<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผู้ร่วมเขียน Nijira Raksajai - คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ %</title>
	<atom:link href="https://ohhotrip.com/travellers/fb_nijiraraksajai/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ohhotrip.com/travellers/fb_nijiraraksajai/</link>
	<description>คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น - OhHotrip.com</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 May 2024 09:21:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2018/08/cropped-ohhotrip-icon-150x150.png</url>
	<title>ผู้ร่วมเขียน Nijira Raksajai - คำแนะนำสไตล์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 100 แบบ %</title>
	<link>https://ohhotrip.com/travellers/fb_nijiraraksajai/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ประสบการณ์การแต่งเป็นเกอิชากับไมโกะในเกียวโต</title>
		<link>https://ohhotrip.com/13024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nijira Raksajai]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2020 06:00:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[blog ท่องเที่ยวญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://ohhotrip.com/?p=13024</guid>

					<description><![CDATA[<p>เริ่มจากการเดินทางไปเกียวโตคะ โดยจุดหมายคือวางแผนไปเกีย</p>
<p>โพสต์ %% POSTLINK %% แสดงครั้งแรกใน %% BLOGLINK %% แล้ว</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เริ่มจากการเดินทางไปเกียวโตคะ โดยจุดหมายคือวางแผนไปเกียวโตจริงๆเพื่อศึกษาตามโปรแกรมทัวร์เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนที่แรกเริ่ม อยากไปสัมผัสมุมที่พอไปถึงแล้วก็จะเหมือนไปถึงเมืองนั้นๆ เลยศึกษาให้ลึกลงไปอีกคะว่าต้องไปสัมผัสกลิ่นอายแบบไหนถึงจะถึงเจ้าถิ่น </p>
<p>เนื่องจากเป็นหัวหน้าทัวร์ที่ต้องนำเที่ยวชาวต่างชาติฝรั่งเที่ยวเอเชีย และเรื่องที่จะบอกเล่าให้ฟังก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ก็คือการแต่งตัวเป็นเกอิชา และรวมถึงการแต่งเป็นไมโกะ อันแน่..</p>
<p>บางคนอาจจะเคยได้ยิน บางคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน คืออย่างนี้คะที่เกียวโต จะมีมุมพื้นที่ๆนึงคะ ที่จะทำให้ทุกคนรู้จัก ว่า เกอิชา กับไมโกะคืออะไร  จะเล่าให้ทุกคนฟังเลยนะคะ ตามประสบการณ์ของตัวเอง เกี่ยวกับ “Geisha” หรือไทยเราเรียกว่า “เกอิชา” หลายคน ที่ไปดูหนังฮอลิวู้ด แล้วคิดว่าเกอิชา เป็นผู้หญิงขายบริการหรืออะไรก็ตามที่หนังตีแผ่ในด้านที่ผิดๆ </p>
<p>เพื่อความบันเทิง เพราะความจริงแล้วเกอิชา คือ ผู้หญิงที่มีค่า ที่หญิงสาวในญี่ปุ่น และผู้ชาย นับถือเป็น ผู้หญิงอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และจุดเริ่มต้นมาจากประวัติศาสตร์ เนื่องจากเกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงคือแหล่งกำเนิดเช่นกัน พอได้ไปเที่ยวที่เกียวโตจึงได้ไปเรียนรู้ที่มุมที่ทุกคนต้องไป คือ กิออน หรือ “Gion Corner” ที่ทุกคนที่มาเกียวโต จะต้องไปเที่ยวบริเวณนั้นเพื่อให้ได้ยลโฉม</p>
<p>ความสวยของ  “เกอิชา” Geisha และ  “ไมโกะ” Maiko ที่หญิงสาวที่เด็กหญิงญี่ปุ่น หรือผู้หญิงใฝ่ฝันอยากจะเป็นเลยทีเดียว ถ้าเปรียบกับเมืองไทยบ้านเราก็คือความใฝ่ฝันที่สาวๆอยากจะเป็นนางสาวไทยเลยทีเดียว เอาละคะกล่าวกันมายาว” เกอิชา “( Geisha ) คือ คือผู้หญิงขายศิลปะที่มีระดับหรือมีค่ากว่าเหล่าโสเภณีมากนัก</p>
<p>การจะเป็นเกอิชาที่แท้จริงได้จะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างหนักตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยจะเข้าไปอาศัยอยู่กับ มาม่า เพื่อเข้าคอร์สฝึกความสามารถในด้านการแสดงรวมทั้งการบริการที่พวกเธอจะต้องปฏิบัติแก่ลูกค้า <strong>รูปนี้ด้านล่างเป็นตัวเองที่แต่งเป็นเกอิชา</strong> โดยส่วนตัวชอบมาก ที่เกียวโตจะมีชุดเช่า และ สตูดิโอที่เค้าให้เราจ่ายแพคเกจได้ลองแต่งเป็นเกอิชา และถ่ายรูป ในสตูดิโอ และก็มีตากล้องถ่ายรูปให้เราในสตูดิโอได้ </p>
<p>พอได้ใส่ชุดกิโมโน ใส่วิก,แต่งหน้าที่สมจริงมาก สัมผัสได้ว่า…ส่วนนึงของการที่ผู้หญิงคนนึงจะเป็นเกอิชาได้ต้องมีความอดทนมาก เพราะขนาดกิโมโนก็หลายชั้น หนักด้วย และนี่ยังดีที่เรามีคนแต่งหน้าให้ ถ้าเป็นเกอิชาจริงๆต้องหัดแต่งหน้า และทำกิจกรรมต้องเดินบนส้นตึกที่ทำจากรองเท้าไม้ไผ่ของญี่ปุ่น และจะต้องมีบุคลิกที่ดีมาก</p>
<p>สวยและเพรียบพร้อม คนทั่วไปห้ามจับต้องตัวเกอิชา หรือไปวิ่งไล่ล่าถ่ายรูปเด็ดขาด เค้าจะไม่ค่อยปรากฎตัวให้เห็น นอกจาก จะมีกิจกรรมที่ต้องไปแสดงและสร้างความบันเทิงให้ลูกค้า เช่น เล่นดนตรี,ร้องเพลง,เล่นเกมกับลูกค้าเป็นต้นที่ร้านอาหารซะส่วนใหญ่ลูกค้าจะต้องจองล่วงหน้าก่อน ดังนั้นถ้าจะถ่ายรูปหรือเห็นตัวเกอิชาจริงๆ หรือไมโกะจะต้องไปดักรอตามแหล่งต่างๆที่เป็นบ้านพักไมโกะและเกอิชา แถวมุมที่เรียกว่ากิออน</p>
<img decoding="async" class="”” aligncenter" src="//ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/15625138_1819544984994180_835252022449012736_n.jpg”" alt="””" width="”430″" height="”430″" />
<p>เกอิชา  (Geisha) ส่วนในช่วงที่เป็นเกอิชาฝึกหัด เค้าจะเรียกว่า “ไมโกะ” (Maiko) จนกระทั่งฝึกฝนเรียนรู้จนอายุได้ 21 ปี ไมโกะที่ผ่านการฝึกฝนจนได้มาตรฐานแล้วจะได้เลื่อนขั้นให้เป็น เกอิชา เต็มตัวและออกไปทำงานต้อนรับลูกค้า แต่สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการฝึกก็จะต้องไปทำงานอย่างอื่นแทน โดยส่วนตัวได้แต่งเป็นไมโกะ</p>
<p>รูปด้านล่างนี้เป็นรูปตัวเราเองที่ได้มีประสบการณ์แต่งตัวเป็นไมโกะ ถึงแม้อายุเราจะเกินวัยแล้วก็ตาม  เพราะจะเห็นความแตกต่าง ได้ว่า การที่เป็นไมโกะ การแต่งตัวสีสันสดใสจะมีมากกว่าเกอิชา เพราะอายุน้อยมีดอกไม้ประดับด้วย</p>
<img decoding="async" class="”” aligncenter" src="//ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/29094147_310262269501435_2830568153132564480_n.jpg”" alt="””" width="”431″" height="”431″" />
<p>ไมโกะ (Maiko) ขอบอกว่าประสบการณ์ที่เคยเรียนรู้มาจากมัคคุเทศก์ที่เคยนำเที่ยวเราเค้าบอกว่า นางงามที่เรียกว่า “โอยรัน” (หญิงที่ขายประเวณี) เป็นอะไรที่จะทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเกอิชาคือผู้หญิงแบบนั้นเช่นกัน</p>
<p>เค้าเลยสอนวิธีที่จะสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ และแยกแยะว่าคนไหนเกอิชา และคนไหนคือ โอยรันให้สังเกตดูที่ “โอบิ” หรือผ้าที่คล้ายเข็มขัด ที่ถ้าไปเกอิชา จะผู้กไว้ด้านหลัง ส่วนโอยรันจะผูกไว้ด้านหน้าเหมือนริบบิ้นแกะง่ายเหมือนกล่องของขวัญ ฮ่าๆๆๆ อยากจะบอกว่าพอเค้าอธิบายให้ฟังและเห็นภาพเลย ก็สุดท้ายนี้ ถ้าใครที่อยากจะลองแต่งตัวเป็นเกอิชา หรือจะเลือกไมโกะ</p>
<p>ขอแนะนำนะคะ เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก หรือถ้าอยากแต่งเป็นซามูไรก็มีคะ</p>
<p>ร้านเดียวกันให้จองทางเวบไซด์ก็ได้</p>
<p>ราคาประมาณเริ่มต้นที่ 6,700 เยน ถ้าเป็นเงินไทยประมาณ 1,900 บาท หรืออาจจะลดลง ขึ้นอยู่กับค่าเงินที่เราไปนะคะ</p>
<p>แต่ราคานี้ยังไม่รวม ไปเดินถ่ายรูปข้างนอกนะคะ ก็จะเพิ่มอีกประมาณ 2,000 ถึง 3,500 เยน ขึ้นอยู่กับเราจะใช้ใส่กี่ชั่วโมง ก็ความจริงแล้วมีเรื่องเล่าเยอะกว่านี้แต่เอาไว้ตอนหน้านะคะ </p>
<p>จะเอามาฝากอีก ชอบที่เพื่อนๆได้อ่านแล้วเหมือนกับเราเดินทางไปด้วยกันนะคะ  สวัสดีคะ จาก นิคกี้คะ</p>
<p>โพสต์ %% POSTLINK %% แสดงครั้งแรกใน %% BLOGLINK %% แล้ว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 วิธีเรียนรู้สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในญี่ปุ่นที่ห้ามพลาด! ก่อนไปญี่ปุ่น</title>
		<link>https://ohhotrip.com/13035/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nijira Raksajai]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Jun 2020 01:15:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อควรรู้ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://ohhotrip.com/?p=13035</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนที่ไม่เคยไปญี่ปุ่น แต่ต้องไปเที่ยวหรือต้องไปอยู</p>
<p>โพสต์ %% POSTLINK %% แสดงครั้งแรกใน %% BLOGLINK %% แล้ว</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับคนที่ไม่เคยไปญี่ปุ่น แต่ต้องไปเที่ยวหรือต้องไปอยู่ คงสนใจเรื่องดขนบธรรมเนียม มารยาทในสังคมญี่ปุ่นเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความอายหรือเขินแล้วทำอะไรไปไม่รู้แบบผิดๆ เพราะการเตรียมตัวไว้ก่อน ถือเป็นเรื่องดีที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ สบายๆ และทำให้เราแสดงถึงความเคารพต่อชาวญี่ปุ่นด้วย มาเริ่มกันเลยดีกว่า……</p>
<h2>1. วิธีการทำความเคารพและวิธีนมัสการในศาลเจ้า</h2>
<p><strong>ซึ่งถือเป็นขนบธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นมาช้านาน และศาลเจ้าในญี่ปุ่นมีหลายแห่งมาก คาดว่าจะมากกว่าวัดซะอีก เราจึงควรรู้ว่าอะไรที่ควรทำและไม่ควรทำในบริเวณศาลเจ้า</strong></p>
<img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/3292-768x1568.jpg" alt="" width="309" height="631" />
<p><strong>วิธีการ </strong>เริ่มจากเตรียมโค้งตัวเหมือนคำนับ แล้วคำนับก้มตัวและหัวลง 2 ครั้ง จากนั้นโยนเหรียญ เค้าบอกว่าถ้าเป็นเหรียญ 5 เยน ได้ยิ่งดี จะโชคดี หลังจากโยนเหรียญ ปรบมือ 2 ครั้ง ถ้ามีกระดิ่งให้สั่นกระดิ่ง และถอยหลังจบด้วยก้มตัวลงคำนับ 1 ครั้งถือว่าจบพิธีการเคารพในบริเวณที่มีไว้สำหรับนมัสการในศาลเจ้า</p>
<h2>2. ในบริเวณที่สาธารณะ ต่างๆ ของญี่ปุ่นหรือไม่ก็ศาลเจ้า</h2>
<p><strong>จะมีตลาดที่ขายของกินตามจุดที่เปิดตลาดขายของกินเหมือน Street Food บ้านเรา หรือของกินข้างทาง แต่ของทางญี่ปุ่นจะเปิดเป็นตลาดที่เป็นกิจลัษณะและสะอาด ตามเทศกาล หรือตามงานที่วัดหรือศาลเจ้า หรืออาจะเวลาที่ดอกซากุระบาน ตลาดพวกนี้จะเปิดขาย แต่จะไม่ค่อยมีถังขยะให้ทิ้งหรือถังขยะเต็ม ดังนั้นจึงควรเก็บขยะไว้ที่ตัวเองและไปทิ้งที่โรงแรมที่เราพัก หรือบ้านที่เราพักอยู่จึงควรทำและไม่ทำดังนี้ตามภาพ</strong></p>
<img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/3289-768x1635.jpg" alt="" width="314" height="669" />
<p>**<strong>และที่สำคัญ</strong>ก่อนจะถ้าเราซื้อของกินมาจากตลาดที่เค้าวางขายห้ามนำอาหารขึ้นไปกินหรือห้ามทิ้งขยะไว้บนรถโดยสาร หรือรถไฟโดยเด็ดขาด ให้ดินให้หมดก่อนแล้วค่อยขึ้นรถโดยสาร</p>
<h2>3. มารยาทในห้องน้ำ<span style="color: #993366;"><strong><br />
</strong></span></h2>
<p>ที่ญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นที่โตเกียว หรือเกียวโต บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหรือ ตามที่สาธารณะ จะมีห้องน้ำ ที่เป็นแบบโบราณของญี่ปุ่นที่นั่งยองๆ สิ่งที่ควรทำ ควรนั่งตรงข้ามกับฝาครึ่งครอบหัวชักโครก และ  สามารถนำกระทิชชู่ลงในชักโครกและกดชักโครกทำความสะอาดไปพร้อมกันเลย ซึ่งแตกต่างจากที่เมืองไทย ที่ไทยจะไม่ทิ้งทิชชู่ลงชักโครก ดังตัวอย่างของภาพประกอบด้านล่างนี้</p>
<img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/3290-768x1793.jpg" alt="" width="324" height="756" />
<h2>4. มารยาทที่สถานีรถไฟ</h2>
<p>การถ่ายรูปที่ถูกวิธีและเคารพกฎที่ญี่ปุ่น คือห้ามไปยืนใกล้รถไฟ หรือยืนล้ำเส้นเหลืองออกไป และ ไม่ควรถ่ายรูปด้วยไม้ถ่ายรูปเซลฟี เพราะจะเป็นการรบกวนผู้อื่นโดยที่ตัวไม้จะไปโดนผู้อื่นและยังทำให้ผู้อื่นไม่มีพิ้นที่ยืนรอรถไฟ และที่สำคัญห้ามยืนพิงรถไฟเป็นอันขาด เพราะคนญี่ปุ่นยึดถือความปลอดภัยเป็นที่สุด และเคารพรวมถึงการมีมารยาทต่อผู้อื่นเป็นสำคัญ</p>
<img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/3291-768x1727.jpg" alt="" width="328" height="737" />
<h2>5. ควรเข้าคิวเสมอไม่ควรแซงคิว</h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/public_transport_06.jpg" alt="" width="330" height="467" /> คนญี่ปุ่นจริงจังกับการเข้าคิวมาก จะเข้าแถวในทุกที่ไม่ว่าจะเป็นป้ายรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือแม้แต่เวลาใช้ลิฟต์ ที่น่าทึ่งคือสามารถยืนเข้าแถวได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว ส่วนการใช้รถไฟฟ้าก็คล้ายกับบ้านเรา ให้เข้าแถวรอคิวตามเส้น และรอผู้โดยสารออกจากขบวนรถให้เสร็จก่อน จะต่างกันตรงที่บ้านเขารอให้ผู้โดยสารออกหมดก่อนจริงๆ ไม่มียืนขวางแม้แต่นิดเดียว</p>
<h2>6. การใส่รองเท้าในบ้าน หรือการถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน</h2>
<img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/145FA2B678AA46B88F98F97D58F82D2E_1000-768x516.jpg" alt="" width="491" height="330" />
<p>คนญี่ปุ่นค่อนข้างรักสะอาด พวกเขาจะแยกรองเท้าสำหรับสวมใส่นอกบ้าน และรองเท้าสำหรับสวมใส่ในบ้านอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงต้องถอดรองเท้าออกทุกครั้งที่เข้ามาในบ้าน พร้อมเปลี่ยนเป็นรองเท้าสำหรับสวมใส่ในบ้านแทน ระหว่างที่กำลังจะถอดรองเท้าเข้าบ้าน ห้ามแม้แต่วางเท้าที่พื้น หรือแม้แต่มีถุงเท้าไว้ห้ามเอาเท้าที่ถอดรองเท้าแล้วไปแตะพื้นด้านนอกให้ก้าวขาเข้ามาด้านในบ้าน แล้วให้รีบสวมรองเท้าในบ้านเลยเมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน คนญี่ปุ่นค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้ เพราะเป็นการเคารพเจ้าของบ้านเช่นกัน เพื่อรักษาความสะอาด</p>
<h2>7. ควรกางร่ม เมื่อฝนตก ไม่ควรเดินตากฝน หรือ ไม่ควรใส่แค่เสื้อกันฝนเท่านั้น</h2>
<img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/2609380644_4d64f4aacd.jpg" alt="" width="498" height="332" />
<p>เนื่องจากที่ญี่ปุ่นเมื่อหน้าฝน ฝนจะตกหนักมาก และคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะดูแลรักษาสุขภาพเป็นที่สุด และ จะมีที่เก็บร่ม โดยจะมีที่เก็บร่มจากการที่ต้องสวมถุงพลาสติกก่อน โดยแต่ละที่มีให้บริการฟรี เพื่อความเป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้เปียกเมื่อเข้าไปด้านในอาคาร หรือร้านอาหาร หรือตามสถานที่ต่างๆ นี่จึงถือว่าควรทำเมื่อไปที่ญี่ปุ่น เพราะถือเป็นมารยาททางสังคมเลยทีเดียว ที่จะต้องมีร่มติดตัว 1 คัน ในช่วงระหว่างหน้าฝน</p>
<h2>8. ห้ามส่งเสียงดังและงดใช้เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือบนรถไฟ หรือ รถประจำทาง</h2>
<img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/public_transport_09.jpg" alt="" width="330" height="465" />
<p>เมื่ออยู่บนรถไฟ ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยขณะอยู่บนรถไฟ  และรถโดยสารประจำทางเช่นกัน เพราะถือเป็นการเสีมารยาทอย่างมากและเป็นการรบกวนผู้อื่น</p>
<h2>9. ไม่ควรสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ</h2>
<img decoding="async" class="aligncenter" src="https://ohhotrip.com/wp-content/uploads/2020/06/No-smoking-in-Japan.jpg" alt="" width="467" height="320" />
<p>เพราะที่ญี่ปุ่นจะมีสถานที่สาธารณะให้สูบบุหรี่ถ้ามีป้ายอนุญาตให้สูบเท่านั้น ตามท้องถนนหรือทางเท้าจะมีป้ายที่ห้ามสูบบุหรี่ซะส่วนใหญ่ จึงควรสังเกตว่าบริเวณไหนสูบได้ และที่ไหนไม่ควรสูบ เพราะบางคนโดนเสียค่าปรับแพงมาก</p>
<p>จาก 9 ข้อนี้ที่ควรรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ไปเยือนที่ญี่ปุ่นด้วยตัวเองและได้เรียนรู้มารยาทและหลักการต่างๆที่ได้นำประสบการณ์ที่สามารถนำไปปรับใช้จริงที่ญี่ปุ่นเมื่อไปเยือน เนื่องจากมีอีกหลายข้อที่ควรรู้ที่นักเขียนหลายๆท่านได้มีตัวอย่างไว้แล้ว  เช่นวิธีการรับประทาน และอื่นๆ ขอให้ทุกท่านสนุกกับการไปเที่ยวญี่ปุ่นนะคะ</p>
<hr />
<p>เครดิตภาพ : Fushimi Inari Shrine Etiquette Leaflet / Posttoday / mthai / umbrellaleo / http://infographic.in.th</p>
<p>โพสต์ %% POSTLINK %% แสดงครั้งแรกใน %% BLOGLINK %% แล้ว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
