่ยวในจุดที่ต้องการแบบไปกลับโดยใช้ JR Tokyo Wide Pass ต่อเนื่องกันสามวัน และใช้พาสเฉพาะสำหรับในโตเกียวแทนในวันที่คุณอยากสนุกอยู่แค่ในเมือง สำหรับคนที่มีเวลามาก จะซื้อ JR Tokyo Wide Pass สองใบเพื่อใช้อย่างต่อเนื่องหรือมีช่วงเว้นจากกันก็ได้ และเนื่องจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะกับพาสชนิดนี้คือเที่ยวแบบไปกลับจากโตเกียว บทความสำหรับวิธีใช้พาสชนิดนี้จึงเขียนขึ้นในลักษณะการแนะนำทริปสำหรับหนึ่งวันโดยละเอียด เพื่อให้คุณนำไปผสมผสานเลือกเที่ยวเองได้ตามความชอบที่ไม่เหมือนกัน โดยเราจะเริ่มทริปแรกกันที่ปลายทางในฝันสำหรับผู้ที่อยากสนุกกับหิมะอย่างเต็มที่ซักครั้งในชีวิต
ข้อมูลที่นำมาจากหน้านี้↓
ทริปสัมผัสไฮไลท์ของนิกโกในเวลาสองวันหนึ่งคืน [วันที่หนึ่ง]
ออกจากสถานีชินจูกุหรือสถานีอุเอโนะ
ถ้าออกจากชินจูกุ รถไฟที่วิ่งไปถึงนิกโกเป็นรถไฟของบริษัทโทบุซึ่งเป็นรถไฟเอกชน แต่เราสามารถใช้ Tokyo Wide Pass ได้สำหรับรถของบริษัทโทบุที่วิ่งทะลุเข้ามาในเส้นทางของ JR ด้วย รถด่วนสายที่ขึ้นไปนิกโกได้คือสาย Nikko สาย SPACIA Nikko สาย Kinugawa และสาย SPACIA Kinugawa
ถ้าเดินทางจากอุเอโนะสามารถขึ้นรถด่วนของ JR ไปลงที่สถานีอุทสึโนะมิยะเพื่อไปต่อรถไฟ JR สายนิกโกไปลงที่สถานี JR นิกโกได้
ถ้าใครจะใช้สถานีอื่นสามารถไปต่อรถไฟของโทบุทั้งรถธรรมดาและรถด่วนที่ให้บริการระหว่างสถานีชิโมมาจิและสถานีโทบุนิกโก/สถานีคินุงาวะออนเซ็นได้
ระยะเวลาที่ใช้เดินทางจากชินจูกุหรืออุเอโนะอยู่ที่ประมาณ 2 ชม. แต่ไปจากชินจูกุจะสะดวกกว่าเพราะมีรถด่วนวิ่งมากกว่า ในขณะที่รถไฟ JR สายนิกโกที่ออกจากอุทสึโนะมิยะจะมีขบวนรถน้อยกว่า ถ้าจังหวะไม่ดีอาจต้องใช้เวลาถึง 3 ชม.
สถานีโทบุนิกโกและ JR นิกโกอยู่ห่างกันประมาณ 280 เมตร เดินถึงกันได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที ในแผนทริปนี้เราจะเขียนโดยใช้การเดินทางจากสถานีโทบุนิกโกเป็นหลักนะคะ
ถึงสถานีโทบุนิกโก

»»——»» นั่งรถบัสโทบุไป 5 นาทีหรือเดินประมาณ 20 นาที
สะพานชินเคียว

สะพานที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามสะพานแปลกของญี่ปุ่นแห่งนี้สวยงามด้วยสีดำกับแดงที่ตัดกันและสายน้ำที่แลดูเป็นสีฟ้าสดใสซึ่งไหลอยู่เบื้องล่าง สร้างขึ้นตามตำนานเทพในตอนปลายสมัยนาราและถือว่าเป็นสะพานศักดิ์สิทธิ์ สมัยก่อนมีช่วงหนึ่งที่ใช้เฉพาะในกิจกรรมทางศาสนาหรือในเวลาที่มีแม่ทัพมาเยือนศาลเจ้าเท่านั้น แต่ได้เปิดให้คนทั่วไปใช้ได้มาตั้งแต่ปี 1973 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1999
เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-16.30 น. พ.ย. - มี.ค. 9.00-15.30 น.
ค่าข้ามสะพาน : ผู้ใหญ่ 300 เยน ม.ปลาย 200 เยน ม.ต้นและประถม 100 เยน
»»——»» เดิน 5 นาที
วัดนิกโกรินโนจิ

วัดที่ถือว่าสำคัญที่สุดในนิกโกแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยนาราเมื่อประมาณ 1,250 ปีก่อน ก่อตั้งโดยพระสงฆ์ชื่อโชโด โชนิน “ซันบุทสึโด” วิหารหลักของวัด (ปิดบูรณะถึงเดือน มี.ค. 2021) เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สวยงามจำนวนมากรวมทั้งพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองที่สูงถึง 7.5 เมตร ที่ด้านหน้าซันบุทสึโดคือต้นซากุระอายุ 500 ปี
เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 8.00-16.00 น. (เข้าได้จนถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิด) เปิดทุกวัน
ค่าเข้าชม : ตั๋วชุดผู้ใหญ่ 900 เยน เด็ก 400 เยน
»»——»» เดิน 5 นาที
ศาลเจ้านิกโกโทโชกู

สร้างเมื่อปี 1617 วิหารที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันสร้างในช่วงปี 1634-1636 โดยโชกุนโทคุงาวะ อิเอมิตสึ อาคาร 55 หลังของศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกเมื่อปี 1999
เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 8.00-16.00 น. (เข้าได้จนถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิด)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1300 เยน เด็ก 450 เยน
»»——»» เดิน 5 นาที
ศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง

เป็นศาลเจ้าที่กว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 34 ตารางกิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อบูชาภูเขาไฟนันไต (สูง 2486 เมตร) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ถือเป็นเทพเจ้าของนิกโกมาแต่โบราณ ประกอบไปด้วยศาลเจ้าสามแห่งคือโอคุมิยะบนยอดเขานันไต ศาลจูกูริมทะเลสาบจูเซ็นจิ และศาลเจ้าหลักที่อยู่ในเขตตัวเมืองนิกโก
เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 9.00-16.00 น.
ค่าเข้า : ไม่มีค่าเข้าในเขตศาลเจ้า แต่มีค่าเข้าชมในอาคารศาลเจ้า ผู้ใหญ่ 200 เยน เด็ก 100 เยน
»»——»» เดิน 5 นาที
สุสานไทยูอิง วัดรินโนจิ

สุสานของอิเอมิตสึ โชกุนโทคุงาวะคนที่ 3 จาก “นิโอมอน” ประตูทางเข้าไปจนถึง “โคคะมอน” ซึ่งเป็นทางเข้าสุสานของอิเอมิตสึ มีการกั้นแยกพื้นที่ซึ่งจัดไว้แตกต่างกันด้วยประตูทั้งใหญ่และเล็กที่ดีไซน์ไม่เหมือนกันเลย ให้ความเพลิดเพลินในการเดินชมอย่างยิ่ง
เวลาเปิด : เม.ย. – ต.ค. 8.00-17.00 น. พ.ย. - มี.ค. 8.00-16.00 น. (เข้าได้จนถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิด)
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็ก 250 เยน
»»——»» เดินประมาณ 20 นาที ไปที่ป้ายรถเมล์ชินเคียว ขึ้นรถบัสโทบุไปประมาณ 40 นาที
ทะเลสาบจูเซ็นจิ

ทะเลสาบที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของนิกโก มีระยะทางโดยรอบประมาณ 25 กม. ว่ากันว่าเกิดขึ้นจากการที่ลาวาซึ่งไหลออกมาตอนที่ภูเขานันไตระเบิดเมื่อประมาณ 2 หมื่นปีก่อนไหลไปปิดช่องเขา เมื่อปี 1876 หลังจากจักรพรรดิเมจิได้เดินทางมาที่นี่ บรรดานักการฑูตชาวต่างชาติก็เริ่มนิยมมาพักผ่อนหลบร้อนกันที่นี่ทำให้บริเวณโดยรอบพัฒนาไปเป็นเมืองรีสอร์ท และในปี 1954 ก็ได้มีการเปิดถนนสายอิโรฮะซากะซึ่งเป็นถนนที่มีการเก็บค่าผ่านทางทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นอีกมาก
»»——»» เดินประมาณ 5 นาที
น้ำตกเคกง

เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในนิกโก ด้วยความยิ่งใหญ่ของภาพน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงถึง 97 เมตร มีลิฟต์นำลงไปชมน้ำตกจากจุดชมวิวที่แอ่งน้ำตกอย่างสะดวกสบาย น้ำตกเคกงสวยทุกฤดู แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศแปลกใหม่ ลองมาเที่ยวในช่วง ม.ค. - ก.พ. จะได้เห็นภาพน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งอย่างสวยงามแปลกตา
»»——»» เดินประมาณ 5 นาที ไปที่ ป้ายรถเมล์จูเซ็นจิออนเซ็น ขึ้นรถบัสโทบุประมาณ 40 นาที
ทะเลสาบยุโนะโคะ

ทะเลสาบในพื้นที่โอคุนิกโกที่มีระยะทางโดยรอบประมาณ 3 กม. เกิดจากลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟไปปิดกั้นแม่น้ำยุโนะ บริเวณโดยรอบคือป่าดึกดำบรรพ์ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่งดงามโดยรอบซึ่งสะท้อนลงบนผิวน้ำที่ราบเรียบราวกระจกเงาคือเสน่ห์ของที่นี่
»»——»» เดินไปอีกนิดก็ถึงที่พักคืนนี้
ยุโมโตะออนเซ็น

แหล่งออนเซ็นเก่าแก่ริมฝั่งทะเลสาบยุโนะโคะแห่งนี้ได้รับการค้นพบเมื่อปี 788 โดยโชโด โชนินพระสงฆ์ผู้บุกเบิกนิกโก ที่นี่เป็นที่ชื่นชอบของคนในท้องถิ่นมายาวนานด้วยสรรพคุณของน้ำแร่ที่ว่ากันว่าให้ผลดีในการบำบัดโรค ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศเฉพาะตัวของเมืองออนเซ็นในญี่ปุ่นเราแนะนำให้ลองหาเรียวกังที่นี่พักดูซักคืน
ทริปสัมผัสไฮไลท์ของนิกโกในเวลาสองวันหนึ่งคืน [วันที่สอง]
»»——»» เดินจากยุโนะโมโตะออนเซ็นไปนิดเดียว
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนิกโกยุโนะโมโตะ
ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของทะเลสาบยุโนะโคะ เป็นศูนย์บริการของกระทรวงสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในละแวกนิกโก นอกจากนิทรรศการแล้วก็ยังมีจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ทัวร์เดินเขาชมธรรมชาติ หรือจะแค่แวะมาพักเหนื่อยเข้าห้องน้ำก็ได้เพราะที่นี่ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด : เม.ย. - มิ.ย. และ ก.ย. - พ.ย. 9.00-16.30 น. ก.ค. - ส.ค. 8.30-17.30 ธ.ค. - มี.ค. 9.30-16.30 น.
ค่าเข้า : ฟรี
»»——»» เดินประมาณ 30 นาที
น้ำตกยุโนะทาคิ

หนึ่งในสามน้ำตกสำคัญของนิกโก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบยุโนะโคะ สูง 70 เมตร ลงไปชมใกล้ ๆ ที่จุดชมวิวบริเวณแอ่งน้ำตกได้ เดินทางมาง่ายจึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมกันมากตลอดปี
»»——»» เดินประมาณ 5 นาที ไปที่ป้ายรถเมล์ตรงทางเข้าน้ำตกยุโนะทาคิ นั่งรถบัสโทบุประมาณ 15 นาทีไปลงที่ป้ายทาคิโนะอุเอะ
น้ำตกริวสึ

หนึ่งในสามน้ำตกสำคัญของนิกโก อยู่ระหว่างทะเลสาบยุโนะโคะและทะเลสาบจูเซ็นจิ ยาว 210 เมตร สูง 60 เมตร น้ำตกจะถูกแยกเป็นสองสายด้วยหินก้อนใหญ่ก่อนไหลลงสู่แอ่งน้ำตกเป็นเส้นโค้งที่สวยงามดังภาพวาด
»»——»» เดินประมาณ 10 นาทีไปที่ป้ายรถเมล์น้ำตกริวสึ ขึ้นรถบัสโทบุประมาณ 5 นาที
โบ้ทเฮาส์ทะเลสาบจูเซ็นจิ

โบ้ทเฮาส์คืออาคารไม้สองชั้นที่มีเอกลักษณ์ด้วยหลังคาสีแดง บูรณะขึ้นมาจากของเดิมที่สร้างขึ้นในสมัยที่ชาวต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นนิยมมาหลบร้อนที่นี่ ชั้นล่างจัดแสดงเรือพายที่ได้รับพระราชทานมาจากกษัตริย์เบลเยียม ชั้นสองมีคาเฟ โถงนิทรรศการและระเบียงที่เหมาะสำหรับการชมวิวทะเลสาบแบบพาโนรามา
เวลาเปิด : เม.ย. - มิ.ย. และ ก.ย. - พ.ย. 9.00-16.00 น. ก.ค. - ส.ค. 9.00-17.00 น. ธ.ค. - มี.ค. ปิด
ค่าเข้า : ค่าบำรุงสถานที่ 100 เยน
»»——»» เดินไปอีกนิด
เส้นทางเดินเล่นรอบทะเลสาบจูเซ็นจิ
เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางเลียบริมทะเลสาบที่เดินเล่นได้สบาย ๆ เพราะราบเรียบไม่ชัน ทั้งยังสวยงามเพราะลัดเลาะไปในแมกไม้ โดยเริ่มจากท่าเรือโชบุกาฮามะใกล้น้ำตกริวสึไปสิ้นสุดที่ศาลจูกูของศาลเจ้าฟุตาระซัง
»»——»» เดินเล่นประมาณ 50 นาที
ศาลจูกูของศาลเจ้าฟุตาระซัง

ศาลจูกูของศาลเจ้าฟุตาระซังที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาภูเขานันไตเทพเจ้าแห่งนิกโก ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบจูเซ็นจิ หอสมบัติล้ำค่าของที่นี่มีสมบัติล้ำค่าแห่งชาติ ทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรม สิ่งที่ขุดค้นได้จากภูเขานันไตจัดแสดงไว้มากมายก รวมทั้ง “เนเนคิริมารุ” ดาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
เวลาเปิด : เม.ย. - ต.ค. 8.00-16.30 น. พ.ย. - มี.ค. 9.00-15.30 น.
ค่าเข้า : หอสมบัติล้ำค่า ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน
»»——»» เดินไปนิดหน่อยก็จะถึงป้ายรถเมล์ฟุตาระซังจินจะมาเอะ นั่งรถบัสโทบุไปประมาณ 50 นาที
ถึงสถานีโทบุนิกโก ชึ้นรถไฟประมาณ 2 ชม.กลับสถานีชินจูกุ
❋ แผนทริปที่นำเสนอคราวนี้ต้องเดินหนักมาก จึงไม่ควรพกสัมภาระติดตัวไปมากนัก ของที่ไม่จำเป็นแนะนำให้เก็บไว้ในล็อคเกอร์ในสถานีนิกโกหรือสถานีโทบุนิกโก คนที่พักค้างในยุโนะโมโตะออนเซ็นและมีของเยอะอาจจะนั่งรถบัสกลับมาตั้งหลักที่สถานีก่อนแล้วค่อยย้อนกลับไปทะเลสาบจูเซ็นจิก็ได้ หรือจะใช้บริการส่งของจากที่พักคืนก่อนหน้าไปยังที่พักแห่งถัดไปก็จะช่วยให้เดินเล่นได้อย่างเบาสบายตัว
❋น้ำตกที่แนะนำไว้ทั้งสามแห่งสวยงามมากในฤดูใบไม้ร่วงและสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ตลอดปี ในฤดูหนาวลานสกีละแวกทะเลสาบยุโนะโมโตะก็มีเส้นทางสกีที่เหมาะกับมือใหม่มากมาย
❋ ในทะเลสาบจูเซ็นจิมีเรือล่องชมวิวที่เหมาะมากสำหรับการชมวิวธรรมชาติริมฝั่งทะเลสาบ มีบริการทั้งแบบล่องเต็มรอบ (ประมาณ 1 ชม.) หรือจะนั่งแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งก็ได้ ถ้ามีเวลามากพอจะใส่ไว้ในแผนทริปด้วยก็ได้
❋ถ้าจะใช้รถบัสตลอดในการเที่ยวตามทริปนี้ แนะนำให้ซื้อยุโนะโมโตะฟรีพาสราคา 3,000 เยนสำหรับ 2 วัน
❋ ถ้าใครจะเที่ยวแต่วัดในพื้นที่มรดกโลกโดยนั่งรถบัสแทนการเดิน แนะนำให้ซื้อพาสรถบัสเวียนในโซนมรดกโลก ราคา 1 วัน 500 เยน เพราะแค่ขึ้นเพียง 2 เที่ยวก็คุ้มแล้ว (ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 310 เยน) เส้นทางของพาสนี้ครอบคลุมวัดและศาลเจ้าสำคัญ ๆ ของนิกโกที่รวมตัวกันอยู่ในรัศมีประมาณแค่ 2 กม. รอบสถานีรถไฟนิกโก ซึ่งแนะนำไว้ครบในแผนทริปนี้
ค้นหา JR Pass ราคาถูกใน Klook
-- END --















